in

5 วิธี เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสี่ยง “สมาธิสั้น”

5 วิธี เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสี่ยง “สมาธิสั้น”

5 วิธีเลี้ยงลูกไม่ให้เสี่ยง

เด็กเล็กหลายคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมาธิสั้นจากการที่ผู้ปกครองดูแลอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการเลี้ยงลูกด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีในโลกดิจิทัล สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

สาเหตุของสมาธิสั้นในเด็ก

พญ.ศศิธร ปรีชาวุฒิเดช ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เทคโนโลยีการสื่อสารและความบันเทิงในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลง แสง สี เสียง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทางประสาทสัมผัสตลอดเวลา เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้เด็กไม่สามารถรอหรือควบคุมตนเองให้มีสมาธิได้เป็นเวลานาน

นพ. นิดา ลิ้มสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า สาเหตุของโรคสมาธิสั้นในเด็กเกิดจากส่วนของสมองที่มีหน้าที่ควบคุมสมาธิและการเคลื่อนไหวของร่างกายน้อยกว่าเด็กปกติ เพราะสารสื่อประสาทหลั่งน้อยลง กว่าคนปกติ ถ้าสมองเป็นรถยนต์ สารสื่อประสาทก็เหมือนน้ำมัน ถ้าไม่มีน้ำมันรถก็วิ่งไม่ได้

อาการสมาธิสั้น

นพ.นิดา ระบุอาการของโรคสมาธิสั้นที่สังเกตได้ดังนี้

กระสับกระส่าย ซน

  • yukky
  • กระสับกระส่าย
  • อยู่ไม่สุขมือ
  • อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา
  • ฉันไม่นั่งเฉยๆ ฉันชอบเดินไปรอบๆ
  • ชอบวิ่งไม่เดิน
  • ชอบปีนป่าย เล่นกายกรรม
  • เล่นหนัก เล่นไม่เบื่อ
  • พูดคล่องพูดเร็ว
  • พูดไม่หยุด พูดต่อไป

ห่าม

  • รอไม่ไหวแล้ว
  • คิดจะทำอะไรทันทีเหมือนรถไม่มีเบรก
  • สวนพูดคุย
  • พูดผ่านตรงกลาง
  • ตอบก่อนที่ผู้ถามจะถามเสร็จ
  • หากคุณต้องทำอะไรช้าหรือนาน แสดงว่าคุณไม่อยากทำหรือไม่มีความอดทนที่จะทำ

ไม่มีสมาธิ

  • ตกงานโดยประมาท
  • ฟุ้งซ่าน
  • ขี้ลืม
  • ของหายบ่อยๆ
  • ทำอะไรไม่ได้นาน
  • เปลี่ยนกิจกรรมบ่อยๆ
  • ทำงานไม่เสร็จ
  • ฟุ้งซ่านง่าย เกิดอะไรขึ้น หันไปมอง
  • เหมือนไม่ฟังเวลาใครพูด

5 วิธีเลี้ยงลูกไม่ให้เสี่ยง “สมาธิสั้น”

นพ. ศศิธร กล่าวถึงวิธีการป้องกันเด็กสมาธิสั้น ดังนี้

  1. เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรดูโทรทัศน์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
  2. จำกัดระยะเวลาที่คุณใช้สื่อหน้าจอหรือเทคโนโลยี
  3. หากใช้สื่อผ่านหน้าจอ ควรเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับเด็กและผู้ปกครองควรดูร่วมกับบุตรหลาน
  4. พ่อแม่ควรให้เวลากับลูก พาลูกไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกลางแจ้ง อ่านหนังสือ
  5. ผู้ปกครองควรจำกัดเวลาอยู่หน้าจอด้วย เพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างเพียงพอ

การรักษาโรคสมาธิสั้นในเด็ก

แพทย์อาจพิจารณาการรักษาตามลักษณะอาการของเด็กแต่ละคน มีตั้งแต่เริ่มแรก ปรับพฤติกรรมที่บ้านและที่โรงเรียนเพื่อให้เด็กมีสมาธิกับสิ่งที่คนอื่นพูดมากขึ้น (นั่งหน้าชั้นเรียน ตั้งกฎง่ายๆ ให้ทำตาม (เช่น ต้องทำสิ่งนี้ก่อนจึงจะทำอย่างอื่นได้) รวมถึงการชมเชยเมื่อเด็กทำในสิ่งที่ถูกต้องและถูกต้อง

นอกจากนี้ อาจพิจารณายาเพิ่มความเข้มข้น มีประสิทธิภาพมากในการรักษายาในกลุ่มกระตุ้นเช่น Methylphenidate สามารถลดอาการทั้งสามได้โดยตัวยาไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารสื่อประสาทมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่าบุตรของท่านเป็นโรคสมาธิสั้น ควรพาบุตรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อไป

.
ที่มาข้อมูล