in

เลี้ยงลูกวัยรุ่นอย่างไรโดยไม่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว


พ่อแม่หลายคนคิดว่าการดูแลลูกในทุกเรื่องจะทำให้ครอบครัวเข้าใจและผูกพันกัน แต่การดูแลมากเกินไปอาจรบกวนและบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของลูกคุณได้ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มีความมั่นใจในตนเองสูงและเริ่มต้องการอิสระจากครอบครัว ทำให้เด็กไม่มีโอกาสตัดสินใจและใช้ชีวิตของตนเอง

แม้แต่วัยรุ่นก็ต้องการพื้นที่ของตัวเองเพื่อใช้เวลาคิดและทำสิ่งที่พวกเขารัก แต่ในขณะเดียวกันพวกเขายังต้องการการดูแลและการสนับสนุนจากผู้ปกครองในบางเรื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กโตขึ้น พวกเขาอาจไม่พูดหรือแสดงความต้องการของตน ผู้ปกครองจำนวนมากไม่ทราบวิธีการดูแลลูกอย่างเหมาะสมโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

พื้นที่ส่วนตัวสำคัญแค่ไหน?

การมีพื้นที่ส่วนตัวหมายถึงการกำหนดขอบเขตของคุณเองและรักษาระยะห่างจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างทางกายและทางอารมณ์ เช่น วัยรุ่นมักใช้เวลาของตัวเองในห้องนอน และต้องการอิสระในการคิดและตัดสินใจด้วยตนเอง และจะรู้สึกไม่สบายใจหากผู้ปกครองเข้ามาแทรกแซง ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อเด็กเริ่มเข้าวัยรุ่น

อย่างไรก็ตาม แต่ละครอบครัวอาจจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ส่วนตัวแตกต่างกัน ในการศึกษาหนึ่ง แบบแผนครอบครัวแบ่งตามลักษณะของความใกล้ชิดในครอบครัวดังนี้

  • Family Cohesion หมายถึง ครอบครัวที่ให้ความรัก ความอบอุ่น และการดูแลซึ่งกันและกันโดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัว การฟังและเคารพความต้องการของสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเป็นความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
  • Family Enmeshment เป็นครอบครัวที่ไม่มีขอบเขตที่แน่นอน และไม่สนใจความเป็นส่วนตัว พ่อแม่มักมาควบคุมชีวิตลูก เช่น ต้องการรู้ทุกอย่างในชีวิตลูก ตั้งตัวเอง ไม่ส่งเสริมให้เด็กทำในสิ่งที่อยากทำ และบางครั้งอาจคาดหวังให้ลูกต้องพึ่งพาการดูแลและความรับผิดชอบของครอบครัว

หากพ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยการควบคุมและควบคุมชีวิตมากเกินไป อาจทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดที่ไม่ได้เป็นตัวเองเพราะต้องตามใจพ่อแม่โดยไม่มีสิทธิ์เลือกทำตามความต้องการของตัวเอง เด็กที่โตมาในครอบครัวที่ไม่เคารพพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันอาจจะขาดการเผชิญปัญหามากกว่า ทักษะ ขาดความมั่นใจคุณค่าในตัวเอง และกลัวการถูกทอดทิ้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตและความสัมพันธ์กับผู้อื่นในอนาคต

เทคนิคการเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจและให้พื้นที่ส่วนตัว

การให้พื้นที่ส่วนตัวแก่บุตรหลานของคุณอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางครอบครัว เพราะพ่อแม่บางคนมักจะคิดว่าเป็นหน้าที่ดูแลพฤติกรรมของลูก แต่พ่อแม่ต้องไม่ลืมว่าการให้ความเป็นส่วนตัวและการอนุญาตให้ลูกตัดสินใจด้วยตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยให้วัยรุ่นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้

  • อย่าใส่กรอบและกำหนดทุกอย่างในชีวิตของลูก ยังเป็นความคิดที่ดีที่จะหารือเกี่ยวกับขอบเขตของความเป็นส่วนตัวของครอบครัว ตัวอย่างเช่น หนึ่งวันอาจถูกแบ่งระหว่างเวลาส่วนตัวกับทั้งครอบครัวสองถึงสามชั่วโมง และในเวลาเดียวกันอาจกำหนดไว้สำหรับกิจกรรมของครอบครัว เช่น กินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน เป็นต้น
  • ให้อิสระกับตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวของคุณเมื่อลูกของคุณเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เช่น ไม่เข้าไปในห้องนอนของลูก และห้ามเปิดอ่านข้อความ อีเมล หรือดูโทรศัพท์มือถือของบุตรหลานโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ให้บุตรหลานของคุณใช้เวลาส่วนตัวกับเพื่อนหลังเลิกเรียนหรือในวันหยุด โดยให้เด็กๆ บอกผู้ปกครองถึงสถานที่และเวลาที่แน่นอนในการกลับบ้านก่อนออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทุกครั้ง
  • สังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานในการใช้เวลาดูโทรทัศน์และการใช้โซเชียลมีเดีย เพราะบางครั้งพวกเขาอาจได้รับข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และควรตั้งเวลาดูทีวีและท่องอินเทอร์เน็ตในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้ลูกของคุณใช้เวลากับหน้าจอเหล่านี้มากเกินไป
  • คุณไม่ควรคาดหวังหรือบังคับลูกให้บอกครอบครัวของคุณเกี่ยวกับทุกสิ่ง พวกเขาอาจใช้การสังเกตพฤติกรรมของลูกแทน หากลูกของคุณดูอึดอัดหรือวิตกกังวลแต่ไม่ได้พูดออกมาดังๆ ผู้ปกครองอาจสอบถามสาเหตุและให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา สิ่งนี้จะทำให้ลูกของคุณรู้สึกได้รับการดูแลโดยไม่ถูกบังคับ
  • สอนลูกของคุณให้จัดการกับปัญหาและเรียนรู้วิธีจัดการกับมันความผิดหวังเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นที่ต้องการในตัวเอง

การดูแลลูกในวัยแรกรุ่นอาจเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่หลายคน เพราะวัยรุ่นมักจะเชื่อในความคิดของตัวเองและไม่หวังพึ่งพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อน พ่อแม่ควรเปลี่ยนวิธีดูแลลูกจากการวางกรอบและควบคุมชีวิตตนเอง มันถูกหล่อเลี้ยงด้วยความไว้วางใจ ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่บุตรหลานของคุณ ฟังและพูดคุยกับลูกของคุณอย่างมีเหตุผล สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกของคุณรู้สึกสบายใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

หากลูกของคุณมีนิสัยหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ความโกรธ ความก้าวร้าว อย่าพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนฝูง คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

.



ขอบคุณข้อมูลจาก pobpad.com