in

แพทย์แนะ 9 วิธีรักษา “หลุมสิว” ที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

แพทย์แนะ 9 วิธีรักษา “หลุมสิว” ที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

แพทย์แนะนำ 9 วิธีรักษาหลุมสิวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

วิธีการรักษาหลุมสิว สิวควรรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน เป็นวิธีการป้องกันและลดรอยแผลเป็นจากสิวได้ดีที่สุด พร้อมแนะนำวิธีการรักษาหลุมสิวในปัจจุบัน

สาเหตุของหลุมสิว

นพ.สมศักดิ์ อังคศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า รอยแผลเป็นจากสิวเป็นรอยบุ๋ม ซึ่งเกิดจากสิวอักเสบ เมื่อการอักเสบของสิวยังคงอยู่เป็นเวลานานหรือร่วมกับการบีบแกะที่อาจเพิ่มการอักเสบ จะทำให้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดรอยสิวตามมา

ประเภทของหลุมสิว

หลุมสิวมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะของหลุมสิว เช่น

  • Ice pick scar คือ รอยแผลเป็นที่มีฐานแคบและมีขอบเขตลึกชัดเจน หลุมบ็อกซ์ หรือ
  • รอยแผลเป็น Boxcar เป็นรอยแผลเป็นกว้าง ขอบของรูเป็นแนวตั้งอย่างชัดเจน มีทั้งตื้นและลึก
  • แผลเป็นกลิ้งเป็นรูแผลโค้ง มีเกาะพังผืดใต้รูสิวติดอยู่ที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ดูเหมือนอ่างที่มีขอบมน

วิธีรักษาหลุมสิว

การรักษารอยแผลเป็นจากสิวขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของรอยแผลเป็นจากสิวที่พบ โดยที่บุคคลสามารถค้นพบรอยแผลเป็นจากสิวได้มากกว่าหนึ่งประเภท การรักษาสามารถทำได้โดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือการผสมผสานวิธีการต่างๆ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระยะเวลาการฟื้นตัวของผิวหลังการรักษา ค่าใช้จ่าย ความคาดหวังของผู้ป่วย เป็นต้น

นางสาวมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเสริม วิธีการรักษาหลุมสิวในปัจจุบัน มีดังนี้

  1. พังผืด หรือการผ่าโดยใช้เข็มตัดพังผืดที่ดึงหลุมสิว วิธีนี้เหมาะสำหรับการรักษารอยม้วนและหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นที่มีขอบคมและมีขนาดลึก อาจใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ผิวหนังบริเวณที่ใช้เข็มพังผืดหรือเลเซอร์
  2. ศัลยกรรมหลุมสิว เช่น การลบรอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งเหมาะสำหรับ Ice Pick รอยแผลเป็นจากสิวหรือรอยแผลเป็นที่มีปากเล็กไม่เกิน 3 มิลลิเมตร หรือการผ่าตัดยกหลุมสิวให้เท่ากับผิวธรรมดา เช่น กล่องเล็กๆ หลุมสิวในรถ
  3. การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี ตัวอย่างเช่น กรดผลไม้เหมาะสำหรับรอยแผลเป็นจากสิวขนาดเล็กและตื้น
  4. หลุมสิวด้วยกรดไตรคลอโรอะซิติกเข้มข้น ซึ่งใช้ได้ผลดีกับหลุมสิว ปากแคบ ไอซ์เกด แต่ยังสามารถใช้รักษาหลุมสิวประเภทอื่นๆ ได้อีกด้วย
  5. การใช้เครื่องเลเซอร์ (LASER) เกลี่ยผิว ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ผิวหนัง หลังจากนั้นจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้คอลลาเจนจัดเรียงตัวและทำให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวตื้นขึ้น สามารถแบ่งออกเป็นเลเซอร์รอยแผลและเลเซอร์แบบไม่รุกราน สำหรับการรักษากล่องรถและรอยหลุมสิว การรักษารอยแผลเป็นด้วยเลเซอร์กระจายผิวหนังเป็นการรักษาหลายขั้นตอน สำหรับระยะการรักษาแต่ละครั้ง จะใช้เวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์
  6. สครับขัดผิว ทำให้เกิดแผลที่ผิวหนังและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้มีผิวสม่ำเสมอ แต่อาจมีผลข้างเคียงในแง่ของการหน้าแดง หรือไวต่อแสงแดดมากกว่าการทำเลเซอร์และใช้เวลาในการฟื้นฟูผิวนานกว่าเลเซอร์บางประเภท รอยแผลเป็นจากสิว การบำบัดด้วยการขัดผิว สามารถใช้กับรอยสิวแบบม้วนหรือแบบกล่อง
  7. ไมโครเข็มบำบัด ทำให้เกิดแผลเล็กๆ ที่หลุมสิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิธีนี้เหมาะสำหรับการม้วนตื้นและหลุมสิวในรถกล่อง และอาจต้องใช้ความถี่ในการรักษา
  8. การบำบัดด้วยคลื่นวิทยุ ใช้รักษาทั้งรถกระบะน้ำแข็งและแผลเป็นจากสิว เหมาะสำหรับหลุมลึก. ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของหลุมสิว ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน และอาจช่วยลดขนาดรูขุมขนได้
  9. การรักษาด้วยพลาสมาหรือเลือดของผู้ป่วย โดยการฉีดเข้าไปในหลุมสิว หรืออาจใช้ร่วมกับวิธีการรักษารอยแผลเป็นจากสิวอื่นๆ เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น การรักษานี้ยังต้องศึกษาประสิทธิภาพในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวให้มากขึ้น

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การรักษาหลุมสิวในแต่ละวิธี ส่วนใหญ่ต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง เห็นผลชัดเจนและมีระยะเวลาต่างกันเห็นผล หลุมสิวใหม่จะตอบสนองการรักษาได้ดีกว่าหลุมสิวที่ก่อตัวขึ้นเป็นเวลานาน ยังไม่มีวิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิวให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างสมบูรณ์การรักษาสิวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการอักเสบไม่ให้คงอยู่เป็นเวลานาน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและลดรอยแผลเป็นจากสิว

.
ที่มาข้อมูล