in

4 สัญญาณอันตราย ภาวะ “น้ำคั่งในสมอง”

4 สัญญาณอันตราย ภาวะ “น้ำคั่งในสมอง”

4 สัญญาณอันตรายของ

หากมีปัญหาในการเดินและการทรงตัวไม่สามารถใช้ขาในการเดินได้ตามปกติ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีปัญหาในการจดจำ และการตอบสนองช้าลงเป็นอาการของความแออัดในสมองอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมิน อาการ

เลือดออกในสมองคืออะไร?

นพ.สมศักดิ์ อังคศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะเลือดออกในสมองเป็นภาวะที่ไม่สมดุล และการดูดซึมน้ำไขสันหลังทำให้โพรงสมองขยายใหญ่ขึ้นหรือมีอาการทางคลินิก

สาเหตุของภาวะเลือดออกในสมอง

ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายผลิตของเหลวในสมองและไขสันหลังผิดปกติ เกินความสามารถในการดูดซับปกตินั้นหายาก สาเหตุเช่น

  • เนื้องอกในหลอดเลือดบางชนิด
  • มีการอุดตันของน้ำไขสันหลัง ซึ่งเป็นกลไกร่วมชนิดหนึ่งของสิ่งกีดขวางภายในโพรงสมองหรือระหว่างโพรงสมองกับโพรงใต้เปลือกสมองและไขสันหลัง
  • มีก้อนเนื้อที่อาจไปปิดกั้นน้ำไขสันหลังโดยตรงหรือทำให้เกิดความผิดปกติของสมอง ส่งผลให้มีการอุดตันทางเดินน้ำไขสันหลัง เช่น ความผิดปกติแต่กำเนิด เนื้องอก ลิ่มเลือด ซีสต์ ปรสิต สมองบวม เป็นต้น
  • ในผู้ป่วยบางราย อาจเกิดการอุดตันนอกโพรงสมอง สาเหตุทั่วไป ได้แก่ เลือดออกใต้เปลือกสมอง การอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น

สัญญาณอันตราย อาการเลือดออกในสมอง

นพ.ธานินทร์ เวชภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการสมองบวมน้ำจะแตกต่างกันไปและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ สาเหตุ ตำแหน่งของรอยโรค ความเร็ว และระยะเวลาของการเกิดโรค

  1. อาจมีอาการความดันในกะโหลกศีรษะสูง ปวดหัว ง่วงนอน
  2. ความผิดปกติของสมองเนื่องจากการขยายตัวของโพรงสมอง เช่น เดินผิดปกติ ผู้ป่วยเดินลำบากเวลาขึ้นลงบันไดหรือทางลาดชัน ลักษณะการเดินคือเดินในซอยที่มีก้าวสั้นๆ และทรงตัวได้ไม่ดี
  3. กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เข้าห้องน้ำช้าไม่ได้
  4. ปัญญาอ่อนลง ผู้ป่วยมีอาการหลงลืม สมองทำงานช้าลง พูดสับสน หรือหัวโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในเด็กเล็ก เป็นต้น

การรักษาภาวะเลือดออกในสมอง

การวินิจฉัยจะทำโดยแพทย์ที่ซักประวัติอาการผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้น ร่วมกับการตรวจทางรังสีวิทยาโดยใช้ CT scan หรือ MRI กรณีผู้ป่วยเด็กที่กระหม่อมไม่ปิดกระหม่อมหรือกะโหลกบาง อาจใช้อัลตราซาวนด์ได้

ในการวินิจฉัย การรักษาที่ต้นเหตุของการอุดตันในสมองด้วยการใส่ท่อระบายน้ำชั่วคราว อาจพิจารณาถึงการผ่าตัดระบายน้ำในสมอง อาจเป็นการส่องกล้อง เจาะระบบไหลเวียนในสมองหรือสอดท่อระบายเข้าไปในช่องท้องหรือช่องหัวใจ ในผู้ป่วยบางรายอาจเลือกให้ระบายน้ำจากด้านหลังน้ำเข้าช่องท้องแล้วแต่ความเหมาะสม ดังนั้น หากคนใกล้ชิดมีอาการ ดังกล่าวข้างต้น คุณควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทันที หากได้รับการรักษาทันท่วงที ผู้ป่วยจะสามารถกลับสู่ชีวิตปกติได้

.
ที่มาข้อมูล