in

โรคเรื้อนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

โรคเรื้อนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

เมื่อพูดถึงโรคเรื้อน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความพิการที่น่าเกลียดน่ากลัว นิ้วและนิ้วเท้าที่หัก มีบาดแผลเรื้อรังและไม่กล้าเข้าใกล้ด้วยความกลัวที่จะติดโรค ทั้งที่บางคนยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคเรื้อน

ความเชื่อเหล่านี้เกิดจากประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนที่เคยพบผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีความทุพพลภาพขั้นรุนแรง และได้รับการบอกเล่าสืบต่อกันมา ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนและครอบครัวถูกสังคมรังเกียจ ตีตรา และต้องหลบซ่อน ไม่ยอมออกมารักษา ทำให้ทุพพลภาพรุนแรงขึ้น

สาเหตุ โรคเรื้อนเกิดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง (ไมโคแบคทีเรียม เลข้างต้น) ปัจจุบันมีคนน้อยมากที่เป็นโรคเรื้อน อย่างไรก็ตาม ยังพบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ประมาณ 500 รายในแต่ละปี

ติดต่อ โรคเรื้อนติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเรื้อน ระยะเวลาติดต่อที่ไม่ได้รับการรักษา แม้ว่าโรคเรื้อนจะติดต่อได้ แต่มีโอกาสเพียง 3% ที่บุคคลจะเป็นโรคเรื้อน กล่าวคือ ในทุกๆ 100 คนที่เป็นโรคเรื้อน จะมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่จะเป็นโรคเรื้อน

อาการ
ในการช่วยผู้ป่วยโรคเรื้อนจากการเป็นคนพิการต้องช่วยแนะนำผู้ที่มีอาการโรคเรื้อนในระยะเริ่มต้นให้รีบไปรับการรักษา เราสามารถสังเกตอาการที่น่าสงสัยของโรคเรื้อนได้จากอาการผิวหนังมีจุดสีขาวหรือแดง ซึ่งจะมีอาการชา ไม่คัน ไม่ปวดหรือมีผื่น บริเวณรอบจุด ผิวแห้ง ผมร่วง ใช้ยาทานานๆก็ไม่หาย อาการเหล่านี้อาจพบเห็นได้ที่แขน ขา ใบหน้า หรือลำตัว ในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดผื่นขึ้นได้ ตุ่มพองสีแดงลามไปทั่วร่างกายซึ่งเป็นอาการของโรคติดต่อ หรืออาจมีความพิการ

การรักษา ผู้ป่วยหรือสงสัยว่าเป็นโรคเรื้อนสามารถขอรับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล หรือบริการสาธารณสุขทั้งหมด และตอนนี้การรักษาโรคเรื้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดระยะเวลาการรักษาลงเหลือเพียง 6 เดือน – 2 ปี แม้ว่าผู้ป่วยจะมีอาการในระยะแรกของโรคก็ตาม หรือมากจนเข้าสู่ระยะสัมผัสหรือมีความพิการอยู่แล้ว ก็สามารถรักษาให้หายจากโรคได้ แต่ความพิการสามารถแก้ไขได้ด้วยกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัดแก้ไขความทุพพลภาพ


หากเราสามารถช่วยกันสำรวจตัวเอง สมาชิกในครอบครัว หรือแนะนำผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคเรื้อนให้รีบไปรับการรักษาเมื่อเริ่มเป็นโรค จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนไม่มีความทุพพลภาพ และไม่แพร่โรคในชุมชน และจะช่วยลดความขยะแขยง สุดท้ายกลัวโรคเรื้อน

.
ที่มาข้อมูล