in

8 สมุนไพรแก้ท้องเสีย ท้องร่วง แก้อาการถ่ายเหลวไม่หยุดอย่างได้ผล!



ที่มาของภาพ : เมดไทย

ท้องเสีย

ท้องเสีย ท้องเสีย หรือ ท้องเสีย (ท้องเสีย) เป็นภาวะที่มีอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน อาการส่วนใหญ่มักจะหายได้เองภายในสองสามวัน และมักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือปนเปื้อนเชื้อโรค แต่การรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือ ล้างภาชนะและภาชนะใส่อาหารให้สะอาดสามารถช่วยป้องกันอาการท้องร่วงได้

อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อคุณมีอาการท้องร่วง การใช้สมุนไพรหรือสมุนไพรที่กล่าวถึงในบทความนี้อาจเป็นตัวเลือกการรักษาที่ดีสำหรับคุณ แต่ที่สำคัญคือเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำและแร่ธาตุ มักจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า ไข้จากภาวะขาดน้ำ นอกจากยาแล้ว คุณจะต้องเปลี่ยนของเหลวและอิเล็กโทรไลต์เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำโดยการดื่มน้ำแร่ให้เพียงพอ และช่วงท้องเสียให้กินเฉพาะอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม ข้าวต้ม ซุป (ไม่ควรงดอาหารรสจัด) และหากพบว่ามีอาการอื่นนอกจากท้องเสีย โดยเฉพาะอุจจาระเป็นเลือดมีเสมหะหรือมีไข้ กลิ่นอุจจาระมีกลิ่นคล้ายของเน่าเสีย หากคุณมีอาการท้องร่วง (ท้องเสียติดเชื้อ) ขอแนะนำให้ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจและรักษาเพิ่มเติมโดยแพทย์แผนปัจจุบัน

สมุนไพรแก้ท้องร่วง

โดยปกติสมุนไพรแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณทางยาต่างๆ และสำหรับสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการท้องเสียนั้นมีมากมายหลายชนิด ถ้าสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเหมือนกันมาผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม สูตรยาสมุนไพรจะช่วยเสริมฤทธิ์และออกฤทธิ์ได้ดีกว่าการใช้สมุนไพรตัวเดียวมาทำยา

สมุนไพรแก้ท้องร่วง

1. กฤษณา (Aquilaria crassna Pierre อดีต Lecomte) สมุนไพรอันทรงคุณค่า ส่วนที่ใช้ทำยาคือส่วนของไม้ที่มีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ มันหนักและหนักกว่าน้ำ ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างแพง ตามตำราแพทย์แผนไทย เราจะใช้ไม้คุณภาพเกรดนี้ในการปรุงอาหารเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้ท้องร่วง แก้ลม วิงเวียนศีรษะ ไข้ ฯลฯ
วิธีใช้ : ไม้เนื้อแข็งกฤษณาถูกนำมาใช้ในตำรับยาหลายชนิด เป็นยาที่ผสมกับสมุนไพรหลายชนิดในสูตรรักษาอาการของโรคต่างๆ เช่น ยา agaric แบบกลั่นสำหรับอาการท้องร่วง, ยาเทพจิต หอม ยาแก้ลม กองดำ ตาคล้ำ แก้อาการวิงเวียนศีรษะ ยาสมุนไพรกลั่นสูตรรักษา ลมวิงเวียน ,พระนวคตแก้ลมเวียนหัว,สูตรผึ้งบีบใช้แก้เส้น,สูตรหลวงลัดแก้เลือดกำเดาไหล,สูตรยำยำโฮสถิจันทร์แก้ไข้ ฯลฯ

2. กานพูล (Syzygium aromaticum (L.) Merr.& LMPerry) ไม้ยืนต้นสูง 9-12 เมตร มีทรงพุ่มทรงกรวยคว่ำ เปลือกไม้ สีเทาเรียบ สีเทาใบเดี่ยว รูปหอก ช่อดอกเป็นช่อเรียงเป็นช่อที่ปลายยอด สมุนไพรนี้มีสรรพคุณทางยามากมาย เกือบทุกส่วนของพืชสามารถใช้ทำยาได้ โดยเฉพาะในดอกตูมที่มีคุณสมบัติทางเดินอาหารมากมาย เนื่องจากคุณสมบัติช่วยขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ปวดท้อง มวลในลำไส้ อาการจุกเสียดแน่น อุจจาระผิดรูป แก้ท้องร่วงในเด็ก ฯลฯ
วิธีใช้ : ใช้บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และช่วยขับลม ให้ใช้ดอกตูม (ดอกกานพลูโต) แต่ยังไม่บาน) 4-6 ดอก ทุบให้ช้ำ ชงกับน้ำดื่มครั้งละครึ่งถ้วย หรือใช้ดอกแห้ง 5-8 ดอก ต้มกับน้ำให้พอเดือด ดื่มแต่น้ำเปล่า หรือถ้าเป็นผงดิน ให้ใช้ประมาณ 0.12-0.6 กรัม

3. พิมพ์สมอ (Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.ไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 15-35 เมตร ติดผลเป็นพวงใหญ่ ผลมีลักษณะกลมหรือรูปไข่ แข็ง มี 5 สัน ผิวด้านนอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลหนาแน่น ในทางการแพทย์ เราชอบที่จะใช้ทั้งส่วนอายุน้อยและส่วนแก่ในการทำยา ผลอ่อนมีรสเปรี้ยว มีคุณสมบัติเป็นยาขับลม ใช้เป็นยาระบาย เป็นยาระบาย และผลมีรสฝาด มีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องร่วง ท้องร่วง แก้ท้องมาน แก้ไข้ แก้โรคตา แก้ริดสีดวงทวาร และใช้บำรุงธาตุ
วิธีใช้ : แก้ท้องร่วง ท้องร่วง (ไม่ใช่โรคบิดหรืออหิวาตกโรค) ใช้ผลสมอเก่า 2-3 ผล นำไปต้มกับน้ำ 2 ถ้วย ใส่เกลือเล็กน้อย จากนั้นเคี่ยวจนเหลือ 1 ถ้วย แล้วดื่ม*

4. ฝาง (Caesalpinia sappan L.) ไม้พุ่มแตกแขนงที่โคน สูง 5-8 เมตร ลำต้นมีหนามโค้งสั้นและแข็ง มีใบที่ประกอบด้วยขนสองใบเรียงสลับกัน ส่วนที่ใช้ทำยา คือ ส่วนของแก่นไม้เนื้อแข็งที่มีสีแดง (ฝางแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดแรกคือไม้เนื้อแข็งสีแดงเข้มเรียกว่า “ฝางเสน” และอีกประเภทคือไม้เนื้อแข็งสีเหลืองที่เรียกว่า “ฝางโสม” ” “) ส่วนใหญ่มีคุณสมบัติเป็นยาแก้ท้องร่วง ท้องร่วง แก้ไขความทุพพลภาพ ใช้เป็นยาบำรุงโลหิตของผู้หญิง ยาคลายประจำเดือน ยาแช่เท้า ฯลฯ
วิธีใช้ : สำหรับอาการท้องร่วง ท้องร่วง ใช้ฝางเอสเซนส์ 3-9 กรัม ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย (500 มล.) เคี่ยวจนเหลือ 1 ถ้วย ดื่มครั้งละครึ่งถ้วย ใช้ฝาง 1 ส่วนต่อน้ำ 20 ส่วน นำไปต้มและเคี่ยวเป็นเวลา 15 นาที ใช้ 2-4 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 4-8 ช้อนโต๊ะแกง) ต่อครั้ง*

5. การบูร (Cinnamomum camphora (L. ) J. Presl.) เป็นคริสตัลที่สอดเข้าไปในเนื้อไม้ของต้นการบูร ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่แพร่หลาย มักอยู่ตามรอยแตกของไม้แต่พบมากที่โคนต้น ตามด้วยแกนของลำต้น ในตำราแพทย์แผนไทย นอกจากจะใช้การบูรเป็นยาทาบรรเทาปวด เคล็ดขัดยอก เคล็ดขัดยอก บวมแล้ว การบูรยังใช้บรรเทาอาการ ปวดท้อง ท้องเสีย ผายลม และลมกระจาย
วิธีใช้ : มักมีการใช้การบูรร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในการรักษาตามอาการหลายอย่าง เช่น ไม้กฤษณากลั่นสำหรับอาการท้องร่วง ยาขับลมแก้ท้องอืด ยาอัมพาตแก้ปวดตามเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ยาแก้ท้องอืด ประจำเดือนมาไม่ปกติ เม็ดเลือดสวย แก้ปวดประจำเดือน ฯลฯ

6. พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (Lobelia chinensis Lour.) ไม้ล้มลุกที่มีลำต้นขนาดเล็ก ตามโคน ลำต้นมีแนวโน้มที่จะเลื้อยไปตามพื้นดินและจับยอดด้วยใบยางสีขาวเป็นใบเดี่ยวรูปใบหอกเรียงสลับกัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกมีสีม่วงอ่อน 5 กลีบ ในทางการแพทย์จะใช้พืชสดทั้งสองชนิดในขณะที่ดอกกำลังบานเพื่อรักษาอาการต่างๆ ตั้งแต่ท้องร่วง โรคบิด บวมน้ำ น้ำในช่องท้อง ดีซ่าน ดีซ่าน ต่อมทอนซิลอักเสบ อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้น หรือใช้ภายนอกเป็นยา รักษาฝี, กลาก, โรคผิวหนัง, โรคเต้านมอักเสบ, เคล็ดขัดยอก ฯลฯ
วิธีใช้ : สำหรับรักษาอาการท้องร่วง ใช้ฮาล์ฟมูนสด 15-30 กรัม (ประมาณ 1 กำมือ) ต้มและดื่ม (แต่ห้ามใช้สมุนไพรในผู้ที่มีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อุจจาระร่วง)*

7. พริกไทยดำ (ไพเพอร์ นิกรา แอล.) ตามตำราแพทย์แผนไทย ส่วนของผลจะแห้ง สุก แต่ไม่สุก และเปลือก หรือที่เรียกว่า “พริกไทยดำ” ใช้เป็นยา สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณทางยามากมาย ยกตัวอย่างเฉพาะระบบย่อยอาหาร ช่วยรักษาอาการปวดท้อง แก้ท้องร่วง ปวดท้อง ลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อาการจุกเสียดแน่น ขับลมในลำไส้ให้เรอ เป็นต้น
วิธีใช้ : มักใช้เป็นส่วนผสมในสูตรยาทั้งไทย จีน และอินเดีย เช่น ไม้กฤษณากลั่นแก้ท้องร่วง ยากานพลู แก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่นท้อง พิกัดตรีกุก ยาเผ็ด 6 ชนิด เป็นต้น สำหรับใช้ครั้งเดียว มักใช้เพื่อลดอาการอาหารไม่ย่อยและขับลม (เข้าใจว่าสามารถช่วยแก้อาการท้องร่วงได้เช่นกัน) โดยใช้ผลไม้บดเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลม ใช้ครั้งละ 0.5-1 กรัม หรือจะใช้ผงผสมกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้งหลังอาหารก็ได้*

8. เกาลัดหมู (Cyperus rotundus L.) ในทางการแพทย์ ส่วนของหัวใต้ดินของหญ้าเกาลัดหมูใช้ทำยา ลำตัวที่อยู่ใต้ดินมีรูปร่างเป็นฟิวซิฟอร์ม แข็ง เหนียว ผิวไม่เรียบ สีน้ำตาลและดำ ดูเป็นข้อๆ เนื้อในสีเหลืองถึงน้ำตาลแดง มีกลิ่นหอมเฉพาะ เผ็ดและขมตำราตำรายาแผนไทยจะใช้ส่วนหัวนี้นำมาปรุงเป็นยาแก้ท้องร่วง ปวดท้อง ขับลมในลำไส้ และท้องอืด แก้ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ ใช้บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง ช่วยให้เจริญอาหาร ฯลฯ และยังปรากฏว่าใช้สมุนไพรนี้ในสูตร “เหลืองนอกทะเล” ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ซึ่งเป็นสูตรยาที่ใช้บรรเทาอาการท้องร่วงชนิดไม่ติดเชื้อและท้องเสียไม่มีไข้
วิธีใช้ : ใช้เกาลัดหมูประมาณ 1 กำมือ (60-70 หัว หรือ 15 กรัม) ทุบให้เป็นชิ้นๆ แล้วต้มน้ำดื่ม หรือใช้ครั้งละ 5 หัว นำมาโขลกผสมกับน้ำผึ้งกินได้เช่นกัน*

บันทึก* : คำแนะนำวิธีใช้และปริมาณการใช้สมุนไพรดังกล่าว เป็นปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (ไม่รวมเด็กและทารก)

ตัวอย่างสมุนไพรแก้ท้องร่วง

ไม้กฤษณากลั่นเป็นยาสมุนไพรที่ใช้รักษาอาการท้องร่วง ปวดท้อง อาการจุกเสียด และขับลม สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาส่วนใหญ่ มีวิธีการใช้โดยการผสมกับน้ำดื่ม

สูตรประกอบด้วยสมุนไพรที่มีสารสำคัญ ได้แก่ : กฤษณา (แก้ท้องเสีย) กานพูล (แก้ท้องร่วง ปวดท้อง ช่วยขับลม) การบูร (ขับลม แก้ท้องร่วง ปวดท้อง) พริกไทยดำ (ขับลม แก้ท้องร่วง ปวดท้อง) งี่เง่า (แก้ท้องเสีย) เปกา (แก้ท้องเสีย ขับลม) เทียนขาว (ขับลมแก้ท้องเสีย) ปลาย (ขับลม แก้ปวดท้อง) ขิง (ลมเป็นประกาย) ลึก (ลมเป็นประกาย) เทียนดำ (ลมเป็นประกาย) สลัดได และนกกระสา (ใช้ในสูตรแก้ปวดท้อง ขับลม ฯลฯ) มีกรรมวิธีการปรุงคือนำยาสมุนไพรนี้มาบดในรูปแบบแห้งและบดให้ได้ขนาดที่ต้องการ จากนั้นชั่งน้ำหนัก ล้าง และหมักในแอลกอฮอล์เพื่อละลายน้ำมันก่อนบรรจุขวด

คุณจะสังเกตได้ว่าสมุนไพรเหล่านี้มีคุณสมบัติบางอย่างที่เหมือนกัน ซึ่งนี่ก็เป็นสรรพคุณแก้ท้องร่วง ปวดท้อง และช่วยขับลม โดยเฉพาะแก้ท้องเสีย

อ้างอิง
  1. ภาควิชาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. “คุณหมอแนะนำให้ทานยาสมุนไพรแก้ท้องเสียในหน้าร้อน” (นพ.เกียรติภูมิ วงษ์จิตต์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.facebook.com/dtam.moph/ [01 ก.ย. 2021].
  2. ข้อมูลพืช สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืชในพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “กานพลู สมอ ฝาง พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว” [ออนไลน์]. ได้จาก : www.rspg.or.th/plants_data/herbs/ [01 ก.ย. 2021].
  3. ฐานข้อมูลยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “ไม้กฤษณา กานพลู ทอดสมอ ฝาง การบูร พริกไทย แห้ว” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.thaicrudedrug.com. [01 ก.ย. 2021].









เรียบเรียงโดย เว็บไซต์เมดไทย




ขอบคุณข้อมูลจาก medthai.com