in

แววดี

แววดี

จับมัน! จับ!…..ปล่อย ปล่อย!!!

เสียงดังมาจากหน้าห้องสอบ ในเวลาเดียวกันก็มีเด็กหญิงอายุ 17 ปีกับพ่อแม่ของเธอ ป้าของหมอเดาว่าเป็นพ่อและแม่ของเขา จับทุกด้านโดยมีพยาบาลคอยติดตามอย่างใกล้ชิด

ท่าทางตอนนั้นเป็นชั่วโมงที่โกลาหล อุ้ม “น้องแวว” สาวหน้าใส ดวงตาที่แข็งกระด้างสั่นไหวอย่างรุนแรง ด้วยเสียงร้องไห้ดัง
“ฉันเกลียดพ่อ! ฉันเกลียดแม่! ฉันอยากอยู่คนเดียว อย่ายุ่งกับฉัน”

น้องแววมาเป็นคนไข้ของรพ. เนื่องจากมีอาการแปลกๆ เช่น ไม่อยากไปโรงเรียนทั้งๆ ที่เป็นนักเรียนหัวกะทิ บางครั้งเธอก็พูดเรื่องแปลกๆ กับพ่อแม่ เช่น รู้สึกว่าถูกเพื่อนแอบดู สะดุดตาเป็นพิเศษ ครูในโรงเรียนดูไม่ค่อยชอบน้องแววแม้ว่าน้องแววจะเป็นนักเรียนกิตติมศักดิ์ทั้งในระดับวิชาการและพฤติกรรม

ปีนี้น้องแววกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ที่จริงแม่บอกว่าน้องแววเรียนไม่เก่ง และไม่มีความสามารถสำหรับสายนี้เลย แต่เมื่อพ่อแม่ของคุณบอกว่า วิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ว่าเมื่อเรียนจบ คุณสามารถเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลายๆ คณะได้ น้องแววขยันขึ้นและเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบสูง มีสอนพิเศษเมื่อไหร่? วายจะไปโรงเรียนด้วย พ่อแม่สนับสนุนเพราะน้องแววเป็นเด็กที่รักการเรียนและเป็นลูกคนเดียว

ก่อนสอบที่โรงเรียนประมาณ 3 เดือน ครูอยากให้ลูกไปค่ายจรรยาบรรณในต่างจังหวัด ขั้นแรกให้เด็กลงชื่อสมัครใจ แต่เนื่องจากเป็นช่วงใกล้สอบปลายปี ไม่มีใครไปเซ็น ครูประจำชั้นมาหาน้องแววและบอกว่าอยากให้น้องแววเป็นตัวแทนของห้อง เพราะครูทุกคนมีความเห็นเหมือนกันว่าน้องแววจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด และที่น้องแววไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจ ครูก็เลยใส่ชื่อน้องแวว

หลังจากไปค่ายจริยธรรมแล้ว น้องแววกลับบ้าน ด้วยความรู้สึกไม่ดี กังวลว่าไม่มีเวลาเตรียมตัวก่อนสอบเพียงพอหรือไม่? เพราะน้องแววเรียนไม่เก่ง แต่เป็นคนที่ตั้งใจเรียน

เมื่อกลับไปโรงเรียน ครูกอดน้องแววแล้วบอกว่าน้องแววเป็นเด็กที่สร้างชื่อเสียงในโรงเรียน มีจดหมายสรรเสริญจากอาจารย์ว่า “น้องแววเป็นคนที่เข้าใจ ตั้งใจ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 10 เปอร์เซ็นต์ ที่จะได้รับคัดเลือกให้ไปเข้าค่ายคุณธรรมและจริยธรรมในต่างประเทศ ครูอยากให้คุณไป” แต่น้องไหวบอกไม่เอาแล้ว ต้องกลับไปโรงเรียนเตรียมสอบเข้า

แม่เล่าต่อว่า “น้องแววอารมณ์เสียกับโครงการไปต่างประเทศ น้องแววบอกแม่ว่าจะไม่ไปแน่นอน เพราะเสียเวลาไปหลายวัน ตอนนี้ต้องตั้งใจทำการบ้าน เตรียมสอบปลายภาคเตรียมเข้าปีหน้า” ??

หลังจากเหตุการณ์นั้น แม่คิดว่าลูกคลายเครียดได้ แต่ในความเป็นจริง ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ติดตาม ก่อนป่วยประมาณ 2 สัปดาห์ น้องแววไม่อยากไปโรงเรียน น้องแววบอกพ่อแม่ว่าครูที่รักเขาช่างประชดประชันว่าน้องแววได้มีโอกาสไปต่างประเทศ ฟังนะ โรงเรียนตั้งชื่อเพราะเธอ “ฉันไม่มีความสุข เพื่อนไม่เข้าใจว่าทำไมฉันไม่ไปต่างประเทศ ครูเร่งทุกวัน บอกว่าฉันยังเปลี่ยนใจได้ แต่จะไปได้อย่างไร เพราะฉันทำงานที่นี่ไม่ พร้อมยังครับ แล้วผมจะเข้ามหาวิทยาลัยได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

หลังน้องแววเริ่มมีอาการไม่อยากไปโรงเรียน ปวดท้อง ปวดหัว ป่วยการเมือง
“เราไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เด็กไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ อาการของเขาแย่ลงเรื่อยๆ เลยตัดสินใจพาไปหาหมอ”

หลังการรักษา น้องแววอาการดีขึ้นและตัดสินใจเลิกเรียนด้วยกัน หลังจากไปสอบ ป.5 ก่อน อาจารย์บอกว่าคะแนนสะสมของน้องแววผ่านไปแล้ว ตราบใดที่เพียงพอสำหรับพิธี น้องแววจะไป แต่ไปด้วยสีหน้าไม่มีความสุข แม่ต้องให้พ่อหยุดทำงานที่โรงงาน และนั่งกับลูกทุกวัน

น้องแววเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจึงขอย้ายไปเรียนที่อื่น ขณะที่ขอย้าย น้องแวว เข้ารับการรักษาต่อเนื่องเป็นปี ตอนนี้น้องแววปรับตัวได้ดี และโรงเรียนใหม่กำลังจะเปิด น้องแววจะมีเพื่อนกลุ่มใหม่ ที่ไม่เคยรู้เรื่องสุขภาพน้องแววมาก่อน

แต่ปัจจุบันน้องแววรู้วิธีปฏิเสธ รู้วิธีปรับให้เข้ากับแรงกดดันของสภาพแวดล้อมภายนอก แม่ยังยอมให้น้องแววเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เช่น ให้น้องแววทำอาหารเอง น้องแววจะเข้านอนหรือตื่นกี่โมง? แม่จะให้น้องแววรีดผ้าเอง ไปไหนน้องแววก็ต้องเลือกเสื้อผ้ามาใส่เอง

การรักษากำลังจะสิ้นสุดลง วันนี้พี่สาวหน้าใส แต่งตัวน่ารัก เขาเดินไปหาป้าหมอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้องแววยื่นการ์ดสวยๆให้ป้าหมอ และยิ้มและพูดว่า
“ขอบคุณมากนะคะป้าหมอ ฉันพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นในมหาวิทยาลัยในฐานะคนใหม่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฉันไม่เก่งวิทยาศาสตร์เลย ฉันจะเลือกสาขาที่เรียนเป็น” เก่ง ภาษาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ดีใจด้วย ต่อจากนี้ไม่ต้องกินยานอนหลับ นอนเองได้ รู้สึกว่าสิ่งรอบตัวไม่ได้ยากอย่างที่คิด”

น้าหมอตอบน้องแววด้วยน้ำเสียงดีใจว่า “ฉันจะมาเยี่ยมป้าหมอ เพราะป้าหมอเลิกรักษาฉันแล้ว ฉันไม่ใช่คนป่วยแล้ว แต่ฉันเป็นหนุ่มใหม่ที่เข้มแข็ง กล้าปฏิเสธและทนต่อแรงกดดันได้ดีกว่า”??

น้องแววสัญญา “ครับ ผมจะดูแลตัวเองดีๆ และปล่อยให้ชีวิตผ่านไปด้วยดี ฉันสัญญา”
พ่อกับแม่ที่มาฟังตอนป้าหมอรักษาน้องแวว ผู้เป็นแม่ถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา พร้อมกับพูดว่า
“เหมือนเกิดใหม่จริงๆ”??

.
ที่มาข้อมูล