in

โยคะ กับ ความอ้วน (๒)


ครั้งที่แล้วเราพูดถึงเทคนิคโยคะ เน้นการศึกษาเข้าใจตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับเราในการดูแลตัวเอง ในด้านใดด้านร่างกาย จิตใจ ตลอดจนการลดน้ำหนัก กล่าวอีกนัยหนึ่ง เราจะจัดการตนเองอย่างไร? หากเรายังไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในตัวเรา

โรคอ้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับอาหาร ดังนั้นเมื่อคุณเข้าใจตัวเองเกี่ยวกับโรคอ้วนแล้ว เราจะพิจารณาระบบย่อยอาหาร รวมถึงการดูดซึมสารอาหาร

เมื่อพูดถึงระบบย่อยอาหาร หลายคนนึกถึงท้องก่อน กระเพาะอาหารของมนุษย์ทำงานโดยอัตโนมัติ กล่าวคือ อยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง ทำให้หลายคนเชื่อว่าเราไม่สามารถควบคุมโรคอ้วนได้ ใครก็ตามที่เชื่อในลักษณะนี้มีปัญหาในการควบคุมโรคอ้วนของตนเอง เพราะจุดเริ่มต้นหายไปแล้ว

ระบบย่อยอาหารเริ่มต้นในปากแยกจากกัน อวัยวะแรกในระบบย่อยอาหารของมนุษย์คือฟัน และการย่อยอาหารส่วนแรกคือการเคี้ยวอาหาร โชคดีที่การเคี้ยวนั้นอยู่ในระบบประสาทซึ่งควบคุมได้
การเคี้ยวมีบทบาทสำคัญในระบบย่อยอาหาร การเคี้ยวอาหารอย่างเหมาะสม มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร เอื้อต่อสุขภาพของตนเองและควบคุมโรคอ้วน

ก่อนพูดคุยเรื่องการเคี้ยวที่เหมาะสม ให้พิจารณาการเคี้ยวที่ไม่เหมาะสม วันนี้อาหารของมนุษย์เปลี่ยนไปมาก ในสมัยโบราณ การหาอาหารเป็นอาหารประกอบด้วยกระบวนการหลายอย่าง ทั้งการทำฟาร์มและการล่าสัตว์ มันยากที่จะกินอาหารแต่ละมื้อ ทำให้ผู้กินพิถีพิถันในเรื่องการกินแต่ปัจจุบันการกินอยู่สบาย จนคนกินเยอะไม่สนใจเรื่องกินเลย หลายคนกิน อ่านหนังสือ กินบ้าง คุยบ้าง คนกำลังรีบกินอาหารเร่งทำธุระอื่นๆ นิสัยการกินเหล่านี้ส่งผลต่อระบบย่อยอาหารก็คือ ขาดการเคี้ยวที่เหมาะสม

ดังนั้นเทคนิคโยคะที่แนะนำนี้เพื่อจัดการกับโรคอ้วนคือ ระวังการเคี้ยวอาหารและเคี้ยวอาหารให้เพียงพอ กล่าวคือ ในอาหารหนึ่งคำให้เคี้ยวอย่างน้อย 30 ครั้งก่อนกลืนลงท้อง
การเคี้ยวอาหาร 30 ครั้งต่อคำหนึ่งคำจะให้เวลามากพอที่จะบด หั่นฝอย และฉีกในปากก่อนกลืนลงไป ตามหน้าที่ของปากและฟัน (จำไว้ว่า ท้องไม่มีฟันบดขยี้อาหาร) คนที่ไม่ชอบนับ ใช้หลักการว่าต้องเคี้ยวอาหารในปากจนเป็นของเหลวหมดก่อนกลืน ไม่กลืนอาหารเข้าไปด้วย มันยังคงดูเหมือนเมล็ดข้าว ผักชิ้น หรือชิ้นเนื้อ
เคี้ยวจนอาหารเป็นของเหลว ช่วยจำกัดปริมาณน้ำขณะรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เกินความจำเป็นของร่างกายซึ่งลดประสิทธิภาพการย่อยอาหาร

ที่สำคัญการเคี้ยวอาหารอย่างน้อย 30 ครั้งต่อคำหนึ่งคำจะช่วยให้น้ำลายมีเวลาทำหน้าที่หลัก ซึ่งหมายความว่าอาหารประเภทแป้งจะถูกย่อยอย่างเพียงพอ การเคี้ยวนานนี้ช่วยให้ร่างกายดูดซึมคาร์โบไฮเดรตได้เร็วขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น เพื่อป้องกันการกินอาหารเกินที่ร่างกายต้องการซึ่งเป็นอันตรายต่อโรคอ้วนอย่างยิ่ง

ณ จุดนี้บางคนอาจมีคำถาม ถ้าเป็นเช่นนั้น เราสามารถเคี้ยวอาหารได้มากกว่า 30 ครั้งต่อคำหนึ่งคำหรือไม่? คำตอบคือใช่ ยิ่งดีสำหรับตัวคุณเอง ลองดูที่ตารางด้านล่าง
เราขอย้ำว่าการฝึกโยคะนั้นไม่ได้ทรงพลัง ไม่ใช่เรื่องลึกลับ ในทางกลับกัน การฝึกโยคะเป็นวิถีปกติของมนุษย์ โดยวิธีทำให้เส้นทางนั้นมีสติรู้เท่าทันธรรมชาติ (ธรรมชาติของระบบย่อยอาหารธรรมชาติของอาหาร) สมดุล และความยากของโยคะคือการไม่ก้มตัวให้ดูแปลก แต่ในการฝึกสติแบบองค์รวม การรู้ตลอดเวลา การฝึกท่าโยคะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีสติสัมปชัญญะ แต่ในกรณีของการใช้เทคนิคโยคะในการจัดการโรคอ้วน การมีสติในขณะเคี้ยวนั้นสำคัญกว่าและสำคัญกว่ามาก

ดังนั้น การฝึกโยคะให้ถูกคือต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (ย้อนเทคนิคสวัสดิกะครั้งที่แล้ว) ควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติจนติดเป็นนิสัย เมื่อเราเข้าใจสิ่งนี้ เราจะพบว่าในเบื้องต้น สาเหตุของความสำเร็จในการควบคุมตนเอง การจัดการโรคอ้วน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับคุณและตัวคุณเองเท่านั้น คุณสามารถหาได้ในอาสนะใด ๆ ยาใด ๆ แพทย์หรือคลินิกใด ๆ

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th