in

เห่อ… ยาใหม่

เห่อ… ยาใหม่

เรื่องของสิ่งใหม่นี้คนไทยเราไม่แพ้ใคร ถ้ามีอะไรใหม่ มาดูเลย แม้แต่ยาตัวใหม่ หมอและผู้ป่วยเหมือนกันมากมาย

โปรดจำไว้ว่า ยาเป็นสารเคมีที่ส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพ มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอื่นๆ การใช้ยาไม่ว่าจะเป็นยาเก่า (ไม่ใช่ยาเก่า) แต่หมายถึงยารุ่นแรก) หรือแม้แต่ยารุ่นใหม่ๆ ที่พัฒนาแล้วต้องใช้ดุลพินิจที่ดี

การใช้ยาทุกชนิดอย่างน้อยคุณต้องรู้ทั้งข้อดีและข้อเสีย ยิ่งคุณรู้รายละเอียดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี (โดยเฉพาะแพทย์) เช่น การรู้องค์ประกอบของยา กลไกการออกฤทธิ์ การดูดซึม การกระจายไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย การสลายและการขับถ่ายออกจากร่างกาย ผลข้างเคียงของยา ปฏิกิริยาระหว่างยากับสารอาหารหรือยาอื่นๆ ถ้ารู้ราคายาจะยิ่งดี บางครั้งอาจจำเป็นต้องรู้การผลิตในเชิงลึกตั้งแต่เหตุผลในการผลิตจนถึงกระบวนการผลิต

ที่รู้ลึกคือเพราะมียาตัวใหม่ มีเหตุผลหลายประการสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์มากกว่าผลประโยชน์ทางการแพทย์ ถ้าไม่รู้ทันก็ไม่คุ้ม

จำไว้ “ของใหม่ไม่จำเป็นต้องดีกว่าของเก่าเสมอไป”
ยกตัวอย่างเช่น กรณีของคนที่ใช้ “รถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่รถยนต์ ถ้าเทียบประสิทธิภาพและฟีเจอร์บางอย่างได้ดี บางทีของใหม่ก็สู้ของเก่าไม่ได้ก็ “สวยแต่รูปจูบไม่หอม” นั่นแหละ รถเก่าบางคันทนทานแต่ตลาดไม่เดิน ในขณะที่รถใหม่บางคันสวยพังเร็วตลาดไปได้ดีทำให้ผู้ผลิตมีกำไรมาก

นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ดี แต่ให้แน่ใจว่าของใหม่ที่ผลิตขึ้นนั้นยังคงความดีของของเก่าเอาไว้ ดังนั้นจะถือว่าเป็นของใหม่ที่ดีจริงๆ ยาก็เช่นกัน หลายคู่ขนานกันถูกคิดค้นและผลิตขึ้นมาทดแทนยาตัวเก่า ด้วยเหตุผลที่ว่า “ตลาดไม่เดิน” ซึ่งอาจเกิดจากการมีคู่แข่งจำนวนมาก หมดลิขสิทธิ์ ผลิตมานานจนดูน่าเบื่อ เป็นต้น

สรุปคือเมื่อขายไม่ดีราคาขายไม่ได้ก็ต้องหาวิธีผลิตยาใหม่ๆ กระตุ้นตลาด และมีค่อนข้างน้อยที่ใช้วิธีการง่ายๆ คือการดัดแปลงของเก่าเล็กน้อยและจดลิขสิทธิ์ใหม่ ขายราคาใหม่แพงกว่า ถึงแม้คุณสมบัติจะไม่ต่างจากเดิมมากนัก เหมือนไวน์เก่าในขวดใหม่ หากไม่ฉลาดซื้อแล้วไม่ได้ใช้ก็จะเสียเงินมากกว่าที่จำเป็น

ทางที่แย่กว่านั้น (ผู้เขียนชอบเรียกมันว่าแรงๆ ว่าวิธีชั่วร้าย) คือการทำลายยาเก่า เรียกได้ว่าทุบฝาโลงศพหรือเผาตลาดเก่าก็ได้ ขั้นตอนคือการหาจุดอ่อนหรือจุดอ่อนของยาเก่าแล้วเขย่าเหมือนยาพิษ เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ดีของยา (ตอนแรกทำไมผลิตและขายมาหลายปี) ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเหตุผลทางธุรกิจ เพราะยาบางตัวที่เคยขายเม็ดละ 50 บาท ราคาลดลงเหลือไม่ถึง 5 บาท หรือเคยขายเม็ดละ 5 บาท ลดลงเหลือไม่ถึงบาท จึงต้องเผา แล้วสร้างใหม่ที่สามารถกำหนดราคาใหม่ได้ ในขณะเดียวกันก็เพื่อบดขยี้คู่แข่งที่มีอยู่ซึ่งกำลังระดมกำลังให้ลดหรือเลิกผลิตยาเก่า หันไปซื้อใบอนุญาตยาใหม่หรือรอจนใบอนุญาตสิ้นอายุ

เรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อเตือนผู้ใช้ยาเป็นหลัก เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจยาที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะหมอที่สั่งยาต้องระวังให้มาก เพราะหากแพทย์สั่งยาใด ๆ ผู้ใช้คือผู้ป่วยที่จำเป็นต้องทานยานั้น จะดีจะร้ายจะคุ้มหรือไม่ บางครั้งการต้องจ่ายค่ายาที่แพงเกินความจำเป็นก็เหมือนกับการชกต่อย

สำหรับตัวผู้ป่วยเองมีสิทธิสอบถามเกี่ยวกับยาที่จะให้ โดยเฉพาะเวลาที่หมอเปลี่ยนยาหรือบอกว่ายาใหม่ดีกว่า เลยถามว่าดีขึ้นยังไง ราคาแพงกว่ามากไหม? มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่าหรือไม่? และที่สำคัญหมอเองต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้

.
ที่มาข้อมูล