in

เหือดแห้ง

เหือดแห้ง

ความแตกต่างของความรักมีหลายรูปแบบ ทั้งรักต่างวัย รักต่างสถานะ รักต่างศาสนา หรือแม้แต่รักต่างเชื้อชาติ

บางครั้งความแตกต่างที่กล่าวมาข้างต้นอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับคู่รักทั้งสอง แต่ทุกอย่างเป็นไปตามความจริงของโลก เมื่อมีด้านดี ย่อมมีด้านเสียเสมอ

ชีวิตแต่งงานของอาริส หญิงชาวเยอรมันวัย 32 ปี ที่ป้าหมออยากเล่าให้ผู้อ่านฟัง เพื่อปรับหลุมดำในชีวิตให้เข้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง

อาริสเข้ารับการรักษากับป้าหมอเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว เพราะเครียด นอนไม่หลับ และฟุ้งซ่าน

เรื่องราวชีวิตอันขมขื่นของคุณอริส มันเริ่มต้นเมื่อเธอตัดสินใจจากพ่อแม่ของเธอในเยอรมนี เดินทางไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศที่เสรีภาพและความเหงาอยู่ในอากาศ

การอยู่คนเดียวและต้องผ่านความเครียดจากการเรียนทำให้รู้สึกเหงา ซึ่งเป็นช่วงที่เธอได้มีโอกาสพบกับพิทักษ์ เช่นเดียวกับเธอ ผู้ชายไทยที่เดินทางมาไกลจากบ้านมาหางานทำที่นี่ เมื่อความเหงาเป็นสื่อกลาง เธอและเขาคุ้นเคยกันมากขึ้นเรื่อยๆ

“เขามีเสน่ห์ตามแบบฉบับของชายหนุ่มชาวไทย เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี และที่สำคัญเขายังทำอาหารอร่อยอีกด้วย แม้ว่าภาษาอังกฤษของเขาจะไม่ค่อยดีนัก แต่เราสามารถสื่อสารได้อย่างเข้าใจ” คุณอริสเล่าให้ป้าหมอฟังด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ริมฝีปากเต็มไปด้วยภาพ

คุณอริสก้มลงมองรูปชายไทยในกระเป๋าสตางค์ของเขา ก่อนจะไปต่อว่า “อาริสตกหลุมรักเขาเกือบจะในทันที เราตัดสินใจย้ายไปอพาร์ตเมนต์เดียวกัน พิทักษ์ดูแลอาริสเป็นอย่างดี เขาไม่ต้องการให้อาริสทำงานบ้าน อาหารที่เขาทำกิน บางครั้งฉันก็ทำอาหารไทยด้วย

เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน อาริสจะเรียน ส่วนพิทักษ์จะทำงานในร้านอาหารไทย เขาบอกว่าสถานภาพของเขาในประเทศไทยไม่ค่อยดีนัก เขามาทำงานที่อเมริกา แล้วส่งเงินกลับไปบ้านคนจน เหมือนเขาตกหลุมรักผู้หญิงต่างชาติที่ตัวใหญ่เท่าอริส เหมือนฝันของเขาเลย”
??
ความสุขมักอยู่กับมนุษย์ได้ไม่นาน….ความรักของอริสกับพิทักษ์มาถึงบททดสอบครั้งสำคัญแล้ว เพราะอริสเผลอท้อง

“ปารีสบอกเขาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เขามีสีหน้าไม่พอใจ และบอกให้อาริสทำแท้ง แต่อริสรักคุณและไม่อยากให้เขาตายเพราะความผิดพลาดของเรา” เมื่อมาถึงจุดนี้ Aris ก็มองไปยังเด็กสาวผมสีน้ำตาลนั่งอยู่หน้าห้องสอบ และกล่าวต่อไปว่า “ภัคทักบอกให้อริสกลับไทยด้วย เพราะที่นี่ค่าครองชีพสูง เลี้ยงลูกในไทยน่าจะถูกกว่า”

คุณอริสและคุณพิทักษ์ย้ายกลับประเทศไทย และเช่าอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ด้วยกัน โดยทั้งสองได้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อไม่ให้สมาชิกในครอบครัวต้องกังวล

คุณอริสบอกป้าหมอว่า “ภัคทักษ์บอกว่าเราทั้งคู่ต้องทำงาน เพราะถ้าเขาทำคนเดียว เงินที่หามาได้จะไม่เพียงพอกับค่าเช่าห้องและค่าเลี้ยงดูบุตร นอกจากอริสจะต้องทำงาน คุณต้องเรียนภาษาไทยเพื่อคุณด้วย” ความสะดวกในชีวิตประจำวัน ใช้เวลานานมาก จึงจะพูดคล่องได้

อาริสได้งานที่บริษัทลงทุนต่างประเทศ ผู้บริหารก็เป็นชาวเยอรมันด้วย เขาจึงเห็นใจ Aris ในการทำงาน ยาม เขาได้งานเป็นพนักงานขายในบริษัทเล็กๆ เงินเดือนที่เราหามาได้ หลังจากหักค่าเช่าห้องกินข้าวแล้วพอจะมีเงินเก็บให้น้องๆ ที่กำลังจะเกิด”
??
ไม่นานหลังจากพยานรักได้ออกมาดูโลก ลูกผู้หญิงเชื้อสายไทย-เยอรมัน ซึ่งตอนนี้คือ “น้องจีน” วัย 4 ขวบ เล่นซนหน้าห้องตรวจป้าหมอ

น้องจีนเปรียบเสมือนโชคดีของคุณอริส หลังจากซิสเตอร์จีนเกิดได้ไม่นาน อาริส ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงิน เงินเดือนเกือบสองเท่า

“เมื่อพิทักษ์ได้ยินข่าวขึ้นเงินเดือน เขาขอลาออกจากงานก็บอกว่าเงินเดือนน้อย ไม่คุ้มกับความเหน็ดเหนื่อย เขาจะอยู่บ้านเลี้ยงลูก ให้อริสออกไปทำงานคนเดียว

เขาใช้เวลาไม่นานในการดูแลเด็ก เขาขอให้อาริสซื้อรถเพื่อขับ เขาให้เหตุผลว่าสำหรับเด็กที่ป่วยจะได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลอริสก็ไม่ว่ากัน เรารักคุณแล้ว

รถที่เขาขอเงินซื้อ เป็นรถยุโรปราคาเกือบสองล้าน เขาบอกว่าเงินเดือนของอาริสนั้นจ่ายง่าย
พอได้รถแล้วหายออกจากบ้าน บ่อยครั้งในตอนกลางคืน กลับมาเกือบเช้า และบางวันก็กลับมาเมา ซักพักฉันก็ไม่ได้กลับบ้านเลย ความดีทั้งหมดที่เขาแสดงไว้ที่ไหนเมื่อเขาอยู่ในความสัมพันธ์ใหม่”

??
อาริสหยุดพูด ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าปาดน้ำตา “เย็นวันหนึ่งอริสกลับจากทำงานตามปกติ แต่พบว่าประตูบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ สามีไม่อยู่ รถหาย อาริสตกใจมาก แต่ใจกลับคิดถึงแต่ลูก รีบๆ มาเห็นลิตเติ้ล ฌองนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง ถือจดหมายของพ่อเธอ”
??
ทันทีที่นายอริสอ่านจดหมายของสามีอ่านจบ ร่างของเธอก็ถูกตรึงไว้กับผนังที่เย็นเฉียบ จดหมายตกลงจากมือที่สั่นเทาลงบนพื้น เผยให้เห็นข้อความจากชายที่เธอรัก: “ฉันเป็นหนี้พนันฟุตบอล ฉันต้องวิ่ง คุณดูแลตัวเองและลูกด้วย ฉันขอโทษ”

หลังจากนั้น…อริสพยายามตามหาสามีในทุกวิถีทาง แต่ไม่พบแม้แต่เงา การเงินที่เคยคล่องตัวก็เริ่มถดถอย เธอเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ฟุ้งซ่าน เห็นภาพหลอน จนในที่สุดเพื่อนที่ทำงานแนะนำให้เธอไปพบแพทย์ป้า

คุณอริสบอกป้าหมอว่าไม่อยากอยู่เมืองไทยแล้ว ฉันต้องการพาลูกสาวกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่เยอรมนี แต่กลัวพ่อแม่จะรับไม่ได้ว่ากลับมาพร้อมเงื่อนไขนี้

น้าหมอจึงแนะนำให้คุณอาริส ลองปรึกษากับฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการย้ายสาขาไปต่างประเทศ พร้อมทั้งจัดให้มีการย้ายโรงเรียนให้ลูกสาว ส่วนผู้ปกครอง หมอเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะคนเป็นพ่อกับแม่ ลูกจะมีพฤติกรรมอย่างไร? ความรักและความห่วงใยจะไม่ลดลง

หลายเดือนผ่านไป…ขณะที่ป้าหมอนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องตรวจ มีเสียงเคาะประตู แล้วอริสก็เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับพี่จีนก่อน ทั้งสองจะยกมือทักทายป้าหมอ ด้วยท่าทางที่สวยกว่าคนไทยบางคน

อาริสมองขึ้นไปที่ป้าหมอ และพูดด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ว่า “อริสตัดสินใจแล้ว เราทั้งคู่กำลังจะไปเยอรมนี ส่วนงานของอริสโชคดีที่สามารถย้ายงานไปเยอรมนีได้ วันนี้คืออริสมาลา”
??
อาริสหันกลับมา พร้อมเดินจูงมือน้องจีนโบกมือให้ป้าหมอบอกลา

ชีวิตคุณอริสดูเหมือนจะเป็นตัวแทนของความล้มเหลวของชีวิตแต่งงาน ซึ่งแสดงถึงความผิดพลาดของคนสองคน ความสัมพันธ์ใหม่ ความรักจะบดบังดวงตาทำให้มองไม่เห็นถึงข้อเสียของอีกฝ่าย มองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างกัน หลังจากวันที่ยาวนาน ความรักที่เคยดื่มได้จางหายไป เหมือนแม่น้ำในฤดูแล้งที่เหือดแห้งไปจนเห็นเนินทรายแตกระแหง

น้าหมอขอแนะนำทุกคนที่กำลังมีความรัก ใช้สติร่วมกับใจ ถ้าไม่อยากลงเอยแบบอาริส…
สวัสดี

.
ที่มาข้อมูล