in

8 สัญญาณอันตราย “ทอนซิลอักเสบ”

8 สัญญาณอันตราย “ทอนซิลอักเสบ”

8 สัญญาณอันตราย "ต่อมทอนซิลอักเสบ"

ต่อมทอนซิลอักเสบคือการติดเชื้อของต่อมน้ำเหลืองในลำคอ อาจทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น เจ็บคอ คอบวม มีไข้สูง กลืนลำบาก และปวดศีรษะ ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลันอาจอยู่ได้นาน 3-4 วัน แต่บางคนอาจมีอาการกำเริบหรืออักเสบเรื้อรัง ต่อมทอนซิลอักเสบมักจะหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม อาจช่วยบรรเทาอาการและเร่งการฟื้นตัวได้

ต่อมทอนซิลอักเสบคืออะไร?

ทอนซิลอักเสบคือการอักเสบของต่อมทอนซิล ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านหลังทั้งสองข้างที่ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ทางเดินหายใจ เมื่อเชื้อโรคมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะควบคุมไม่ได้ หรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ ก็ทำให้เกิดการติดเชื้อ อักเสบ บวม และเจ็บคอได้

ต่อมทอนซิลอักเสบสามารถแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก:

  • ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน อาการมักจะอยู่ 3-4 วัน
  • ต่อมทอนซิลอักเสบกำเริบ หมายถึงต่อมทอนซิลอักเสบที่เกิดขึ้นปีละหลายครั้ง ซึ่งอาจมีอาการ รักษาจนหาย แล้วกลับมามีอาการใหม่ๆ ซ้ำๆ เรื่อยๆ
  • ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง หมายถึงต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง

ต่อมทอนซิลอักเสบพบได้บ่อยในเด็ก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นและผู้ใหญ่เช่นกัน

อาการต่อมทอนซิลอักเสบ

อาการต่อมทอนซิลอักเสบ อาจมีดังต่อไปนี้

  1. เจ็บคอ คออักเสบ บวม แดง
  2. กลืนลำบาก เจ็บเวลากลืน
  3. เสียงแหบ
  4. ปวดหัว ปวดหู
  5. ไข้ หนาวสั่น
  6. เหน็ดเหนื่อยไม่มีเรี่ยวแรง
  7. บริเวณต่อมทอนซิลอาจมีหย่อมสีขาวหรือเหลือง
  8. กลิ่นปาก

เด็กอาจมีอาการอื่นๆ เช่น

  1. ไม่ยอมกิน
  2. ปวดท้อง
  3. อาเจียน
  4. น้ำลายไหล
  5. เอะอะผิดปกติ

สาเหตุของต่อมทอนซิลอักเสบ

ต่อมทอนซิลอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่อไปนี้:

  • การติดเชื้อไวรัส ต่อมทอนซิลอักเสบส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอนเทอโรไวรัส (เอนเทอโรไวรัส) อะดีโนไวรัส
  • ติดเชื้อแบคทีเรีย แบคทีเรียที่มักทำให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบคือ Streptococcus Pyogenes ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคคออักเสบ แต่ก็สามารถเกิดจากแบคทีเรียอื่นๆ ได้เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงของต่อมทอนซิลอักเสบ

  • อายุ เด็กที่อายุน้อยกว่ามีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อมทอนซิลอักเสบ ทารกและเด็กเล็กมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อมทอนซิลอักเสบจากไวรัส เด็กอายุ 5-15 ปีมีแนวโน้มที่จะเป็นต่อมทอนซิลอักเสบจากแบคทีเรีย และผู้สูงอายุก็อาจมีโอกาสเกิดต่อมทอนซิลอักเสบสูงขึ้น
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น เด็กวัยเรียนที่ต้องเจอเด็กคนอื่นๆ เป็นจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อโรคมากขึ้น และทำให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบ

การวินิจฉัยต่อมทอนซิลอักเสบ

**ข้อมูลในที่นี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเสมอ

แพทย์ของคุณสามารถวินิจฉัยต่อมทอนซิลอักเสบได้โดยการตรวจดูอาการ โดยเฉพาะบริเวณช่องปาก หลังคอและคอ รวมทั้งตรวจหาไข้เพื่อดูว่ามีอาการติดเชื้อหรือไม่ เช่น อักเสบ บวม มีไข้สูง แพทย์ของคุณอาจทำการทดสอบเพิ่มเติม ได้แก่ :

  • การใช้ป้ายคอ ให้เก็บตัวอย่างน้ำลายและเนื้อเยื่อบริเวณลำคอเพื่อตรวจหาแบคทีเรีย
  • การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (ตรวจนับเม็ดเลือด หรือ ซีบีซี) เพื่อตรวจดูว่าจำนวนเม็ดเลือดของคุณสูงหรือต่ำกว่าปกติหรือไม่ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

การรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ

ส่วนใหญ่ต่อมทอนซิลอักเสบ โดยเฉพาะต่อมทอนซิลอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส พวกเขามักจะหายไปเองภายในสองสามวัน โดยไม่จำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม แต่สำหรับต่อมทอนซิลอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์ของคุณอาจสั่งยาปฏิชีวนะในช่องปากเพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค คุณควรใช้ยาตามปริมาณที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการดื้อยา

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังหรือกำเริบบ่อยๆ เช่น มากกว่าเจ็ดครั้งในหนึ่งปี แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ตัดทอนซิล ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจตัดทอนซิล

ดูแลตัวเองที่บ้าน

ในกรณีส่วนใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบจะหายไปเอง แต่คุณสามารถดูแลตัวเองเพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาอาการและเร่งการฟื้นตัวได้ดังนี้

  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ ควรเลือกน้ำเย็น หรือกินของเย็น ๆ เช่น ไอศกรีม และน้ำแข็ง อาจช่วยบรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบได้
  • กลั้วคอด้วยน้ำอุ่นและเกลือ
  • ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นช่วยลดการระคายเคืองในลำคอ
  • ใช้ยาบรรเทาปวด เช่น พาราเซตามอลและไอบูโพรเฟน เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ

ปรับวิถีชีวิตและดูแลตัวเองป้องกันต่อมทอนซิลอักเสบ

การป้องกันต่อมทอนซิลอักเสบเป็นสิ่งสำคัญ คือการรักษาสุขอนามัยที่ดีดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรค
  • หลีกเลี่ยงผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอ มีไข้ และผู้ที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบ
  • ห้ามใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้ว ช้อนส้อม แปรงสีฟัน ร่วมกับผู้อื่น

.
ที่มาข้อมูล