in

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

ใบกระท่อมมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างไร ?

ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุว่ากระท่อมในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. พันธุ์ลำต้นสีแดง

ลักษณะ: มีลำต้นและเส้นสีแดง รวมทั้งหูของสายพันธุ์นั้นก็มีสีแดงเช่นกัน ลักษณะของก้านสีแดงและก้านสีเขียวจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

260423960_6881222381895506_17

  1. แตงกวา (ก้านใบสีเขียว)

ลักษณะ: มีเส้นสีเขียวอ่อนกว่าแผ่นใบ หูของใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะของก้านสีแดงและก้านสีเขียวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

255362192_68812223752228840_83

  1. ยักษ์ (ขอบใบหยัก/หาง)

ลักษณะ : ใบมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่น และส่วนบนของขอบใบมีรอยบาก

259686812_6881222395228838_14

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

พันธุ์กระท่อมที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือพันธุ์ลำต้นสีแดง หมอพื้นบ้านใช้ทำยาในสูตร และใช้เป็นยาตัวเดียวในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ท้องร่วง เบาหวาน ปวดเมื่อย ไอ ปรสิต เป็นต้น

นอกจากนี้ชาวบ้านยังชอบเคี้ยวใบสด (นำใบสดมาลอกก้านใบ โดยเคี้ยวเฉพาะส่วนที่ตกค้างแล้วบ้วนทิ้ง ดื่มน้ำ) เพื่อทำงาน สังสรรค์ และกินเพื่อรักษาโรคโดยให้เหตุผลว่า

“การใช้ไม้สีแดง เพราะก้านเป็นสีเขียวกินได้มีเสมหะ ใช้เวลานานในการทำงาน ก้านสีแดงจะออกฤทธิ์เร็วกว่าก้านสีเขียว ความคงอยู่ของพลัง ก้านสีแดงแอคทีฟมากกว่าก้านสีเขียว ในขณะที่กินในปริมาณที่เท่ากันในเวลาเดียวกัน”

พันธุ์ยักษ์ ชาวบ้านไม่ชอบปลูกโดยให้เหตุผลว่า “เมื่อเคี้ยวใบยักษ์จะมีอาการเมามากกว่าพันธุ์ก้านแดง” ในระหว่างการปราบปรามและโค่นกระท่อมทำให้ต้นก้านแดงหายาก ในปัจจุบันชาวบ้าน ชอบใช้ก้านสีเขียวมากกว่าก้านสีแดง

.
ที่มาข้อมูล

in

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

ใบกระท่อมมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างไร ?

ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุว่ากระท่อมในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. พันธุ์ลำต้นสีแดง

ลักษณะ: มีลำต้นและเส้นสีแดง รวมทั้งหูของสายพันธุ์นั้นก็มีสีแดงเช่นกัน ลักษณะของก้านสีแดงและก้านสีเขียวจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

260423960_6881222381895506_17

  1. แตงกวา (ก้านใบสีเขียว)

ลักษณะ: มีเส้นสีเขียวอ่อนกว่าแผ่นใบ หูของใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะของก้านสีแดงและก้านสีเขียวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

255362192_68812223752228840_83

  1. ยักษ์ (ขอบใบหยัก/หาง)

ลักษณะ : ใบมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่น และส่วนบนของขอบใบมีรอยบาก

259686812_6881222395228838_14

“ใบกระท่อม” กับการใช้เพื่อสุขภาพตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน

พันธุ์กระท่อมที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือพันธุ์ลำต้นสีแดง หมอพื้นบ้านใช้ทำยาในสูตร และใช้เป็นยาตัวเดียวในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ท้องร่วง เบาหวาน ปวดเมื่อย ไอ ปรสิต เป็นต้น

นอกจากนี้ชาวบ้านยังชอบเคี้ยวใบสด (นำใบสดมาลอกก้านใบ โดยเคี้ยวเฉพาะส่วนที่ตกค้างแล้วบ้วนทิ้ง ดื่มน้ำ) เพื่อทำงาน สังสรรค์ และกินเพื่อรักษาโรคโดยให้เหตุผลว่า

“การใช้ไม้สีแดง เพราะก้านเป็นสีเขียวกินได้มีเสมหะ ใช้เวลานานในการทำงาน ก้านสีแดงจะออกฤทธิ์เร็วกว่าก้านสีเขียว ความคงอยู่ของพลัง ก้านสีแดงแอคทีฟมากกว่าก้านสีเขียว ในขณะที่กินในปริมาณที่เท่ากันในเวลาเดียวกัน”

พันธุ์ยักษ์ ชาวบ้านไม่ชอบปลูกโดยให้เหตุผลว่า “เมื่อเคี้ยวใบยักษ์จะมีอาการเมามากกว่าพันธุ์ก้านแดง” ในระหว่างการปราบปรามและโค่นกระท่อมทำให้ต้นก้านแดงหายาก ในปัจจุบันชาวบ้าน ชอบใช้ก้านสีเขียวมากกว่าก้านสีแดง

.
ที่มาข้อมูล