in

Intermittent Fasting (IF) กับการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 ให้หายอย่างไร กระทู้นี้มีคำตอบค่ะ


#บทสรุปของ IF (Intermittent Fasting) และโรคเบาหวานประเภท 2
#รักษาไม่ต้องจ่ายสักบาท เพียงแค่จัดการเวลาอาหารด้วยตัวเอง

สำหรับเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยง น้ำตาลในเลือดสูง
คุณจะสูญเสียโอกาสมากมายหากไม่รู้จักการรักษาแบบ Intermittent Fasting (IF)

ผู้ป่วยในความดูแลของ นพ. รวมถึงหลายๆท่านที่ติดตามหนังสือ
เมื่อเข้าใจสิ่งนี้และนำแนวทางปฏิบัติเพื่อผลลัพธ์โรคเบาหวานที่ดีขึ้น
น้ำตาลสะสมเป็นปกติจนหลายคนไม่ต้องกินยาอีกต่อไป

“บทสรุปของการถือศีลอดเป็นระยะ (IF) และโรคเบาหวาน”
1
ร่างกายสามารถอยู่ได้ต้องการพลัง

2
พลังงานที่ร่างกายสามารถใช้ได้นั้นมาจากสองแหล่ง
(A) พลังงานจากสารอาหารที่บริโภคในแต่ละวัน (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน)
(B) พลังงานสำรองที่เก็บไว้ (หน้าท้อง ไขมันใต้ผิวหนัง ไกลโคเจนที่เก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อ)

3
ทุกครั้งที่กิน ฮอร์โมน “อินซูลิน” จะหลั่งออกมา
(A) จะใช้โดยต้องนำ “อินซูลิน” เข้าสู่เซลล์ของร่างกาย
แต่ถ้ากินเกินความต้องการของร่างกาย จะสะสมเป็น (B)
เบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้ใหญ่ไทย 95%
เกิดจากการสะสมพลังงาน (B) มากจนล้นจนไม่มีที่ว่างให้เก็บ

4
(ข) สามารถย่อยสลายเป็นพลังงานได้ เมื่อไม่มีอาหารจาก (A)
ในขณะนี้ ร่างกายสั่งการเผาผลาญ (B) ไปใช้

5
ทั้งไขมันส่วนเกินและเบาหวานชนิดที่ 2
เกิดขึ้นเพราะอินซูลินมากเกินไปจากการกินเกินความต้องการของร่างกาย
โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตและอาหารที่มีน้ำตาล
ทำให้เกิดการสะสมจำนวนมากของ (B)
ที่เป็นเบาหวานเพราะ (ข) สะสมไม่ได้แล้ว
ร่างกายเรียกว่า “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ทำให้น้ำตาลในเลือดยังคงอยู่ ไม่สามารถเก็บได้อีก

6
IF เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการเวลาที่คุณกินในแต่ละวัน เพื่อช่วยลดการกระตุ้นอินซูลิน
ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ออินซูลินน้อยลง
และให้ร่างกายดึงพลังงานสำรอง (B) ไปใช้ได้มากขึ้น

7
IF เป็นทางด่วนลดน้ำตาลเบาหวาน
แต่ก็ยังมีวิธีการที่สำคัญที่จะทำ
นั่นคือการฟื้นฟูระบบเผาผลาญ (เพิ่มกล้ามเนื้อ)
เพราะเมื่อคุณอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อของคุณจะหายไป
ระบบเผาผลาญก็ลดลง ยังเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานอีกด้วย

8
IF IF ย่อมาจาก (Intermittent Fasting) Intermittent ความหมายคือ ช่วงเวลาไม่ต่อเนื่อง
การถือศีลอดไม่ได้หมายถึงความเร็ว แต่หมายถึง “ไม่กิน” หรืออดอาหาร
Total IF หมายถึงการอดอาหารเป็นระยะ

9
หากคุณต้องการให้ร่างกายใช้พลังงานสำรองมากขึ้น (B)
ปรับปรุงการดื้อต่ออินซูลิน
ต้องมีการจัดการเวลาอาหารให้มีจำนวนชั่วโมงที่
“อย่ากินอาหารนานกว่าเวลาที่กิน”

10
ประโยชน์ของ IF สำหรับโรคเบาหวาน
นั่นคือเมื่อใดก็ตามที่คุณไม่กินอินซูลินจะไม่ถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมา
เมื่ออินซูลินต่ำ เซลล์ของร่างกายจะไม่ถูกกระตุ้นโดยอินซูลิน
พลังงานสำรองที่สะสมไว้จะล้นเต็มที่ ถูกใช้มากขึ้น
เซลล์จึงดื้อต่ออินซูลินน้อยลง เริ่มกลับมาทำงานได้ตามปกติ
ดังนั้นน้ำตาลที่ตกค้างในเลือดจึงสามารถนำมาใช้ได้มากขึ้น
เบาหวานค่อยๆลดลงจนกลับมาเป็นปกติ

11
IF ที่ดีที่สุดคือ IF ที่เหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณ
เพราะทำได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
เริ่มจัดการเวลาอาหาร
ให้มีจำนวนชั่วโมงที่ไม่ได้กิน “มากกว่า” จำนวนชั่วโมงที่กิน
ยิ่งไม่กินชั่วโมง ยิ่งได้กำไร
จะลดเร็วขึ้นแต่ทำแล้วไม่ต้องรู้สึกเจ็บ เพื่อความยั่งยืน
โดยสารอาหารต้องครบถ้วน

12
IF เท่าไหร่ใน 1 วัน
(หลักแรกคือจำนวนชั่วโมงที่ไม่กิน
หลักสุดท้ายคือจำนวนชั่วโมงที่กิน)
ตัวอย่างเช่น 15/9, 14/10, 16/8, 18/6, 20/4, 23/1, 24
ประโยชน์และกำไรทั้งหมด
ทำได้เท่าที่ทำได้ แต่ทำแล้วต้องมีความสุข ไม่ใช่ทุกข์
ให้สามารถ “ยั่งยืน”
สามารถปรับได้ตามผลเลือดและผลของร่างกายหลังการฝึก

13
ตัวอย่างเช่น จะทำ IF 18/6
ซึ่งหมายความว่าคุณจะกำหนดเวลาอาหารภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น
เช่น มื้อแรกเริ่มเวลา 8.00 น. มื้อที่สองเวลา 12.00 น. มื้อที่สามเวลา 15.00 น.
หรืออยากกินแค่ 2 มื้อ
เช่น มื้อแรก 10.00 น. มื้อสุดท้าย 16.00 น.
บริหารเวลาให้เข้ากับชีวิตประจำวัน
ขอกำไรและปรับตามผลของค่าน้ำตาล หลังปรับ

14
เลือกทำ IF เป็นประจำทุกวัน
ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมทุกวัน
เพราะ IF สามารถ “ยืดหยุ่น” ได้

15
ในช่วงเวลาที่กิน ไม่ใช่ว่าจะกินอะไรได้
แต่ให้กินอาหารมื้อเดิมตามปกติ อย่ากินจิบเล็กๆ หลีกเลี่ยงอาหารระหว่างมื้อ
ลดแป้งไม่ใส่น้ำตาลเหมือนเดิม

16
ที่สำคัญที่สุด ในมื้ออาหารที่คุณกิน สารอาหารจะต้องครบถ้วน
“อย่าอด” อย่ากินน้อย
เพราะร่างกายจะลดการเผาผลาญแทน
ให้อิ่มแต่ไม่อิ่มแป้งให้อิ่มโปรตีนและไขมันดีไม่อิ่มตัว

17
คนที่น้ำหนักน้อยมาก แต่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
สาเหตุเกิดจากการที่กล้ามเนื้อมีอายุน้อยลง
การเผาผลาญจึงน้อยลง น้ำตาลในเลือดสูง เพราะพวกเขากินเหมือนกัน
ผู้ป่วยเบาหวานจะผอม ไม่แนะนำให้ทำ IF เป็นเวลานาน
ให้กลับไปเน้นที่สายหลัก
คือการฟื้นฟูระบบเผาผลาญ เพิ่มกล้ามเนื้อ
ด้วยการกินโปรตีนและออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ หรือเวทเทรนนิ่งเพิ่มเติม

18
นี่อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับคุณหลายคน
หากคุณยังไม่เข้าใจ โปรดอ่านสองครั้งแล้วดูอีกครั้ง
เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น

#โรคเบาหวาน
#อิสระแห่งน้ำตาล

.



อ่านต่อ ได้ที่นี่