in

โรคในฤดูหนาว


โรคหน้าหนาว

หน้าหนาวมาถึงแล้ว ประชาชนทั่วไปมีความเสี่ยงจากความหนาวเย็น ที่จะทำให้เกิดโรคติดต่อได้จึงควรที่จะทราบ เพื่อเป็นการป้องกัน ดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัว

จากการวิเคราะห์สถานการณ์โรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่ามีโรคในฤดูหนาวซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมาก ส่วนใหญ่ติดเชื้อในกลุ่มไวรัส เช่น หัด หัดเยอรมัน คางทูม วาริเซลลา โรคที่พบบ่อยอันดับสองคือ ไข้หวัดใหญ่และปอดบวม ซึ่งแต่ละโรคมีจำนวนผู้ป่วยในตั้งแต่ต้นปี 2549 จนถึงปัจจุบันพบว่า
โรคหัด 2,464 ราย ไม่เสียชีวิต
อีสุกอีใส (อีสุกอีใส) 40,112 ราย เสียชีวิต 3 ราย
คางทูม 5,536 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
ผู้ป่วยปอดบวม 101,693 ราย เสียชีวิต 536 ราย
ไข้หวัดใหญ่ 12,780 ราย เสียชีวิต 2 ราย

โรคหัด

โรคหัดเกิดจากไวรัส ติดต่อผ่านลมหายใจ ภาคกลาง พบผู้ป่วยจำนวนมาก
⇒ อาการ มีไข้สูง ไอรุนแรง ตาแดง หรือน้ำมูกไหลและมีผื่นแดง เมื่อถึงเวลาผื่นขึ้นยังคงมีไข้สูง และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น โรคปอดบวม โรคท้องร่วง โรคไข้สมองอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ โดยเฉพาะเด็กที่ขาดสารอาหารหรือเด็กน้ำหนักน้อย
⇒ ธรรมดามาก ในช่วงฤดูหนาวจะมีเพิ่มขึ้นสูงตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี โรคนี้มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุ 5-9 ปี และพบมากในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว
⇒ การบำรุงรักษา ไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ทานยาลดไข้ รักษาอาการ
⇒ การป้องกัน การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 9-12 เดือน และการให้วัคซีนเมื่ออายุ 6

อีสุกอีใส (อีสุกอีใส)

โรคอีสุกอีใสเกิดจากไวรัส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบผู้ป่วยจำนวนมาก
⇒ อาการ มีไข้ปานกลาง มีตุ่มใส และตุ่มพองหลาย ๆ อัน พร้อมกันทั้งบนใบหน้า ลำตัว แขน ขา และโดยเฉพาะในเด็ก ถ้าเข้าปาก อาจทำให้ดูดนมหรือกินอาหารได้น้อยลง
พบมาก ฤดูหนาวตั้งแต่มกราคมถึงมีนาคมของทุกปี พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุ 5-9 ปี
⇒ การบำรุงรักษา รักษาตามอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ฟื้นตัวในเวลาไม่นานและมักไม่มีภาวะแทรกซ้อน ยกเว้นในบางคนที่อาจติดเชื้อซ้ำบริเวณแผลพุพอง ทำให้เกิดรอยแผลเป็น
⇒ การป้องกัน โรคนี้ติดต่อได้ง่ายมากโดยการสัมผัส แต่ถ้าคนป่วยจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต (ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว แต่ยังแพงอยู่)

คางทูม

คางทูมเกิดจากไวรัส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบผู้ป่วยมากที่สุด
⇒ อาการ มีไข้ปานกลาง ต่อมน้ำเหลืองหน้าโต มักโตทั้งสองข้าง
⇒ ธรรมดามาก ดีที่สุดในฤดูหนาว ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมถึงมีนาคม และพบบ่อยในฤดูฝน พบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะอายุ 5-9 ปี
⇒ การบำรุงรักษา รักษาตามอาการและอาการมักจะไม่รุนแรง แต่ถ้าพบโรคนี้ในเด็กโต ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคืออัณฑะอักเสบ
⇒ การป้องกัน โรคนี้ไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องแยกผู้ป่วย แต่ต้องแยกผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม และผ้าเช็ดหน้า

โรคปอดบวม

โรคปอดบวมอาจเกิดจากทั้งไวรัสและแบคทีเรีย แต่ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบผู้ป่วยมากที่สุด
⇒ อาการ มีไข้ ไอ มีเสมหะ แน่นหน้าอก เช่น หอบ หอบเหนื่อย หายใจเร็ว มักเป็นไข้หวัดเรื้อรังหรือรุนแรง หรือหลอดลมอักเสบโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหอบหืด
⇒ ธรรมดามาก ดีที่สุดในฤดูฝน และพบได้บ่อยในฤดูหนาวเช่นกัน กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคืออายุต่ำกว่า 10 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ
⇒ การบำรุงรักษา เด็กและญาติที่ป่วยเป็นไข้หวัดหรือหลอดลมอักเสบเรื้อรังโดยไปพบแพทย์เป็นอันดับแรกและหากอาการไม่ลดลงควรไปพบแพทย์อีกครั้งเพื่อติดตามการรักษา
การดูแลอื่นๆ รวมถึงการทำให้ร่างกายอบอุ่น การดื่มน้ำอุ่น การอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่พลุกพล่าน เพื่อลดความเสี่ยงในการสูดดมเชื้อ
สำหรับคนทั่วไป เวลาไอหรือจาม ควรปิดปากและจมูกด้วยผ้าเช็ดหน้าและล้างมือเสมอ

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากไวรัสในปี 2549 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สูงสุดในภาคกลาง
⇒ อาการ ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามร่างกายอย่างรุนแรง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน พบมากในฤดูฝน และพบได้ทั่วไปในฤดูหนาวเช่นกัน กลุ่มอายุที่พบมักจะเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
⇒ การบำรุงรักษา ควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ
⇒ การป้องกัน ควรทำให้ร่างกายแข็งแรงและอบอุ่นอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ทั้งโรคปอดบวมและไข้หวัดใหญ่ จะต้องมีการเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ เพราะเป็นโรคที่มีอาการสำคัญของโรคที่คล้ายคลึงและคล้ายกับโรคไข้หวัดนก
จากรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา สถานการณ์โรคไข้หวัดนก ในปี 2549 มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนก 3 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 รายในจังหวัดพิจิตร อุทัยธานี และหนองบัวลำภู


ขณะนี้มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หรือปอดบวมอีก 14 รายที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรอการยืนยันจากห้องปฏิบัติการ จึงต้องมีการเฝ้าระวังและรายงานเป็นพิเศษ ในขณะนี้ และอากาศหนาวที่จะมาถึงเป็นปัจจัยเพิ่มเติมในสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อโรคไข้หวัดนก นั่นก็เป็นอีกโรคระบบทางเดินหายใจที่สำคัญเช่นกัน

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th