in

13 พฤติกรรมดีๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วย “ชะลอความแก่”

13 พฤติกรรมดีๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วย “ชะลอความแก่”

13 นิสัยดีๆ ในชีวิตประจำวันที่ช่วย

“แก่” พูดเบาๆก็เจ็บ เชื่อว่าหลายคนรู้อายุตัวเองดีว่าอาจจะไม่ใช่เด็ก หรือไม่เด็ก แต่ฉันรู้สึกเวียนหัวทุกครั้งที่ได้ยินคนพูดว่าฉันแก่ และจะยิ่งโกรธแค้นจนควันออกหู หากคนทั่วไปมองว่าเราแก่เกินไปทั้งๆ ที่อายุมากแล้ว ของเรายังอยู่ในวัยหนุ่ม เราก็เลยรู้จักตัวเองดี แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาพูดซ้ำๆ ชอบใจดำๆแบบนี้

อย่างไรก็ตาม โดยไม่คำนึงถึงอายุจริงของคุณ มันเป็นอายุจำนวนมาก จะวัยกลางคนหรือวัยหนุ่มสาว ไม่มีใครอยากดูแก่เกินวัย ถ้าเป็นไปได้พวกเขาต้องการดูอ่อนกว่าวัยเล็กน้อย หรืออยากจะขอให้ช้าลงอีกนิด พูดง่ายๆ คือ ฉันต้องการควบคุมร่างกายไม่ให้ได้รับผลกระทบจากอายุที่มากขึ้นทุกวัน

หากจะชะลอความแก่ เรามาดูพฤติกรรมดีๆ ที่ช่วย “ชะลอวัย” กันดีกว่าค่ะ ได้ไม่ยากเพราะพฤติกรรมเหล่านี้ที่คุณทำได้ในชีวิตประจำวัน

  1. การทำสมาธิ

การทำสมาธิได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเปลี่ยนสมองมนุษย์ให้ดีขึ้นได้จริง Sara Lazar นักประสาทวิทยาที่ Harvard Medical School และ Massachusetts General Hospital ศึกษาโดยการสแกนสมองของคนที่นั่งสมาธิ พบว่าคนที่นั่งสมาธิเป็นเวลานาน มีสสารสีเทาเพิ่มขึ้นในคอร์เทกซ์การได้ยินและประสาทสัมผัส ลาซาร์กล่าว มาจากการเอาใจใส่และมีสติในการหายใจ เสียง และสิ่งเร้าอื่นๆ ระหว่างนั่งสมาธิ

นอกจากนี้ Lazar ยังพบสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการตัดสินใจ จากผู้ทำสมาธิในวัย 50 ปี พวกเขามีสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า พบได้ในปริมาณเท่ากันในคนอายุ 20 ปี แม้ว่าคอร์เทกซ์จะเสื่อมโทรมตามอายุคน เหตุใดจึงไม่รวมการฝึกสมองนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ

  1. เพิ่มกิจกรรมการเล่น

อย่าเพิ่งเอาจริงเอาจัง หาเวลาเล่นด้วย หากคุณต้องการเพิ่มกิจกรรมการเล่น ลองเล่นเกมฝึกสมองบ้างก็เป็นตัวเลือกที่ดี จากการศึกษาพบว่าการฝึกสมองเป็นประจำช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง ในการทดลองทางคลินิก ผู้ใหญ่อายุ 56-71 ปี ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งที่ได้รับการฝึกสมอง และการฝึกองค์ความรู้เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ขณะที่อีกกลุ่มทำหน้าที่เป็นกลุ่มควบคุม จากนั้นวัดการทำงานของสมอง

นักวิจัยพบว่า ผู้ที่อยู่ในกลุ่ม Brain Training และ Cognitive Training มีศักยภาพในการตอบสนองของสมองกลีบหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งหมายความว่าสมองของพวกเขาไม่ต้องทำงานหนักในขณะที่มันอาจทำงานหนัก จากการวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยกำลังพยายามหาวิธีควบคุมศักยภาพของสมองผู้สูงอายุในอนาคต

  1. ยุ่งมากขึ้น

พูดง่ายๆ คือ พยายามหาอะไรทำ ดีกว่านั่งเฉยๆ เช่น ใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว วิธีนี้จะทำให้คุณไม่รู้สึกแยกตัวจากครอบครัวเมื่อโตขึ้น หรือลองเป็นอาสาสมัคร เป็นวิธีที่ดีในการแก้ปัญหาความเหงา ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือผู้อื่นด้วย หรือถ้าคุณมีคู่รัก กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดก็สามารถช่วยได้ การมีเพศสัมพันธ์กับความรักสัปดาห์ละสองครั้งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายและสามารถลดอายุที่แท้จริงของคุณได้เกือบ 3 ปี! เมื่อคนอื่นมาเดาอายุคุณ

  1. เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย

ความยืดหยุ่นของร่างกายมนุษย์จะค่อยๆลดลง เมื่อเราอายุมากขึ้นจนนำไปสู่ความเปราะบาง กระดูกหัก ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม National Academy of Sports Medicine กล่าวว่าการวางแผนเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย (อย่างเป็นระบบและก้าวหน้า) สามารถช่วยให้คุณเพิ่มความคล่องตัวได้แม้ในวัยชรา และคุณรู้หรือไม่ว่าคุณออกไปกลางแดด รับวิตามินดีตอนเช้าสักสองสามนาทีทุกวัน สามารถสร้างความแตกต่างได้

  1. อย่าละเลยที่จะเข้าสังคม

เพราะความเหงาสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณได้ ที่สำคัญกว่านั้น มันยังส่งผลต่อยีนของคุณในระดับร่างกายของคุณอีกด้วย และอาจทำให้อายุขัยสั้นลงได้ มีงานวิจัยเผยอันตรายของการอยู่คนเดียว ที่อาจส่งผลเสียต่อเทโลเมียร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอที่อยู่ปลายโครโมโซม ซึ่งจะสั้นลงทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน เทโลเมียร์ที่ยาวขึ้นสัมพันธ์กับการแก่ตัวช้าลง โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุจะน้อยลง ผลที่ได้คืออายุขัยยืนยาวขึ้น

นกแก้วสีเทาแอฟริกันได้รับการศึกษาในกรงขัง พบว่ามีเทโลเมียร์สั้นกว่านกแก้วที่อาศัยอยู่ร่วมกับนกอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เป็นหลักฐาน ว่าการแยกตัวทางสังคมและความเครียดอื่นๆ อาจเป็นอันตรายต่อเทโลเมียร์ของเราได้ ส่งผลให้เทโลเมียร์สั้นลง นอกจากนี้ ความเหงายังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ความบกพร่องทางสติปัญญา โรคหัวใจ และภาวะร้ายแรงอื่นๆ คล้ายกับโรคอ้วนและการสูบบุหรี่ ดังนั้นอย่าละเลยการเข้าสังคม พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือพาตัวเองเข้าสังคมบ้าง

  1. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณแข็งแรงขึ้นด้วย เพราะการออกกำลังกายช่วยชะลอความเสื่อมของสุขภาพเซลล์ในร่างกายที่อาจค่อยๆ ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นและอายุมากขึ้น

  1. พิถีพิถันเรื่องอาหาร

อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า โดยช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นในรูปแบบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด หลีกเลี่ยงน้ำตาลทรายขาว (ผ่านกรรมวิธีขัดจนขาวบริสุทธิ์) เนื่องจากการบริโภคน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ มันสามารถเชื่อมโยงกับโรคต่าง ๆ เช่นโรคเบาหวานและโรคอัลไซเมอร์

  1. นอนหลับให้เพียงพอ

เป็นเรื่องปกติที่รูปแบบการนอนของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราอายุมากขึ้น และนี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยนอนหลับอย่างเพียงพอโดยเฉลี่ย 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่าต่อคืน ดังนั้นคุณควรมีเครื่องช่วยการนอนหลับบางอย่าง เช่น ลดการบริโภคคาเฟอีนของคุณ ลง วางเครื่องนอนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่จะช่วยให้เราพักผ่อนได้มากเท่าที่เราต้องการ ขณะออกกำลังกายโดยหวังให้ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้า ก็จะได้นอนหลับได้ง่ายขึ้นในแบบที่น่าสนใจ แต่อย่าออกกำลังกายใกล้เวลานอนมากเกินไป มิฉะนั้น คุณจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก

  1. คลายเครียด

ความเครียดเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ มากมาย ด้วยความเครียดเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษา มันสามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า โรคหัวใจ และภาวะร้ายแรงอื่น ๆ โรคเหล่านี้อาจทำให้ชีวิตคุณหายไปได้หลายปี ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำร่างกายและจิตใจของคุณ และไม่สามารถรักษาได้

ลองใช้เทคนิคการคลายความเครียดแบบต่างๆ กล่าวคือ เหมาะสำหรับตัวคุณเอง เช่น โยคะหรือการทำสมาธิ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถลดระดับความเครียดได้ หรือลองเล่นไทเก็ก ซึ่งเป็นการฝึกที่ช่วยรักษาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตซึ่งเป็นการเพิ่มความสมดุล ความมั่นคงของร่างกายผู้สูงอายุ ลดความเครียดและความวิตกกังวล

  1. พิจารณาอาหารเสริม

แม้ว่าคุณจะกินดี และฉันค่อนข้างแน่ใจว่าร่างกายของฉันมีสุขภาพที่ดี แต่คุณอาจขาดสารอาหารบางอย่างหรือได้รับไม่เพียงพอจากอาหารปกติของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณต้องการสารอาหารบางอย่างมากกว่าที่คุณทำในช่วงวัยแรกรุ่น เพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี มีอาหารเสริมหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค เช่น น้ำมันปลา ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

  1. ดื่มเป็นยา

อันที่จริงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มระดับ HDL คอเลสเตอรอลซึ่งเป็นไขมันดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะไวน์แดงที่อาจส่งผลดีต่อหัวใจ เทียบเท่าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเภทของชาเขียวและกาแฟ ในขณะที่กาแฟและชามีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยในการต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอายุ

ผลการศึกษาในปี 2013 พบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียว 4 ถ้วยต่อวันมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองลดลงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยดื่มชาเขียว เนื่องจากสารคาเทชินในชาเขียวช่วยควบคุมความดันโลหิตและช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

  1. ให้สมองทำงานบ่อยขึ้น

เมื่อคุณอายุมากขึ้น การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมลงทุกวันตามอายุที่มากขึ้น สมองของคุณก็เช่นกัน มันค่อยๆเสื่อมลง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสมองของคุณสามารถรักษาตัวเองได้? หากคุณพยายามออกกำลังกายสมอง ให้สมองของคุณตื่นตัวอยู่เป็นประจำ แม้ว่าคุณจะแก่แล้ว สมองของคุณจะเฉียบแหลม ดังนั้นหากคุณเล่นเกมฝึกสมองต่อไป หรือทำอะไรเพื่อกระตุ้นสมองให้ทำงานตลอดเวลา จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่คุณจะแก่ชราด้วยความจำเสื่อมได้อย่างมาก

  1. ดูแลผิวคุณ

ผิวของคุณสามารถบอกอายุของคุณได้ หากคุณไม่เคยดูแลผิวของคุณเลยทั้งผิวหน้าและผิวกาย ส่งผลให้ดูแก่กว่าอายุจริง! สภาพผิวที่ขาดการดูแลทำให้คุณแก่และแก่เกินไปที่จะทำให้คนอื่นอายุของคุณผิดไปมาก แต่ควรดูแลผิวพื้นฐาน เช่น การใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัยและจุดด่างดำ ใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ ดื่มน้ำให้มากขึ้น และ…ถ้าคุณสูบบุหรี่แนะนำให้เลิกเพราะยิ่งรวมกับปัจจัยอื่นๆ การสูบบุหรี่ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยมาก

.
ที่มาข้อมูล