in

3 สัญญาณอันตราย อาการสังเกตก่อน “หัวใจวาย”

3 สัญญาณอันตราย อาการสังเกตก่อน “หัวใจวาย”

3 สัญญาณอันตราย อาการสังเกตก่อน

หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจล้มเหลวที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของหัวใจทำให้ไม่สามารถสูบฉีดโลหิตได้เพียงพอ ความรุนแรงมีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ดังนั้นจึงควรสังเกตอาการ เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่รอไม่ได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายได้

นพ. วิชัย จิระโรตั้งกุล แพทย์โรคหัวใจกรุงเทพโรคหัวใจกรุงเทพกล่าวว่าอาการหัวใจวายเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือการอุดตันเฉียบพลันทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย ส่งผลให้การหดตัวของหัวใจลดลง ลิ้นหัวใจผิดปกติ เช่น หลอดเลือดเอออร์ตาตีบรุนแรง ลดการสูบฉีดของเลือด หรือลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลัน ลดปริมาณเลือดจากหัวใจกลุ่มโรคต่อมไร้ท่อ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ และสตรีที่มีอาการครรภ์เป็นพิษ

3 สัญญาณอันตราย อาการสังเกตก่อน “หัวใจวาย”

อาการสามประการต่อไปนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจของคุณกำลังจะโจมตีหรือล้มเหลว:

  1. เหนื่อยง่าย ความเหนื่อยล้าอาจบ่งบอกว่าหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง ความรุนแรงของโรคมักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ทำ หากรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาแสดงว่าเป็นโรคร้ายแรง
  2. เจ็บหน้าอกจุกลิ้นแน่น ความรู้สึกแสบร้อนที่หน้าอกบ่งบอกถึงการขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ส่วนใหญ่คุณจะรู้สึกแน่นตรงกลางหน้าอก อาจมีอาการปวดตั้งแต่คอจนถึงกราม รู้สึกตึงและชาตั้งแต่ไหล่ถึงแขน รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักอยู่ หากอาการเหล่านี้กินเวลานานกว่า 20 นาที อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ทำให้ประสิทธิภาพของหัวใจลดลง
  3. ไม่สบายตัวเวลานอน จะรู้สึกไม่สบายตัวเวลานอนราบ อาจเป็นสัญญาณว่าปริมาณน้ำในหัวใจเพิ่มขึ้นจากการทำงานของหัวใจที่ค่อนข้างผิดปกติค่อนข้างรุนแรง

ตรวจสุขภาพหัวใจ ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ

สำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มที่หลอดเลือดหัวใจจะมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะตรวจสุขภาพหัวใจของคุณเพื่อระบุปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการตรวจจับคราบพลัคในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcium Score (CAC) ซึ่งเป็นการตรวจหาคราบพลัคที่ผนังหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ได้ฉีดสี) การทดสอบใช้เวลาเพียง 10-15 นาที คะแนนสอบไม่ควรเกิน 400 เพราะอาจหมายถึงความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงจนทำให้หัวใจวายได้ แพทย์จะประเมินอาการและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด หากทราบความเสี่ยงโดยเร็วที่สุดก็สามารถปรับพฤติกรรมได้ตามนั้น

การไปพบแพทย์เพื่อตรวจหัวใจแบบเจาะลึกอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้หัวใจแข็งแรงในระยะยาวและป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจรวมถึงความประมาทเลินเล่อ เลือกรับประทานอาหารและหลีกเลี่ยงพฤติกรรม เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ที่สำคัญผู้ป่วยโรคหัวใจต้องพกยาติดตัวไปด้วยเสมอและกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง

.
ที่มาข้อมูล