in

เรื่องของคอ ปอด และภูมิแพ้

เรื่องของคอ ปอด และภูมิแพ้

เรื่องของคอ ปอด และภูมิแพ้

คอแดงกับทอนซิลอักเสบเหมือนกันหรือไม่ และปอดชื้นกับปอดบวมเหมือนกันมั้ยคะ

ผู้ถาม ประภา/เชียงใหม่
ผู้ตอบ พญ.ฉวีวรรณ บุนนาค

ถาม
เวลาพาลูกไปตรวจ หมอมักจะบอกว่าเป็นคอแดง ไม่ทราบว่าเหมือนกับต่อมทอนซิลอักเสบหรือไม่ อย่างไร

ตอบ
เวลาที่คุณพาลูกไปตรวจ และหมอบอกว่าคอแดง หมายถึง คออักเสบธรรมดา มักจะเกิดร่วมกับไข้หวัด ซึ่งไม่เหมือนกับต่อมทอนซิลอักเสบ เพราะถ้าต่อมทอนซิลอักเสบจะมองเห็นได้ง่ายและชัดเจน เช่น ต่อมทอนซิลอาจจะโตมาก แดงจัด หรือมีจุดหนองหรือมีฝ้าคลุม หมอก็จะบอกได้เลยว่าต่อมทอนซิลอักเสบ

ถาม
คำว่า “ปอดชื้น” เหมือนกับ “ปอดบวม” หรือไม่

ตอบ
คำว่าปอดชื้นกับปอดบวม ในเด็กคิดว่าเหมือนกัน และคำที่ถูกต้องน่าจะใช้คำว่าปอดอักเสบมากกว่า

ถาม
เห็นเด็กคนหนึ่งเป็นปอดบวมแล้วหมอรักษาโดยการอบในตู้ ด้านนอกใส่น้ำแข็งเป็นก้อนใหญ่ๆ ไม่ทราบว่า การรักษาแบบนี้มีผลอย่างไร

ตอบ
การที่ต้องใส่น้ำแข็งเป็นก้อนใหญ่ไว้นอกตู้อบ ก็เพื่อช่วยลดความร้อนในตู้อบนั่นเอง การรักษาเด็กเล็กๆ ที่เป็นโรคปอดโดยการอบในตู้ ก็เพื่อช่วยควบคุมความชื้นและอุณหภูมิของอากาศที่เด็กหายใจ ให้พอเหมาะกับสภาพของปอดของเด็ก และช่วยให้ออกซิเจนด้วย

ถาม
เด็กอายุ 6 ปี หมอบอกว่าเป็นโรคภูมิแพ้แล้วฉีดวัคซีนให้ ในระยะแรกๆ ฉีดทุกสัปดาห์ ขณะนี้ห่างออกเป็นเดือนละ 1 เข็ม เป็นเวลา 1 ปี (ปัจจุบันเด็กอายุ 7 ปี) น้ำมูกก็ยังมีอยู่ตลอด ยิ่งอากาศเย็น ชื้น ฝนตก ก็จะมีมากขึ้น ไม่ทราบว่าการฉีดวัคซีนติดต่อกันนานๆ เช่นนี้มีอันตรายหรือไม่ และเด็กมีโอกาสหายขาดจากโรคนี้หรือไม่ ถ้าไม่หายจะมีอันตรายต่ออวัยวะส่วนอื่นเช่นโพรงจมูก ได้หรือไม่

ตอบ
การฉีดวัคซีนเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าในเด็กหรือผู้ใหญ่ยังไม่พบว่า มีอันตรายร้ายแรง ถ้าวัคซีนที่เลือกใช้นั้นถูกต้องตรงกับโรค ผู้ป่วยที่ฉีดต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 1 ปี มักจะมีอาการดีขึ้นมากกว่าครึ่ง แต่ต้องไม่ลืมที่จะพยายามกำจัดหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้ และระวังรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอด้วย ปัญหาที่สำคัญในเด็ก คือ มักพบมีการติดเชื้อร่วมด้วยได้บ่อย ทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ขอให้สังเกตน้ำมูกของเด็ก ถ้าน้ำมูกขุ่นข้นมีสีเหลืองหรือเขียว แสดงว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นไซนัสอักเสบก็ได้ ต้องรักษาโรคติดเชื้อร่วมไปด้วย เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ถ้ารักษาจริงจัง มักมีโอกาสหายได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ แต่ถ้าเลิกการระวังเกี่ยวกับสิ่งที่แพ้ และปล่อยปละละเลยเกี่ยวกับสุขภาพทั่วไปเมื่อใด ก็มีโอกาสที่จะกลับเป็นขึ้นอีกได้ และถ้าปล่อยให้เป็นเรื้อรังก็มีโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ริดสีดวงจมูก หรือเป็นหอบหืดตามมาได้

ที่มาข้อมูล