in

โยคะ วิชาการ และการประชุม

โยคะ วิชาการ และการประชุม

โยคะ วิชาการและการประชุม

เมื่อเราวิเคราะห์คำวิจารณ์ของประเทศไทย เรามักจะเห็นด้วยว่าประเทศไทยโชคดี เราอาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ปราศจากภัยธรรมชาติซึ่งจะมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมทำให้สังคมไทยเป็นสังคมสบายสบาย แต่คำถามคือ เราจะโชคดีแบบนี้ตลอดไปได้ไหม? โลกพัฒนาเร็วเกินไป ยิ่งถ้าในยุคนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีสื่อสารก้าวกระโดด ผลของการพัฒนานี้คือ มนุษย์สามารถเข้าถึง “ความรู้” ได้มากมาย และใครเล่าสามารถจัดการความรู้เหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง? สามารถอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาโยคะก็เช่นกัน สมัยก่อนแม้แต่บรรยากาศการเรียนโยคะบ้านเราก็ยังดีอยู่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรหยุดอยู่แค่นี้ ตรงกันข้าม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมโยคะให้เป็นประโยชน์แก่ผู้คนมากขึ้น การเรียนรู้โยคะต้องได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะเน้น “ความรู้” ด้วย

สำหรับโยคะ ความรู้อะไร? เพื่อเอื้อต่อการเรียนโยคะ?
โยคะเป็นศาสตร์โบราณของอินเดีย ดังนั้นการได้มาซึ่งความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อินเดีย ความรู้เกี่ยวกับตำราโยคะแบบดั้งเดิมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น Dr. Garote ครูสอนโยคะชาวอินเดียของเรา Dr. Garote ทุ่มเทพละกำลังและพลังงานทั้งหมดของเขา เขาทำงานด้านโยคะมากว่า 40 ปี และมีบทบาทสำคัญในการนำโยคะมาสู่หลักสูตร ทั้งในระดับโรงเรียน ระดับมหาวิทยาลัยในอินเดีย วิสัยทัศน์ของ Dr. Garote คือทำอย่างไรให้โยคะวิชาการมีมาตรฐาน ตัวอย่างหนึ่งของงานที่เขาทำ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของเขาคือการรวบรวมอาสนะจากตำราโยคะดั้งเดิมเพื่อจัดทำสารานุกรมท่าอาสนะ

ไม่เพียงแต่ว่าโยคะเป็นศาสตร์แห่งการพัฒนามนุษย์ นักศึกษาโยคะจะต้องแสวงหาความรู้ทางวิชาการในด้านกายวิภาคศาสตร์ทางสรีรวิทยาทางจิตวิทยาด้วย โยคะกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น มากเพียงใด ผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่โยงโยงกับโยคะหันความสนใจไปที่โยคะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนในวงการสุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา ตลอดจนพระสงฆ์ บรรดาผู้แสวงหาหนทางสู่ปัญญาแห่งการหลุดพ้นผลคือเราจะมีความรู้มากขึ้นทุกวัน มาร่วมกันศึกษาเรียนรู้โยคะกันดีกว่า ในฐานะผู้ชื่นชอบการเล่นโยคะยกระดับการเรียนรู้โยคะไปสู่วิชาการมากขึ้น ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกโยคะ เป็นส่วนหนึ่งของนิยามะครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการศึกษาสวัสดิยะ

ระหว่างวันที่ 23-25 ​​กุมภาพันธ์ โครงการเผยแพร่โยคะเพื่อสุขภาพ โดยร่วมกับมูลนิธิสุขภาพแห่งชาติ และองค์กรในเครืออีกมากมาย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานมูลนิธิส่งเสริมสุขภาพ (ไทยเฮลธ์) จัดประชุมวิชาการโยคะ เพื่อพัฒนาการศึกษาโยคะในประเทศไทย ให้ถึงระดับความรู้ทางวิชาการนั่นเอง ในวันแรก (วันจันทร์ที่ 23) จะมีการจัดสัมมนาในหัวข้อ “โยคะกับจิต โยคะกับไลฟ์สไตล์ โยคะกับพุทธศาสนา” วันที่ 2 (วันอังคารที่ 24) เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “โยคะกับสุขภาพกาย ฝึกท่าโยคะอย่างไรให้ปลอดภัย?” รวมตัวอย่างโยคะรักษาโรคต่างๆ มีเวิร์คช็อปโยคะบำบัด และวันสุดท้าย (วันพุธที่ 25) เรื่องของ “Applied Yoga” นำเสนอภาพรวมอุตสาหกรรมโยคะในประเทศของเรา การนำโยคะมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชุมชน เป็นต้น

ถึงแม้จะเป็นงานวิชาการ แต่ผู้จัดไม่ละเลยมิติสำคัญของโยคะซึ่งก็คือการฝึกปฏิบัติ การทำเวิร์คช็อปต้องจับมือกัน แม้ว่าอาจารย์จะเป็นหมอก็ตาม เป็นครู แต่ทั้งงานไม่ต้องการเสื้อหรือเนคไทแต่อย่างใด เรียกได้ว่ามาคู่กับเสื้อยืดกางเกงวอร์มกันเลยทีเดียวเป็นเวลา 3 วัน มีแผนรองรับผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 400 คนทั่วประเทศ คิดเป็น 30% ของแรงงานส่งเสริมสุขภาพ ครูที่ทำงานด้านการพัฒนา มนุษยชาติ 20 เปอร์เซ็นต์ ครูโยคะ 30 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ชื่นชอบโยคะ 30 เปอร์เซ็นต์ และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต

.
ที่มาข้อมูล