in

8 สาเหตุที่ทำให้ “นอนไม่หลับ” และวิธีรักษา

8 สาเหตุที่ทำให้ “นอนไม่หลับ” และวิธีรักษา

8 สาเหตุของ “นอนไม่หลับ” และวิธีรักษา

พฤติกรรมการนอนของคุณเป็นอย่างไร? พอหัวถึงหมอนก็หลับสบาย ไม่จำเป็นต้องเครียดหรือกังวลอะไรเลย แต่กับหลายๆ คนอาจมีปัญหาในการนอน ทั้งนอนหลับยาก ใช้เวลานานกว่าจะหลับ ตื่นบ่อย นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท ทำให้เวลาตื่นนอนไม่สดชื่น เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้สะสมตามกาลเวลาส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ความจำ เริ่มเสื่อม ประสิทธิภาพการเรียนรู้ ทำงานน้อย อารมณ์แปรปรวน โกรธง่าย ในเรื่องของสุขภาพ เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ปัญหาสุขภาพก็จะตามมา ดังนั้นเราควรรีบหาทางแก้ไขแต่เนิ่นๆ

นพ. อ่อนนุช ชวลิตธำรงค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จาก Addlife Check-Up Center ชั้น 2 Life Center (คิวเฮาส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า โรคนอนไม่หลับ จริงๆ แล้วเป็นปัญหาการอดนอน ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่น ซึ่งส่งผลต่อหน้าที่การงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่น ลักษณะอาการนอนไม่หลับ เช่น หลับนาน นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย นอนสั้น ตื่นเช้าตื่นมาไม่สดชื่น

สาเหตุของการนอนไม่หลับเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

  1. ความเครียดอาจเกิดจากการทำงาน หรือปัญหาครอบครัว
  2. โรคทางกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดข้อ โรคทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า
  3. ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาสเตียรอยด์ ยาเย็น อาการคัดจมูก เป็นต้น
  4. สารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน นิโคติน แอลกอฮอล์
  5. สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น เสียงดัง แสงรบกวน อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไป
  6. การเปลี่ยนแปลงของตารางการนอน เช่น เจ็ตแล็กจากการเดินทางเป็นกะทั้งกลางวันและกลางคืน
  7. ขาดฮอร์โมน เช่น เมลาโทนิน โกรทฮอร์โมน ฮอร์โมนเพศ
  8. ขาดสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ เช่น สังกะสี วิตามินบี 5 และทริปโตเฟน เป็นต้น

การนอนหลับพักผ่อนที่ดีควรนอนหลับให้สนิท ซึ่งเมื่อตื่นขึ้นจะรู้สึกสดชื่น หลับสบายตลอดวัน แต่ถ้าตื่นมาแล้วยังง่วงอยู่ก็ถือว่าหลับไม่สนิท ซึ่งจำนวนชั่วโมงที่คนต้องนอนพักผ่อน การซ่อมแซมร่างกายของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ยิ่งอายุน้อย ยิ่งนอนนาน เด็กอายุ 5 ถึง 10 ปีต้องการนอน 9-11 ชั่วโมง ในขณะที่ผู้ใหญ่ทั่วไปต้องการนอน 7-9 ชั่วโมง แต่บางคนต้องการนอนน้อย ต้องดูก่อนว่ารู้สึกสดชื่นระหว่างวันหรือไม่ หากคุณรู้สึกง่วง แสดงว่าคุณนอนไม่เพียงพอ การเข้านอนไม่ควรเกิน 22.00 น. เพื่อให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับอย่างเต็มที่ ส่งผลให้การนอนหลับมีคุณภาพดีขึ้น ผลเสียของการนอนหลับไม่เพียงพอ ได้แก่ ง่วงนอนตอนกลางวัน อ่อนเพลีย มีสมาธิและความจำไม่ดี อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น

วิธีแก้นอนไม่หลับ

  1. แก้ไขพฤติกรรมของตนเอง เข้านอนและตื่นให้ตรงเวลา ห้ามนอนระหว่างวัน หลีกเลี่ยงชา กาแฟ นิโคติน แอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน อย่ากินอาหารมื้อหนักก่อนนอน ไม่ทำงานบนเตียง จัดให้มีสภาพแวดล้อมในห้องนอนที่เหมาะสม เงียบสงบ มืด ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป อาจผ่อนคลายก่อนนอนด้วยการอ่านหนังสือหรือฟังเพลง
  2. ในกรณีที่ร่างกายเริ่มเสื่อม การปฏิบัตินี้อาจไม่ดีขึ้น จึงควรพบแพทย์ โดยเริ่มหาสาเหตุและรักษาโดยเฉพาะ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ
  • ร่างกายขาดฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน ฮอร์โมนเพศชาย ฮอร์โมนไทรอยด์
    โกรทฮอร์โมน เมลาโทนิน
  • ร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุ เช่น แมกนีเซียม สังกะสี

ร่างกายขาดสารสื่อประสาทเนื่องจากขาดโปรตีน เช่น ทริปโตเฟน แพทย์ต่อต้านวัยจะตรวจสอบผลเลือดโดยละเอียด เพื่อวินิจฉัยความไม่สมดุลเหล่านี้ และสามารถรักษาได้ด้วยการให้ฮอร์โมน สารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุตามธรรมชาติ ตามความต้องการที่แท้จริงของร่างกายแต่ละคน

การรักษาโรคนอนไม่หลับสามารถแก้ไขได้ การรักษาที่ได้ผลที่สุดคือการรักษาที่ต้นเหตุ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและแก้ปัญหาตรงจุด

.
ที่มาข้อมูล