in

5 สัญญาณอันตราย ควร “ตรวจสายตา” ด่วน

5 สัญญาณอันตราย ควร “ตรวจสายตา” ด่วน

5 สัญญาณอันตรายที่คุณควร

ปัจจุบันคนไทยมีปัญหาสายตาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับมารร้ายที่ทำลายล้างรอบตัว ทั้งจากการทำงานและการเรียนที่ต้องจ้องที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่เกิดจากรังสี UV ของแสงแดดและแสง

นพ. นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์ จากร้านแว่นท็อปเจริญ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาการผิดปกติของการมองเห็นที่สังเกตได้ และผู้ที่ควรตรวจตาเป็นประจำหรือตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ดังนี้

สัญญาณอันตรายควร “ตรวจสอบ” อย่างเร่งด่วน

หากคุณมีปัญหาสายตาแบบนี้ ควรพบจักษุแพทย์ทันที ได้แก่ :

  1. ปวดตา
  2. โฟกัสเบลอ
  3. อาการวิงเวียนศีรษะ
  4. แสบตา ตาแห้ง
  5. วิสัยทัศน์คู่

กลุ่มคนที่ควรตรวจตาเป็นประจำ

  • วัยทำงานและวัยเรียนที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตเป็นประจำ

กลุ่มวัยทำงานและวัยเรียน คุณควรตรวจสุขภาพดวงตาและปรับปรุงสายตาเป็นประจำทุกปี เพราะปัญหาสายตาของคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้สายตาจ้องที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อดวงตาจะคงอยู่ทุกวันเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และเรียนออนไลน์ หากดวงตาถูกแสงสีฟ้านานเกินไป จะส่งผลเสียต่อเซลล์ในภาพตาที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชันซิสเต็ม จะมีภาพเมื่อยล้าและโฟกัสภาพเบลอ

วิธีดูแลสายตาระหว่างเรียน-ทำงานหน้าคอม สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต

  1. ควรใช้ดวงตาตามหลัก 20-20-20 นั่นคือ ใช้ตาเป็นเวลา 20 นาที คุณควรพักสายตาโดยมองที่ระยะ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
  2. ปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม
  3. สวมแว่นตาที่มีเลนส์ตัดสีน้ำเงิน
  4. เปลี่ยนท่าทางหรือการเคลื่อนไหวบ่อยๆ เพื่อลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  5. นั่งอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน มีโอกาสตาแห้งจากการระเหยของฟิล์มน้ำตาได้ ทำให้เกิดอาการตาไหม้และตาแดงโดยเฉพาะผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้น กระพริบตา 15 ครั้งต่อนาที และสลับใส่แว่นสายตาขนาดใหญ่เพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง
  • คนที่ใช้สายตากลางแจ้งเป็นเวลานาน

เช่น ผู้ขับขี่ยานพาหนะ นักกีฬากลางแจ้ง หรืออาชีพที่ต้องทำงานกลางแดด หากสัมผัสกับแสงแดดที่มีรังสี UV ในปริมาณมากซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา อาจทำให้ต้อเนื้อกระจกตาอักเสบ ปวดตา รวมทั้งต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม

วิธีปกป้องดวงตา ในการทำงานกลางแดด

เมื่ออยู่กลางแดด แนะนำให้สวมแว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาจากแสงแดดที่แรงและรังสียูวี ควรเลือกแว่นกันแดดที่มีคุณภาพ เพราะการใส่แว่นกันแดดจะทำให้รูม่านตาขยายเนื่องจากความเข้มของเลนส์ หากใส่แว่นที่ไม่มีคุณสมบัติป้องกันแสงยูวีจะส่งผลเสียต่อดวงตามากกว่า

  • คนชอบดูซีรีส์หรืออ่านหนังสือตอนกลางคืน

ใครที่ชอบดูละคร ซีรีส์ หนัง หรืออ่านหนังสือตอนกลางคืน จนเป็นวิถีชีวิตประจำวันที่อาจส่งผลให้นอนหลับไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบดูซีรีส์ในที่มืดหรือแสงน้อย นอกจากจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าของดวงตาแล้ว ยังส่งผลต่อผลอื่นๆ เช่น สารสื่อประสาทในสมองไม่สมดุล ทำให้ร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว

วิธีถนอมสายตา เมื่อต้องอ่านหนังสือตอนกลางคืน

สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือประจำ หากอ่านในระยะใกล้เกินไปหรือในที่ที่มีแสงไม่เพียงพอเป็นเวลานาน อาการปวดตา อาการล้าของดวงตา และการมองเห็นซ้อนอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติดังนี้

  1. ควรอ่านหนังสือให้ห่างจากดวงตาอย่างน้อย 30 เซนติเมตรในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ
  2. พักสายตาเป็นระยะ
  3. สวมแว่นตาที่เป็นเลนส์เพื่อลดอาการปวดตา
  4. หากใครเริ่มเห็นภาพไม่ชัดเจนแนะนำให้ตรวจตา เลือกการตัดเลนส์ให้เหมาะสม เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาได้
  • คนทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือที่ต้องการความละเอียดสูง

คนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือที่ต้องการความละเอียดสูง เป็นกลุ่มที่มีความกระฉับกระเฉงและบางครั้งก็ขาดการป้องกัน โดยเฉพาะงานที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุทั้งจากธรรมชาติของงานที่ทำหรือความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม แนะนำให้สวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด รวมถึงวัตถุแปลกปลอมหรือสารเคมีที่กระเด็นเข้าตา เพราะหากมีความรุนแรงกับดวงตาแล้วถึงกับหายได้ แต่ดวงตาอาจไม่กลับมาเป็นปกติอย่างสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัญหาทางสายตาควรใช้แว่นสายตาที่ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

  • ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว

เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการโฟกัสจะลดลง ทำให้สายตาสั้น ต้อกระจก ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องตรวจตาเป็นประจำเพื่อรักษาการมองเห็นของคุณอยู่ตลอดเวลา อาจจำเป็นต้องตรวจตาเพื่อใช้เครื่องวัดความดันตา หากตรวจพบอาการผิดปกติ สามารถทำการรักษาได้ทันที และป้องกันการสูญเสียดวงตาในผู้สูงอายุรวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เป็นต้น

เตรียมตัวไปตรวจตา

สำหรับการตรวจตาและตรวจสุขภาพตา ผู้ป่วยควรเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจตา เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำปริมาณมาก หรือการใส่คอนแทคเลนส์ ก่อนการตรวจจะต้องถอดคอนแทคเลนส์อย่างน้อย 20 นาที แทนที่ด้วยแว่นสายตา

.
ที่มาข้อมูล