in

3 วิธี นอนอย่างไรถึงจะดีต่อสุขภาพ

3 วิธี นอนอย่างไรถึงจะดีต่อสุขภาพ

3 วิธีนอนให้สุขภาพดี

ว่ากันว่าการพักผ่อนเป็นวิธีเติมพลังที่ดีที่สุด การนอนหลับเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บางคนมีปัญหาในการนอนมาก นอนไม่หลับ หรือนอนไม่หลับ หรือแม้กระทั่งนอนมากเกินไป คิดว่าคุณนอนหลับปกติแต่ตื่นมาไม่สดชื่น เป็นต้น อาจเป็นเพราะคุณนอนหลับไม่สนิท

3 วิธีนอนให้สุขภาพดี

  1. นอนหลับให้เพียงพอ

ปัญหาโลกแตก นอนอย่างไรให้ “พอ” สำหรับคำถามนี้ คำตอบตรงไปตรงมาว่าระยะเวลาการนอนหลับของแต่ละคนจะรู้สึกว่า “เพียงพอ” ไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องจริงที่บางคนนอนเพียง 4-5 ชั่วโมงและรู้สึกนอนหลับเต็มอิ่ม ไม่ง่วง สดชื่น และกระฉับกระเฉง ขณะที่อีกคนหลับไป 6 ชั่วโมงตามกำหนดแต่ยังรู้สึกง่วงนอนอยู่นานเหมือนนอนไม่พอ นั่นเป็นเพราะคุณภาพการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณนอนหลับลึก 5 ชั่วโมง คุณจะรู้สึกดีขึ้นกว่าคนที่นอนหลับกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนเป็นเวลา 8 ชั่วโมง เป็นต้น

ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ พยายามนอนให้เป็นเวลาที่เหมาะสมกับวัยของคุณ ถ้านอนตามนั้นแล้วยังรู้สึกว่ายังนอนไม่พอและรู้สึกไม่สดชื่น ให้ลองปรับเวลานอนให้ยาวขึ้น หรือในบางกรณีอาจลดเวลานอนลงได้ ตื่นเช้าจนได้เวลาคิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุด

แต่โดยทั่วไป ระยะเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงอายุที่แพทย์แนะนำมีดังนี้

– ทารกแรกเกิดต้องการการนอนหลับ 20 ชั่วโมงขึ้นไป

– เด็กปีแรกต้องนอน 12 ชั่วโมงขึ้นไป

– เด็กประถม 9-11 ชั่วโมง

– วัยรุ่น 10 ชั่วโมง

– เด็กมหาลัย 7-9 ชม.

– ผู้ใหญ่ต้น 7-9 ชั่วโมง

– ผู้ใหญ่ช่วงกลางถึงปลาย 7-8 ชั่วโมง

สังเกตว่าการนอนนานเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกายเช่นกัน

  1. การนอนหลับลึก

มาถึงหัวข้อนี้ วิธีการนอนหลับให้ลึก นอนหลับอย่างไรให้เรียกว่า “หลับสนิทตลอดคืน” เป็นเรื่องง่ายสำหรับบางคน แต่ยากมาก สำหรับหลายๆ คนเช่นกัน และปัญหานี้สามารถพบได้ในวัยเรียน วัยทำงาน และวัยชรา ส่งผลให้นอนหลับและ ตื่นมาไม่สดชื่นเพราะเข้านอนเร็วเกินไป

การนอนหลับลึก มีตั้งแต่การปรับง่ายๆ ไปจนถึงพฤติกรรมของคุณเองที่คุณทำเองได้ เช่น

  • ตื่นเช้าเพื่อจะได้ง่วงนอน
  • การออกกำลังกาย เมื่อร่างกายเหนื่อยล้าและหมดแรงก็จะนอนหลับได้ง่ายขึ้น
  • ปรับสภาพแวดล้อมการนอนหลับของคุณให้เหมาะสม เช่น การหรี่ไฟในห้องนอนของคุณ เครื่องปรับอากาศในห้องนอนให้เย็นสบาย ไม่เย็นเกินไปไม่ร้อนเกินไป ใช้น้ำมันอโรมาเพื่อการผ่อนคลาย ฯลฯ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนนอน
  • ดื่มนมอุ่นหรือชาคาโมมายล์สักแก้วก่อนนอน
  • คุณไม่ควรดื่มน้ำเปล่ามากเกินไปก่อนเข้านอน
  • หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน
  • งดกิจกรรมที่กระตุ้นจิตใจก่อนนอน เช่น ดูหนัง อ่านหนังสือ คุยเรื่องเครียดๆ กระตุ้นจิตใจให้ตื่นเต้น ตื่นเต้น และเครียด
  • เปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่ช่วยให้สมองและจิตใจผ่อนคลาย เช่น ดนตรีเบา ๆ การอ่านช้า การทำสมาธิ เป็นต้น
  • งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด (สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ ฯลฯ) ก่อนนอนอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง
  1. ชินกับ

การเข้านอนและตื่นในเวลาที่ต่างกันทุกวันทำให้ร่างกายไม่คุ้นเคย และทำให้รู้สึกนอนไม่พอ ไม่สดชื่น แม้จะนอนนานเช่นเดิม แปลว่าแม้จะนอนตี 3 ตื่น 10 โมงเช้า นับชม. ดู 7 ชม. แต่อาจไม่ทำให้เรา รู้สึกว่าเรานอนหลับเต็มอิ่มเหมือนเข้านอนและตื่นนอนในเวลาปกติ เพราะฉะนั้นควรเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกครั้ง วันที่ต้องชินกับร่างกาย และควรเข้านอนระหว่าง 22.00 – เที่ยงคืน ตื่นก่อน 8 โมงเช้าเพื่อให้สัมพันธ์กับแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นวันไปโรงเรียน / ทำงานหรือในวันหยุด

อย่างไรก็ตาม หากคุณพยายามติดตามอาการนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิทหรือไม่ดีขึ้น หรือฝันร้าย มักจะตื่นขึ้นกลางดึก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา บำบัด หรือใช้ยา

.
ที่มาข้อมูล