in

แบกอย่างไรไม่ให้เจ็บ

แบกอย่างไรไม่ให้เจ็บ

การแบกเป้เป็นกิจกรรมที่เราทำทุกวัน
การแบกของมาจากคำภาษาอังกฤษที่ถือ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายสิ่งของในแนวนอนด้วยการเดิน ไม่ว่าจะเป็นการถือสิ่งของด้วยมือหรือถือด้วยไหล่, คอ, ไหล่, การถือสิ่งของด้วยศีรษะ เป็นต้น
การพกพาอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะทำงานและทำให้เกิดการบาดเจ็บสะสมได้ เช่นเดียวกับการยก การดึงและผลักวัตถุ แต่ที่สำคัญกว่านั้น การถือมักจะเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลานานและเข้มข้นซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ ในอุตสาหกรรมใช้การพกพาน้อยลง เนื่องจากการใช้รถเข็น ล้อเลื่อน และรางเลื่อนช่วยในการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ แต่ในทางเกษตรกรรม ยังคงมีสิ่งของที่บรรทุกได้มาก เนื่องจากสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้รถเข็น เช่น การบรรทุกกระสอบ การบรรทุกถุงปุ๋ย และการบรรทุกน้ำ
ฉบับนี้นำเสนอวิธีการป้องกันการบาดเจ็บจากการพกพา และข้อดีข้อเสียของตลับลูกปืนแต่ละแบบ เพื่อเป็นไอเดียให้คนงานที่พกของบ่อย

แบกไม่เหมือนยก

การขนย้ายนั้นแตกต่างจากการยกในการขนย้ายสิ่งของในแนวนอน ขณะยกคือการเคลื่อนที่ในแนวตั้งของวัตถุที่ต้านแรงโน้มถ่วงของโลก
การยกต้องใช้กำลังมากจึงจะเอาชนะแรงโน้มถ่วงของน้ำหนักนั้นได้ และต้องการการประสานกันของกล้ามเนื้อแขน ขา และลำตัว ซึ่งจะทำให้เกิดการกดทับที่หมอนรองกระดูกคอ-กระดูกสันหลังมากกว่าการแบก เนื่องจากการยกมีการเคลื่อนไหวที่ด้านหลังมากและกล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักขึ้น

โดยทั่วไป พนักงานสามารถบรรทุกของที่หนักกว่ารถยกได้ ตัวอย่างเช่น คนที่ถือกระสอบข้าวสามารถบรรทุกข้าวได้ 100 กิโลกรัม แต่ไม่สามารถสะพายกระสอบข้าวสะพายไหล่ได้ ต้องมีคนช่วยยกไหล่เพราะยก 100 กก. ไม่ใช่เรื่องง่าย

ถือสิ่งของด้วยมือ
การถือสิ่งของด้วยมือมีสองประเภท
– ถือของส่วนหน้าของร่างกายด้วยมือทั้งสอง การพกพาประเภทนี้มีข้อดีคือสามารถวางและปล่อยวัตถุได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับการบรรทุกของหนักในเวลาอันสั้น ส่วนที่จะรู้สึกเมื่อยล้าคือกล้ามเนื้อของแขนและมือที่จับวัตถุ การถือสิ่งของโดยงอศอกจะทำให้น้ำหนักลดลงประมาณ 2-3 กก. แต่ช่วยในเรื่องของการเดิน ทั้งนี้เนื่องจากการงอข้อศอกจะป้องกันไม่ให้วัตถุมากีดขวางการเคลื่อนไหวของขาขณะเดิน แต่อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นคือการลื่นไถล สะดุดล้ม เพราะมองไม่เห็นพื้น การขึ้นลงบันไดต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง
– แบก เช่น การถือกระเป๋าก็มีข้อดีเหมือนกันกับการถือสิ่งของไว้ข้างหน้าเพราะสามารถวางและยกสิ่งของได้ง่าย แต่ข้อเสียคือร่างกายเอียงไปข้างหนึ่งและต้องใช้พลังงานมากในการเกร็งกล้ามเนื้อที่ใช้สถิตย์ใช้อย่างสมดุล . ดังนั้นหากเดินเกิน 100 เมตร ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกิน 5 กิโลกรัม

สะพายไหล่และหลัง
การบรรทุกสิ่งของที่มีบ่าและหลัง เช่น กระสอบข้าวสาร ถุงปูน การบรรทุกชนิดนี้จะรับน้ำหนักได้มากที่สุด เพราะน้ำหนักของวัตถุจะตกลงสู่พื้นโดยไม่ต้องใช้แรงของแขน เพื่อถือวัตถุ

ข้อเสียของการพกพาประเภทนี้คือ
1) ผู้ถือต้องรักษาสมดุลที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องขึ้นลงทางลาด เช่น บันไดหรือทางเดินแคบๆ คนถือเสียการทรงตัว ตกบันไดหรือตกง่าย
2) หากผู้แบกไม่มีฝีมือจะต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนหลังอย่างมากในการแบก ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หลังได้ง่าย
3) จะมีแรงกดทับที่จุดรับน้ำหนักมาก เช่น คอหรือไหล่ ทำให้เลือดไหลเวียนในบริเวณนั้นลดลง
4) จะทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังบริเวณคอและหลังบิดเบี้ยว หรือเสียความคล่องตัว หากต้องแบกรับงานแบบนี้ไปนานๆ

การค้นหา
การล่าสัตว์มีหลายประเภท การหาสินค้าให้พ่อค้า หาแร่ในการขุด ขนประเภทนี้มีข้อดี รับน้ำหนักได้มาก ผู้ถือสามารถยกของได้เองและใช้พลังงานน้อยกว่ามือถือ พวกเขายังสามารถใช้มือเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ล้มขณะถือ
แต่มีข้อเสียที่จะเล่นสำนวน คุณจะเสียสมดุลได้ง่ายถ้าคุณไม่ชำนาญ มีแรงกดบนไหล่หากน้ำหนักมากเกินไป การหาโดยใช้คอนของพ่อค้าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าทึ่งเพราะคานมีความยืดหยุ่น การขยับขึ้นลงขณะเดิน ทำให้แรงกดบนไหล่ลดลงเป็นระยะ

สะพายเป้
การสะพายเป้ถือเป็นวิธีการพกพาที่มีประสิทธิภาพที่สุดเพราะใช้พลังงานน้อยที่สุด เหมาะสำหรับบรรทุกของหนักถึงปานกลาง และต้องทนไปอีกนาน
การบรรจุสิ่งของในกระเป๋าเป้ ควรวางของหนักไว้ใกล้กับเอว (ด้านล่างของกระเป๋าเป้) ให้มากที่สุด โดยกระจายน้ำหนักไปทางด้านหน้าของกระเป๋าเป้ให้มากที่สุด และกระจายน้ำหนักด้านข้างเท่าๆ กัน เพื่อให้ทรงตัวได้ง่าย และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง

ข้อเสียของการสะพายชนิดนี้คือแรงกดของสายรัดที่ไหล่และหน้าอก ทำให้วางและสะพายเป้ได้ยาก และการระบายความร้อนของร่างกายไม่ดี เพราะเป้จะติดไว้ด้านหลัง ถ้าของหนักมากต้องก้มหลัง อาจนำไปสู่การเสียโฉมและการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักเรียนที่ต้องแบกเป้ทุกวัน กระเป๋าเป้สะพายหลังไม่ควรมีน้ำหนักเกิน 10-20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว

การปรับศีรษะ
เป็นวิธีแบกที่ใช้พลังงานค่อนข้างน้อย แต่ผู้แบกต้องใช้ทักษะมากในท่าทาง การเคลื่อนตัวไปในทิศทางต่างๆ เช่น เลี้ยว เดินขึ้นลงทางลาดยาก เพื่อลดแรงกดบนศีรษะของผู้ถือ จะต้องวางวัสดุที่อ่อนนุ่มไว้ระหว่างส่วนหัวกับวัตถุ

8 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาขณะพกพา
1. วิธีการบรรทุกสิ่งของ สะพายได้หลายประเภท สะพาย สะพาย สะพาย สะพาย สะพาย สะพาย ใช้สะพายไหล่ คอ หลัง และสะโพก การพกพาแต่ละประเภทใช้พลังงานและมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน
2. การใช้พลังงาน การบรรทุกก็เหมือนกับการเพิ่มน้ำหนัก สิ่งนี้จะต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการก้าวไปข้างหน้า
3. น้ำหนักวัตถุ เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อพลังงานที่ใช้ การบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นจากแรงกดที่มากเกินไปบนหมอนรองกระดูกสันหลังและการเลื่อนหลุดเนื่องจากการสูญเสียการทรงตัว
4. ระยะห่างของวัตถุจากร่างกาย หากจุดศูนย์ถ่วงของวัตถุอยู่ไกลจากลำตัวด้านหน้า ต้องใช้กล้ามเนื้อหลังจำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายล้มไปข้างหน้า ในทางกลับกัน ถ้าแบกของไว้บนหลัง คุณต้องก้มตัวลงเพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ระหว่างสองเท้า
ระยะทางเดินและความเร็วบรรทุกสิ่งของ. ระยะการบรรทุกสิ่งของที่อยู่ไกล มีความเร็วในการเดินสูงจะใช้พลังงานมากขึ้น ปัจจัยนี้สัมพันธ์กับน้ำหนักของวัตถุ กล่าวคือ หากวัตถุมีน้ำหนักมาก ระยะทางที่บรรทุกได้ และความเร็วในการเดินจะลดลง
แรงกดระหว่างวัตถุกับร่างกาย ตัวอย่างเช่น การถือสิ่งของจะมีแรงกดที่บริเวณคานประตู หรือสะพายเป้สะพายด้านหน้าจะทำให้หายใจไม่ออก
7. คูลลิ่ง เช่น การแบกเป้นานๆ จะขัดขวางความเย็นโดยผิวหนังด้านหลัง
8. จับหรือจับที่จับสบายและมั่นคง จะช่วยรับน้ำหนักได้มากขึ้นประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์

8 ข้อแนะนำทั่วไปในการพกพาสิ่งของ
– เลือกประเภทการบรรทุกที่เหมาะสมกับงาน เช่น ถือกระสอบข้าว ควรสะพายไหล่เพราะสามารถวางกระสอบลงพื้นได้ง่าย
– การบรรทุกสิ่งของแม้บนถนนเรียบจะใช้พลังงานมาก หากงานส่วนใหญ่ที่ต้องแบกรับต้องกินอาหารที่ให้พลังงานสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพยายามนอนหลับพักผ่อนในช่วงพักเพื่อช่วยลดแรงกดบนกระดูกสันหลังและลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
– ห้ามพกของที่หนักเกินไป ปัจจุบันกระทรวงแรงงานได้ออกกฎกระทรวงอัตราน้ำหนักที่นายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างทำงาน ยก บรรทุก บรรทุก บรรทุก ลาก ลาก หรือผลักสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่เกิน 55 กิโลกรัมสำหรับผู้ชาย และ 25 กิโลกรัมสำหรับคนไทย ผู้หญิง
– ควรถือสิ่งของให้ใกล้ที่สุดเพื่อใช้พลังงานน้อยที่สุดในการทรงตัว
– ขณะถือ ควรขยับมือและขาได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินไม่ควรให้วัตถุที่ถือมาขัดขวางการเดิน เช่น การถือสิ่งของไว้ข้างหน้าด้วยมือทั้งสองข้างจะทำให้เดินลำบาก
– บริเวณที่รับแรงกดจากตลับลูกปืนควรใช้วัสดุที่อ่อนนุ่ม เช่น บริเวณคอหรือไหล่ควรหาผ้าหรือวัสดุที่อ่อนนุ่มรองรับ เพื่อป้องกันความดัน
– ในการบรรทุกสิ่งของในระยะทางไกลโดยเฉพาะการใช้เป้สะพาย ควรมีการพักเป็นระยะๆ เพื่อให้แผ่นหลังเย็นลงและลดแรงกดบนบริเวณไหล่
– การถือกล่องควรมีที่จับด้านข้างกล่องที่มั่นคง

สามารถมองเห็นการบรรทุกสิ่งของได้อย่างปลอดภัย วัตถุต้องไม่หนักเกินไป ควรเลือกวิธีการพกพาที่เหมาะสม พกติดตัวไว้ใกล้ตัวที่สุด การถือสิ่งของไม่ควรกีดขวางการใช้มือหรือการเดิน ระวังพื้นลื่นทางลาดและบันได เพราะขณะบรรทุกจะไม่ค่อยสมดุล คนงานที่ทำงานแบกหามทั้งวัน คุณควรกินอาหารที่มีพลังงานสูง และดื่มน้ำให้เพียงพอ มากเท่าที่คุณจะปลอดภัยจากการบาดเจ็บจากการพกพา

.
ที่มาข้อมูล