in

แนะวิธีทำแผลอย่างถูกวิธีให้ลูกน้อย เพื่อช่วยสมานผิวได้อย่างปลอดภัย

แนะวิธีทำแผลอย่างถูกวิธีให้ลูกน้อย เพื่อช่วยสมานผิวได้อย่างปลอดภัย

คำแนะนำวิธีการรักษาบาดแผลให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยสมานผิวอย่างปลอดภัย

เพราะวัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้โดยเฉพาะเด็ก ทุกวันนี้มีกิจกรรมในร่มและกลางแจ้งให้ทำมากมาย ผู้ปกครองควรสนับสนุนและสังเกตความสนใจของพวกเขา ก็ควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

โดยเฉพาะเด็กที่ชอบออกกำลังกาย ทำกิจกรรมแนวผจญภัยหรือเป็นเด็กกลางแจ้ง ยิ่งเรียนยิ่งสนุก ยิ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง เช่น หกล้มและฟกช้ำ ถูกแทงด้วยของมีคมหรือถูกแมลงหรือสัตว์กัด

อาการบาดเจ็บเหล่านี้ หากรักษาแต่เนิ่นๆ และเหมาะสม บาดแผลจะหายเร็วขึ้น และเด็กๆ สามารถกลับไปเรียนนอกห้องเรียนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เรามาดูลักษณะของบาดแผลที่มักเกิดขึ้นในเด็กกันดีกว่า และวิธีทำแผลที่ดีต่อผิวที่บอบบางของตน

แผลชนิดต่างๆ ที่มักพบในเด็ก

  • รอยถลอก: เป็นเรื่องปกติและง่ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น แม้แต่การขีดข่วนก็ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น แต่มักจะเปื้อนจึงมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • คมตัด: มักจะทำให้หลอดเลือดเสียหายได้ ถ้าแผลเล็กๆ รักษาได้เอง แต่ถ้าเป็นแผลลึกควรไปพบแพทย์ทันที
  • บาดแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อย: มักมีอาการปวด บวม แดง หรือมีอาการคัน ถ้าเป็นแมลงที่ไม่มีพิษอย่างมดก็รักษาได้โดยการใช้ยา หรือถ้าถูกผึ้งต่อยก็ควรเอาเหล็กไนออกโดยเร็วที่สุด หากเป็นแมลงมีพิษที่ไม่รู้จักหรือถูกสัตว์กัดต่อย ต้องให้แพทย์ตรวจเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • แผลพุพอง: เกิดจากการที่ผิวหนังมีการเสียดสีมากเกินไป จนเกิดเป็นพุพองและแตกออกจากเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ

วิธีการสมานแผลเบื้องต้น

  1. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผล ถ้าแผลสกปรกมาก ควรให้น้ำไหลผ่านเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออกให้หมด เช่น สิ่งสกปรก โคลน เศษเล็กเศษน้อย ฝังไว้ใต้ผิวหนังเมื่อปิดแผล
  2. ถ้าแผลเกิดจากของมีคมที่ทำให้เลือดออก กดแผลให้ห้ามเลือดก่อนทำความสะอาดแผล

  1. ทาครีมฆ่าเชื้อที่ช่วยสมานผิวรอบ ๆ บาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรทาจากแผลจนกว่าแผลจะหายสนิท
  2. ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ หรือพลาสเตอร์ยาที่มีขนาดเหมาะสมกับแผล หรือจะเลือกไม่ปิดแผลก็ได้ เพื่อให้แผลโดนอากาศไม่อับชื้น

การเลือกครีมฆ่าเชื้อ ควรเลือกชนิดที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เป็นครีมที่ทาง่ายและล้างออกง่าย ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ และในส่วนผสมของครีมก็ควรจะมี คลอเฮกซิดีน ไดไฮโดรคลอไรด์ ที่มีคุณสมบัติช่วยทำลายเชื้อโรคในผิวหนังที่อาจพบในแผลได้โดยไม่ไหม้

นอกจากนี้ควรมีส่วนผสมของ Dexpanthenol หรือโปรวิตามิน B5 ที่จะแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังช่วยเร่งกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อและรักษาบาดแผลตามธรรมชาติ แผลสมานได้เร็วและผิวหนังไม่อักเสบและระคายเคือง

แค่รู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และดูแลลูกน้อยทุกย่างก้าว โดยครั้งนี้แผลกลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ความเจ็บปวดสามารถรักษาให้หายได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างประสบการณ์ชีวิตในตัวเอง

อ้างอิง

https://bit.ly/2I19xXe

L.TH.MKT.12.2020.1883

[Advertorial]

.
ที่มาข้อมูล