in

7 เทคนิคสั่งอาหารมาทานที่บ้านสำหรับผู้ป่วยโรคไต


สิ่งที่ผู้ป่วยโรคไตต้องรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมและการเลือกอาหารในช่วงการระบาดของ COVID-19
ผู้ป่วยโรคไต ไม่ว่าจะต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต รวมทั้งผู้ที่ทุกข์ทรมานจากโรคเรื้อรังต่างๆ โดยจัดเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงกว่าคนปกติ ดังนั้นการซื้อของไว้ที่บ้านและสั่งอาหารไปทานที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดก็เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้เช่นกัน
เทคนิคการสั่งอาหารทานที่บ้านสำหรับผู้ป่วยโรคไต
1. ปรับสัดส่วนอาหารให้เท่ากับปริมาณอาหารที่เรารับประทานตามปกติ เพราะปริมาณอาหารของทางร้านจะมีปริมาณมากขึ้น
2. เลือกอาหารปิ้งย่างหรือย่างแทนการทอดหรือต้ม เนื่องจากน้ำซุปของร้านอาหารมีโซเดียมสูง
3. แจ้งทางร้านไม่ให้ใส่เกลือขณะทำอาหาร
4. อาหารที่มีซอสหรือแกง แยกซอสหรือแกง ห้ามเทลงบนอาหารหรือข้าว
5. ก่อนรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดใด ให้เอาผิวหนังบริเวณนั้นออก นี่เป็นเพราะว่าหนังของเนื้อสัตว์นั้นมีโซเดียมมากในน้ำหมักและเครื่องปรุงรส
6. ห้ามเติมซอสหรือเครื่องปรุงรสเค็ม
7. ใช้มะนาว เครื่องเทศ ปรุงรสแทนเกลือ
รายการอาหารโซเดียมต่ำที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคไต

1. กลุ่มผลไม้ ผลไม้กระป๋องไม่เติมน้ำตาล
– ผลไม้แห้ง (มีโพแทสเซียมสูง)
– น้ำผลไม้ (ที่มีโพแทสเซียมสูง) ยกเว้นแอปเปิ้ล แบล็กเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ องุ่น สับปะรด สตรอเบอร์รี่ แตงโม
2. ผักผักกระป๋อง (แนะนำให้ลวกน้ำก่อนรับประทานเพื่อลดปริมาณโซเดียม)
– ผักแช่แข็ง
3. กลุ่มเนื้อกระป๋อง (แนะนำให้ลวกน้ำก่อนรับประทานเพื่อลดปริมาณโซเดียม หรือเลือกไม่แช่เกลือ)
– เนื้อแช่แข็ง
4.ถั่ว ถั่วแห้ง ไม่ใส่เกลือ (มีฟอสฟอรัสสูง)
– ถั่วกระป๋อง เลือกแบบที่มีโซเดียมต่ำ (ปริมาณฟอสฟอรัสสูง)
5. นมและผลิตภัณฑ์นม นมกล่องหรือนมกระป๋อง (มีฟอสฟอรัสสูง)
– นมถั่วเหลืองและนมอัลมอนด์ (มีฟอสฟอรัสสูง)
– น้ำนมข้าว
6. ข้าว แป้ง และเมล็ดข้าวขัดสี
– แครกเกอร์หรือบิสกิตไม่ใส่เกลือ
– ข้าวไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวมันปู ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง)
– เมล็ดพืชแห้ง (ปริมาณฟอสฟอรัสสูง)
7. ไขมัน น้ำมันพืชทุกชนิด เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก

**สำหรับผู้ป่วยโรคไตที่มีระดับโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตทั้งก่อนฟอกไตและผู้ที่ฟอกไต หลีกเลี่ยงและจำกัดอาหารที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง**

วิธีการเตรียมอาหารสำหรับผู้ป่วยไตฉุกเฉินที่ไม่สามารถไปโรงพยาบาลเพื่อล้างไตได้?

– หากมีการกักตุนอาหาร ควรตรวจสอบวันผลิตก่อนรับประทานทุกครั้ง
– อาหารหรือนมกระป๋อง หากเปิดแล้วกินไม่หมดควรแช่เย็น หรือบริโภคให้หมดภายใน 4 ชั่วโมง เมื่อปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
– ใช้เทอร์โมมิเตอร์ตรวจสอบอุณหภูมิของตู้เย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บอาหารควรน้อยกว่า 5 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 5 องศาเซลเซียส อาหารสามารถเก็บรักษาไว้ได้เพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น
– จำกัดปริมาณของเหลว โดยการดื่มเฉลี่ย 450-500 มล. ต่อวันแนะนำให้ค่อยๆจิบน้ำระหว่างวัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการบวมน้ำ
– ห้ามปรุงด้วยเกลือและใช้ซอสให้น้อยที่สุด
– หลีกเลี่ยงผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง แนะนำให้ลวกหรือต้มผักเพื่อลดปริมาณโพแทสเซียม
– หากผู้ป่วยโรคไตเป็นเบาหวาน แนะนำให้พกขนมหรือขนมติดตัวไปด้วยเพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในระหว่างวัน

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนอยู่

.



อ่านต่อ ได้ที่นี่