in

9 ข้อคิดข้อแนะนำข้อห้ามสำหรับเลือกใช้เครื่องสำอางแพทย์


9 ข้อคิด คำแนะนำ ข้อห้ามในการเลือกเครื่องสำอางทางการแพทย์
ผิวหนังในสหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงชาวอเมริกัน 1 คนใช้เครื่องสำอางมากถึง 13 ครั้งต่อวัน สถิติผู้หญิงไทยต่างกันมากไหม?

9 ไอเดีย…เลือกเครื่องสำอาง
1. การแต่งหน้าด้วยครีมกันแดดอาจทำให้เกิดสิวได้ ที่สำคัญ ค่าป้องกันแสงแดดในเครื่องสำอางเหล่านี้มีน้อย ดังนั้นควรใช้ครีมกันแดดบริสุทธิ์จะดีกว่า
2. โทนเนอร์สามารถทำให้ผิวแห้งได้ ที่เห็นโฆษณาใช้สำลีชุบผ้าเช็ดหน้า แล้วเช็ดคราบออกสีดำเป็นรอย เป็นชั้นบนสุดของผิวหนัง ไม่ใช่สิ่งสกปรก หากเช็ดใบหน้าด้วยการล้างหน้ามากเกินไป ผิวจะแห้งและระคายเคืองง่าย
3.ไนท์ครีมแบบหนาเหมาะสำหรับผิวแห้งเป็นขุยเท่านั้น หากคุณมีผิวธรรมดาหรือผิวมัน การทาครีมก่อนนอนอาจทำให้ต่อมไขมันอุดตันและเกิดสิวได้ แต่ถ้าคุณมีผิวแห้ง ครีมให้ความชุ่มชื้นบางๆ ก็เพียงพอแล้ว
4. ถ้าหน้ามันเกินไป ให้ใช้โลชั่นเช็ดหน้าเพื่อลดความมัน หรือใช้แป้งบางๆ เพื่อลดความมันบนใบหน้า
5. หากคุณมีสิวที่หน้าผาก บริเวณที่ขนเสียดสีกับผิวหนัง สาเหตุมักเกิดจากมูส เจล หรือสเปรย์ฉีดผม หากคุณไม่สามารถหยุดใช้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเหล่านี้ได้ คุณควรปิดหน้าผากโดยใช้ทิชชู่ก่อนและพยายามใช้ให้น้อยลง
6. บางครั้งผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกลิ่นจะถูกเติมด้วยน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นสารเคมีบางชนิด ดังนั้นจึงอาจยังแพ้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำหอม ในกรณีนี้ให้ลองใช้เครื่องสำอางที่ไม่เติมน้ำหอม (ปราศจากน้ำหอม) จะดีกว่า
7. หากแพ้ยาทาเล็บ อาจทำให้เกิดผื่นรอบดวงตาได้ เนื่องจากคุณอาจขูดบริเวณนั้นด้วยเล็บของคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ
8. โฟมล้างหน้าไม่จำเป็นมาก ยกเว้นกรณีนักแสดงหรือนายแบบที่ต้องแต่งหน้าจัดหนัก จึงเหมาะที่จะใช้ล้างหน้า
9. ยาสีฟันที่ช่วยขจัดคราบฟันจากการสูบบุหรี่ ทำให้เกิดสิวอักเสบรอบปากได้

9 เคล็ดลับ…เมื่อใช้เครื่องสำอาง
1. ปิดฝาเครื่องสำอางให้สนิทเมื่อใช้
2. รักษาโถ ขวด และหลอดเครื่องสำอางให้สะอาด อย่าปล่อยให้ฝุ่นเกาะ เก็บเครื่องสำอางไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่เย็นหรือร้อนเกินไป
3. ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าและฟองน้ำบ่อยๆ ด้วยสบู่อ่อนๆ และน้ำ
4. รักษาดินสอเขียนขอบตาให้สะอาด และลับคมบ้างเป็นครั้งคราว
5. ใช้สำลีก้อนหรือพัฟแบบใช้แล้วทิ้ง ลงแป้งหรือปัดแก้ม
6. ล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าก่อนเข้านอนเสมอ
7. ตรวจสอบอายุการเก็บรักษาเครื่องสำอางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่ปัดมาสคาร่า ถ้าเกินกำหนดก็ทิ้งไปเลยดีกว่า
8. ควรทิ้งมาสคาร่าที่มีอายุมากกว่า 3-4 เดือน หรือถ้ามีกลิ่นหรือเปลี่ยนสีก็ควรทิ้งเพราะมาสคาร่ามีแนวโน้มที่จะปนเปื้อนแบคทีเรียมากกว่าเครื่องสำอางอื่นๆ
9. หากมีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือดวงตา การแต่งหน้าที่คุณใช้อาจปนเปื้อนแบคทีเรีย ดังนั้นควรทิ้งเครื่องสำอางที่ใช้ในช่วงเวลานั้น และหยุดแต่งหน้าไปซักพักจนกว่าเชื้อจะหาย

9 ข้อห้าม…สำหรับการใช้เครื่องสำอาง
1. ห้ามใช้เครื่องสำอางของผู้อื่น และอย่าให้คนอื่นยืมเครื่องสำอางของคุณ เพราะอาจมีการแพร่เชื้อติดต่อถึงกัน
2. ห้ามใช้ชุดตัวอย่างเครื่องสำอางที่เคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้า พบว่าหากใช้ตัวอย่างลิปสติกที่ผู้ที่เป็นโรคเริมเคยใช้ อาจติดเชื้อเริมที่ริมฝีปาก เครื่องสำอางอื่นๆ ก็สามารถช่วยส่งเสริมการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ผิวหนังและดวงตาได้
3. อย่าแต่งหน้าถ้ายังไม่ได้ล้างหน้า ใช้สบู่อ่อนๆ ล้างหน้าให้สะอาดก่อนแต่งหน้า
4. อย่าแต่งหน้าทันทีที่ตื่นนอน คุณควรรอให้เปลือกตาบวมอย่างน้อยหลังจากตื่นนอนแล้วค่อยแต่งหน้า
5. ห้ามสบตาขณะอยู่ในรถ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุรถหยุดกะทันหันหรือรถชนดินสอ อาจแทงตาจนตาบอดได้
6. อย่าใช้มาสคาร่าแบบไฟเบอร์หากใส่คอนแทคเลนส์
7. ห้ามเติมเครื่องสำอางใดๆ การเพิ่มน้ำในการแต่งหน้าของคุณอาจทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ง่ายขึ้น
8. ระวังการใช้เครื่องสำอางที่มีวิตามินอี เพราะไม่มีประโยชน์ต่อผิว ยังทำให้เกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังอีกด้วย
9. เครื่องสำอางไม่ควรใช้โดยเชื่อในโฆษณาเท่านั้น ธุรกิจเครื่องสำอางเป็นธุรกิจที่ใช้งบโฆษณาเป็นจำนวนมาก บางครั้งอาจทำให้เกิดแรงจูงใจและความเชื่อที่ผิดๆ

หลายคนเสียเงินจำนวนมากในการซื้อเครื่องสำอาง จนกว่าจะมีผลสำคัญต่อปัจจัยจำเป็น 4 ประการ นอกจากนี้การใช้เครื่องสำอางมากเกินไปอาจทำให้เกิดผื่นเครื่องสำอางได้

กรณีมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะดีกว่า

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th