in

แซมอี (SAM-e)


เหมือนกัน)

SAM-e (S-อะดีโนซิลเมไทโอนีน) SAM E เป็นโมเลกุลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของร่างกาย และเป็นสารที่สามารถสังเคราะห์ได้ในห้องปฏิบัติการ เชื่อกันว่าสามารถใช้ทดแทนได้ในการรักษาหรือบรรเทาปัญหาสุขภาพ เช่น โรคซึมเศร้า โรคข้อเข่าเสื่อม หรือโรคตับ SAM-e ช่วยในการสร้าง กระตุ้น และย่อยสลายสารเคมีในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน โปรตีน และยาบางชนิด

มันยังใช้สำหรับโรควิตกกังวล ปวดหลัง fibromyalgia อย่างไรก็ตาม โรคไฟโบรมัยอัลเจียและโรคอื่นๆ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะสนับสนุนประสิทธิภาพและความปลอดภัยในด้านต่างๆ เหล่านี้

แซม

เกี่ยวกับยา SAM-e

กลุ่มยา อาหารเสริม
ประเภทยา ซื้อเอง
คุณสมบัติ รักษาและบรรเทาอาการจากภาวะซึมเศร้า โรคข้อเข่าเสื่อม หรือโรคตับ
กลุ่มผู้ป่วย ผู้ใหญ่
แบบฟอร์มการให้ยา ยารับประทาน
การใช้ยาในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีการระบุหมวดหมู่ SAM-e สำหรับใช้ในสตรีมีครรภ์ สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรควรใช้สารนี้ภายใต้คำแนะนำที่เข้มงวดของแพทย์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ หรืออาจผ่านน้ำนมแม่และก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกได้

ข้อควรระวังในการรับประทาน SAM-e

เพื่อความปลอดภัยของการใช้ SAM-e ผู้ป่วยควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่าง

  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หากมีประวัติแพ้สารหรือส่วนประกอบของสารนี้ รวมทั้งยาและสารอื่นๆ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาหรือผลข้างเคียงอื่นๆ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากผู้ป่วยกำลังใช้ยา วิตามิน หรือสมุนไพรอยู่ เนื่องจากยาอาจมีปฏิกิริยากับสารนี้ทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือประสิทธิภาพลดลง
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคสองขั้ว โรคพาร์กินสันและโรคเบาหวาน เพราะจะทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงหรือเป็นอันตรายได้
  • ผู้ป่วยไม่ควรรับประทาน SAM-e หากกำลังรับประทาน MAOI antidepressant (MAOI) ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา เนื่องจากอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นอันตราย เช่น isocarboxycid Isocarboxazid, Linezolid, Methylene Blue, Phenelzine, Rasagiline, Selegiline Tranylcypromine (Tranylcypromine) เป็นต้น
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยาซึมเศร้าตามใบสั่งแพทย์ไม่ควรใช้ SAM-e
  • ห้ามรับประทานอาหารเสริมนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดหรืองานทันตกรรม เนื่องจากอาจส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
  • มีอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารเสริม บางยี่ห้ออาจมีโลหะหนักปนเปื้อนหรือยาอื่นๆ และปัจจุบันยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ดังนั้นคุณควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนซื้อ โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือของทั้งผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวคุณเองให้มากที่สุด
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ หรืออาจผ่านน้ำนมแม่และก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกได้

การจราจร SAM-e

โดยทั่วไป SAM-e ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจแตกต่างกันไปตามสูตร ปริมาณ ปริมาณ และระยะเวลาในการใช้ ผู้ใช้ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ จะมีตัวอย่างปริมาณสารที่ใช้ดังนี้

รักษาและบรรเทาภาวะซึมเศร้า

ตัวอย่างการใช้ SAM-e ในการรักษาและบรรเทาทุกข์ภาวะซึมเศร้า

ผู้ใหญ่ รับประทานสาร 200-1,600 มก./วัน

รักษาและบรรเทาโรคข้อเข่าเสื่อม

ตัวอย่างการใช้ SAM-e ในการรักษาและบรรเทาทุกข์โรคข้อเข่าเสื่อม

ผู้ใหญ่ สามารถเลือกทานได้ดังนี้

  • เริ่มรับประทานสารในปริมาณ 1,200 มก./วัน จากนั้นให้รับประทานในขนาด 400 มิลลิกรัม
  • 600–1200 มก. แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง/วัน

รักษาและบรรเทาโรคตับ

ตัวอย่างการใช้ SAM-e รักษาและบรรเทาโรคตับ

ผู้ใหญ่ ปริมาณรับประทาน 800–1000 มก./วัน

ใช้ SAM-e

ต่อไปนี้คือวิธีใช้ SAM-e เพื่อความปลอดภัย:

  • ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเคร่งครัดตามฉลากและตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ ห้ามใช้เกินปริมาณที่ระบุไว้บนฉลาก หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากผู้ป่วยรับประทาน SAM-e และอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
  • หากผู้ป่วยลืมใช้ SAM-e ใกล้เวลาของรอบถัดไป ให้ข้ามไปใช้สารในเวลาปกติ อย่าเพิ่มปริมาณของสารสองครั้ง
  • หากผู้ป่วยใช้เกินปริมาณที่กำหนด ควรไปพบแพทย์ทันที
  • เก็บสารไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรเก็บในที่ที่มีความร้อนและความชื้น

ผลข้างเคียงจากการใช้ SAM-e

โดยทั่วไปแล้ว การรับประทาน SAME โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณมากอาจทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ รู้สึกวิตกกังวลหรือวิตกกังวล อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง ท้องผูก ก๊าซในกระเพาะอาหาร ปากแห้ง เหงื่อออกมากขึ้น หรือมีปัญหาในการนอนหลับ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

ในกรณีที่มีสัญญาณของแพ้ยา คุณอาจสังเกตเห็นอาการต่างๆ เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก และบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นและลำคอ คุณควรไปพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาจมีผลข้างเคียงหรือความผิดปกติอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น หรือไม่แสดงอาการใดๆ เลย หากอาการยังคงอยู่หรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด

.



ขอบคุณข้อมูลจาก pobpad.com