in

3 วิธีรักษา “มะเร็งเต้านม” ที่ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกเสมอไป

3 วิธีรักษา “มะเร็งเต้านม” ที่ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกเสมอไป

3 วิธีรักษา

เมื่อพูดถึงมะเร็งเต้านม หลายคนนึกภาพการสูญเสียเต้านม ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องสูญเสียหน้าอกเสมอไป เราสามารถรักษาไว้ได้ด้วยการรักษาเอกลักษณ์ของผู้หญิง และหน้าอกที่สวยงาม

มะเร็งเต้านมถือเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งในผู้หญิง อัตราปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าสำหรับผู้หญิงทุกๆ 8 ถึง 10 คน ผู้หญิงหนึ่งคนจะเป็นมะเร็งเต้านม ในขณะเดียวกันผู้ชายก็มีโอกาส แต่พบในอัตราที่ต่ำกว่ามาก โดย 100 เป็นเพียง 1 คน

ยังมีข้อมูลอีกมากมายเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่หลายคนไม่รู้และสงสัย นพ. ปิยะศักดิ์ ธราวานิช ผู้เชี่ยวชาญศูนย์ศัลยกรรมหน้าอกและเสริมหน้าอก รพ.นวเวช จึงมาไขข้อข้องใจ

สาเหตุของมะเร็งเต้านมคืออะไร?

วันนี้เราพบว่าสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ หรือพันธุกรรมเพียง 20% อีก 80% เป็นสาเหตุในภายหลัง อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

ควรไปพบแพทย์อาการอย่างไร?

กลุ่มอาการที่ควรไปพบแพทย์ทันที ได้แก่

  • รู้สึกมีก้อนเนื้อบริเวณเต้านม
  • แผลเป็นผื่นที่ไม่หายรอบหัวนมหรือหัวนม
  • มีเลือดออกจากหัวนมหรือของเหลวผิดปกติจากบริเวณหัวนม
  • บวม บิด บวม หน้าอกแดง
  • ปวด ปวดผิดปกติ ไม่เคยเจ็บแบบนี้มาก่อน

ลักษณะเหล่านี้ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามไม่ควรรอให้เกิดอาการ ควรได้รับการตรวจคัดกรองตามโปรแกรมที่เหมาะสมเพื่อที่จะพบโรคได้เร็วจะทำให้ผลการรักษาที่ดีมีประสิทธิผลสูงสุด

แนวทางการตรวจเต้านมมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองกับแพทย์ที่ตรวจร่างกายและ/หรืออัลตราซาวนด์เต้านม (Beast Ultrasound) ทุกๆ 3 ปี หลังจากอายุ 35-40 ปี แนะนำให้ทำการตรวจแมมโมแกรม ปัจจุบันมีการตรวจแมมโมแกรม 3 มิติ (แมมโมแกรม 3 มิติ และอัลตราซาวนด์เต้านม) อย่างน้อย 1 ครั้ง หลังจากอายุ 40 ปี แนะนำให้ใช้แมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ อย่างน้อยปีละครั้งต่อปี

มะเร็งเต้านมมีกี่วิธี?

การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันมีวิวัฒนาการค่อนข้างมาก คุณไม่จำเป็นต้องสูญเสียหน้าอกเสมอไป แต่รูปแบบการรักษามะเร็งเต้านมโดยทั่วไป

  1. ผ่าตัดเต้านม คือการเอาเต้านมออกทั้งหมด เป็นการผ่าตัดที่คนไข้หญิงทุกคนค่อนข้างกังวลกับการผ่าตัดประเภทนี้
  2. การผ่าตัดรักษาสามารถเปรียบเทียบได้ โดยไม่เสียเต้า เราเรียกการผ่าตัดนี้ว่า Nipple Sparing Mastectomy พร้อมการสร้างใหม่ทันที โดยรักษาหัวนม แผ่นปิดหัวนม และผิวหนังของเต้านมให้มากที่สุด ดึงเนื้อเยื่อเต้านมชั้นในออกทั้งหมดและสร้างเต้านมขึ้นใหม่ทันที ทุกอย่างจะทำในการดำเนินการเดียว จะได้หน้าอกที่สวยเหมือนเดิม
  3. ศัลยกรรมเสริมหน้าอก การผ่าตัดแบบประหยัดหน้าอก หรือที่เรียกว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอก คือ การผ่าตัดก้อนมะเร็งเต้านมออก เนื้อเยื่อเต้านมของผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ หลักการคือ เนื้อเยื่อเต้านมของผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องได้รับการดูแลรักษาให้มีความสวยงามในระดับหนึ่ง ที่จะเลือกทำศัลยกรรมนี้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

  • มะเร็งเต้านมสามารถให้นมลูกได้หรือไม่

ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมสามารถให้นมลูกได้ ไม่ต้องกังวล แต่ก่อนตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนล่วงหน้า

  • เสริมหน้าอก ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม จริงหรือ?

การเสริมหน้าอกในปัจจุบัน ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดของซิลิโคน (Silicone) หากใช้ซิลิโคนคุณภาพต่ำ หรือคุณภาพต่ำ จะมีความเสี่ยงการรั่วไหลค่อนข้างสูง ซึ่งเมื่อรั่วก็ทำให้เกิดมะเร็งได้ในภายหลัง แม้แต่ตอนนี้ซิลิโคนก็ได้รับการพัฒนาขึ้นแล้ว แต่พบว่า ถึงแม้จะไม่รั่วหรือแตก แต่ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองซึ่งต้องตรวจติดตามเป็นระยะๆ ดังนั้นผู้ป่วยที่เสริมหน้าอก จึงต้องตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมเพื่อเสริมหน้าอก ได้แก่ 3D Mammogram (Implantation) และอัลตราซาวนด์เต้านม โดยมีแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำทุกปี

  • การรักษามะเร็งเต้านมจำเป็นต้องสูญเสียเต้านมหรือไม่?

แม้ว่ามะเร็งเต้านมจะเป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิตได้มากที่สุดในผู้ป่วยหญิง และบางครั้งจำเป็นต้องรักษาด้วยการตัดเต้านมออก การรักษาแบบนี้เป็นรูปแบบการรักษาที่ผู้หญิงทุกคนยังคงกังวลอยู่ แต่ในความเป็นจริง สามารถหลีกเลี่ยงการรักษาในรูปแบบของการตัดเต้านมได้ ซึ่งจะต้องตรวจพบแต่เนิ่นๆ ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมทุกๆ 1 ปี ควรทำแมมโมแกรมควบคู่ไปกับอัลตราซาวนด์ (3D Mammogram และ Breast Ultrasound) กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการรักษามะเร็งเต้านมได้ โดยการตัดเต้านมออกทั้งหมด

.
ที่มาข้อมูล