in

โยคะ กับการพัฒนาจิต

โยคะ กับการพัฒนาจิต

โยคะและการพัฒนาจิตใจสู่สภาวะสูงสุด

มนุษย์ประกอบด้วยมิติทางร่างกาย จิตใจ และจริยธรรม แต่ละมิติยังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย มิติทางจิตใจสามารถแบ่งออกได้เป็นเรื่องของอารมณ์ สติปัญญา เป็นต้น นอกจากนี้ อีกมิติที่สำคัญของจิตใจมนุษย์ก็คือสภาวะจิตใจสูงสุดซึ่งเป็นสภาวะในอุดมคติที่มนุษย์ค่อยๆ พัฒนาไปสู่สภาวะสูงสุดของจิตใจ โดยเพียงแค่ชื่อฟังดูสูง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่เข้าถึงไม่ได้ ในทางปฏิบัติสภาวะจิตสูงสุด เป็นธรรมชาติของกระบวนการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ปล่อยให้มนุษย์ยกระดับจิตใจของตนเองขึ้น

ลักษณะสำคัญของสภาวะจิตสูงสุดคือ เป็นคุณลักษณะที่มีอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว สำหรับบางคน การเรียกร้องของสภาวะจิตใจสูงสุดนี้อาจดังมาก และทำให้คนนั้นสำหรับบางคนการเรียกร้องของสภาพจิตใจนี้อาจจะจาง ๆ ทำให้บุคคลนั้นไม่สนใจมิตินี้มากนัก จะดังแค่ไหนก็ไม่เคยหยุด ไม่เคยสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปตลอดกาลและตลอดไป

จิตอันสูงสุดนี้ประกอบด้วยสองสภาวะ เหมือนเหรียญทั้งสองข้าง ด้านหนึ่งเป็นการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปและการยกระดับจิตใจมนุษย์ไปสู่ระดับสูงสุดซึ่งก็คือจิตที่มีคุณภาพ สามารถใช้ได้เต็มที่ ในทางกลับกัน เป็นกระบวนการในการลดอัตตาของตนเองลงไปเรื่อยๆ จนถึงจุดต่ำสุด นั่นคือ มนุษย์ที่มีศักยภาพทางจิตใจสูงสุด ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ไม่มีอัตตา

เหตุใดจึงต้องพูดถึงการพัฒนาจิตสู่สภาวะสูงสุดในอดีต? ประเทศไทยได้พัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน ทำให้สังคมมีความสมดุลและสงบสุขจนถึงปัจจุบัน มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านวัตถุแต่ละทิ้งการพัฒนาทางจิตใจซึ่งนำไปสู่ปัญหาของสังคมที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก กระแสของสังคมมุ่งไปสู่เป้าหมายที่วัดกันเป็นตัวเลขไม่ต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับมิติอื่นๆ ที่ผูกมัดโดยธรรมชาติ ส่งผลให้ความสมดุลของสังคมอยู่ในขั้นวิกฤติ เราไม่ปฏิเสธการพัฒนาวัสดุ แต่เราไม่เชื่อว่าการพัฒนาด้านวัตถุเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาสังคมได้ แต่จะยิ่งเพิ่มปัญหาเข้าไปอีก แต่ต้องพัฒนามิติอื่นๆ ร่วมกันอย่างสมดุล โดยเฉพาะด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับจิตของคนในสังคมให้สูงขึ้น
พร้อมขัดเกลาความมั่นใจในตนเองให้น้อยลง

เราจะพัฒนาจิตให้สูงขึ้นได้อย่างไร
เป็นที่น่าสังเกตว่าสภาวะจิตใจสูงสุดนี้ เป็นเรื่องของมนุษย์”อ่าน-ฟัง“อยู่คนเดียวไม่ได้หมายความว่าอ่านหนังสือเรียนคนเดียวหรือฟังบรรยายเรื่องการพัฒนาจิตขั้นสูงไม่สามารถทำให้บุคคลบรรลุสภาวะจิตขั้นสูงสุดได้ไม่ว่าทางใด การพัฒนาจิตขั้นสูงสุดก็มิได้มาจากการพบปะ สนทนา แลกเปลี่ยน ไตร่ตรอง ความคิด การวิเคราะห์ นั่นคือ การอ่าน-ฟัง และการคิด อาจช่วยเราได้”เข้าใจ“เกี่ยวกับสภาวะจิตขั้นสูงสุด แต่การมาเกิด ให้มีได้มีทางเดียว คือ การฝึกฝนสร้างสภาวะจิตขั้นสูงสุดคือการพัฒนาลำดับขั้น เริ่มจากเตรียมพื้นฐานของจิตให้พร้อมสูงสุด กล่าวคือ ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว บริสุทธิ์ ไม่เจือปนด้วยกิเลส เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง อันเป็นความระแวดระวังของจิต ไม่ให้คิดไปในทางล่วงละเมิด ไม่ให้ฟุ้งซ่าน ขณะเดียวกัน ค่อยๆ ลดความมั่นใจในตนเองซึ่งกระบวนการนี้มีศีล

นอกจากนี้ เรายังต้องรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ ต้องใช้ความมุ่งมั่น มีความมุ่งหมายในการนำจิตไปสู่สภาวะสูงสุด กล่าวคือ กระบวนการพัฒนาจิตต้องสอดคล้องกับความพากเพียร คุณลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ สภาวะสูงสุดของจิตใจไม่ใช่สิ่งที่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวมันเอง แต่สภาวะจิตสูงสุดคือ “ผล” ของการกระทำ กล่าวคือ มนุษย์ไม่สามารถสร้างสภาวะสูงสุดของจิตได้โดยตรง สภาวะจิตใจสูงสุดเป็นเรื่องของแต่ละคน สร้างเหตุ สร้างปัจจัยร่วม เมื่อสุกแล้ว จิตอันสูงสุดย่อมเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

โยคะเป็นวิธีพัฒนาจิตใจให้อยู่ในระดับสูงสุด
ก่อนจะอธิบายว่าโยคะเป็นเครื่องมือในอุดมคติในการพัฒนาจิตใจให้อยู่ในระดับสูงสุด คุณต้องเข้าใจโยคะอย่างถูกต้องก่อน หลายคนยังเคยคิดว่าโยคะเป็นเพียงการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ความเข้าใจผิดนี้เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่เรียนวิทยาศาสตร์ นี่เป็นเพียงกายภาพเท่านั้น และการฝึกโยคะของกลุ่มนี้ก็แพร่หลายไปทั่ว ดังนั้นคนทั่วไปจึงรับรู้โยคะโดยรูปลักษณ์เท่านั้น สาระสำคัญของโยคะคือการพัฒนาจิตใจ และเป้าหมายของโยคะคือการทำสมาธิ นี่คือหัวใจของวิทยาศาสตร์ที่มีมานานกว่า 5,000 ปี

ปตัญชลีโยคะสูตรซึ่งถือเป็นตำราหลักของโยคะชี้นำผู้แสวงหาให้ดำเนินชีวิตตามวิถีอัษฎางคโยคะหรือมรรคมีองค์แปด ได้แก่

๑. ยมราช ๕ คือ รักษาใจ วาจา และกาย ละเว้นพฤติกรรมที่จะทำร้ายตนเองและผู้อื่น การปฏิบัติธรรม ๕ ประการนี้ ถือเป็นการวางรากฐานของจิต เพื่อพัฒนาจิตใจต่อไป

๒. บัญญัติ ๕ ประการ คือ การปฏิบัติและวินัยในตนเอง. เป็นรากฐานของการพัฒนาทางกายภาพ

๓. อาสนะเป็นการฝึกการทรงตัวให้ร่างกายนิ่ง

4. ปราณยามะคือการฝึกควบคุมลมหายใจ เพื่อทำให้อารมณ์สงบ

5. ปราทยาหระคือความสงบของจิตใจ โดยการลดทอนข้อมูลที่จะผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า (การสังเกตแบบอินทรีย์)

๖. ภาวนา หมายถึง การฝึกจิตให้มีสมาธิในเบื้องต้น

๗. ฌานคือการฝึกจิตให้มีสมาธิในระดับสูง

8. การทำสมาธิเป็นผลจากการฝึก 7 แนวทางข้างต้น ซึ่งโยคะถือว่า เป็นสภาวะสูงสุดของจิตใจ

หนังสือเรียนโยคะสูตรยังชี้ให้เห็นอุปสรรคที่ขัดขวางกระบวนการพัฒนาจิตใจ ได้แก่ กิเลส ซึ่งประกอบด้วย ๕ ประการ คือ
1. อวิชชามองไม่เห็นสิ่งของ ตามความเป็นจริง และอวิชชาทำให้เกิดกิเลส ๔ อย่างที่เหลืออยู่ ๑ ราคะ ตัณหา ๒ โทสะ ๓ อัสมิตา อัตตา ๔ อบินิเวสาย ความกลัวว่าตนจะดับไปในอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นหนทางลดกำลังของ ความสนใจเหล่านี้

หนังสือเรียนโยคะสูตรกล่าวว่า จิตที่สูงส่งคือจิตที่ปราศจากการปรุงแต่ง และโยคะคือการฝึกฝนตนเองเพื่อดับการบิดเบือนของจิตใจ มีการระบุหนังสือเรียนไว้อย่างชัดเจน ที่นิโรธจิตได้มาจากการฝึก ๒ แบบ คือ

๑. อภัยสา หรือความเพียรที่กินเวลานานไม่หยุดยั้ง

๒. วิราคยา คือ การปฏิบัติให้หลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ

จะเห็นได้ว่าโยคะเป็นศาสตร์ที่สอนผู้แสวงหาโดยตรงให้พัฒนาจิตไปสู่สภาวะสูงสุด ลักษณะสำคัญของการฝึกโยคะคือ วิถีทั้ง 8 เชื่อมโยงกันแบบองค์รวม ทางเดินทั้งหมดจัดเป็นขั้นเป็นตอน แต่ละเส้นทางจะแบ่งออกเป็นเทคนิคต่างๆ มีระดับความยาก ซึ่งทำให้โยคะมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้สนใจฝึกเป็นจำนวนมาก

วิธีใช้โยคะสร้างจิตสูงสุดให้คนไทย
โยคะมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาจิตใจ ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในการปรับสมดุลในสังคมเพื่อสร้างความอยู่ดีกินดี เราสามารถกำหนดวิธีการดังต่อไปนี้

1. พัฒนาองค์ความรู้ด้านโยคะ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ปรัชญา และวิธีการใช้วิทยาศาสตร์โยคะให้เกิดประโยชน์

2. ผลิตครูสอนโยคะให้มากขึ้นเพื่อสอนคนให้ฝึกโยคะ

3. เผยแพร่ สร้างทัศนคติที่ถูกต้องของ Yoga Science สู่สังคมในวงกว้าง

4.สนับสนุนการจัดตั้งเครือข่าย เพื่อให้องค์กร หน่วยงาน ชุมชนได้มีโอกาสฝึกโยคะอย่างกว้างขวาง

.
ที่มาข้อมูล