in

เมโทรไนดาโซล

เมโทรไนดาโซล

เมโทรไนดาโซล

 

 

เมื่อปี พ.ศ.2503 ได้มีการนำยานี้มาใช้เป็นครั้งแรกในการรักษาโรคติดเชื้อพยาธิ “ทริโคโมแนส” (เป็นสาเหตุของอาการตกขาวในเพศหญิงและอุจจาระร่วงเรื้อรัง ทั้งในชายและหญิง)
พ.ศ.2510 ได้มีผู้ทดลองใช้ยานี้รักษาโรคติดเชื้อพยาธิ “อะมีบา” (ทำให้เกิดโรคฝีบิดในตับ โรคบิดมีตัว และอาการตกขาว) ปรากฏว่าได้ผลดี สามปีต่อมา (2512) มีผู้ลองใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการดำรงชีพ (เกิดฝีหนองตามอวัยวะต่างๆตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เช่น ฝีในสมอง หนองใน ช่องหูส่วนกลาง โพรงหนองที่รากฟัน ฝีในปอด ฝีในท้อง ฯลฯ)

นับได้ว่าเป็นยาที่มีคุณประโยชน์มากหลายด้าน เป็นยาที่ปลอดภัยพอสมควรและราคาค่อนข้างถูก มีผู้ทำการดัดแปลงโครงสร้างเคมีบางอย่างของยาเมโทรไนดาโซลจนได้เป็นยาอนุพันธ์ในกลุ่มเดียวกันอีกคือ ยาไทไนดาโซล (tinidazole) และออร์ไนดาโซล (Ornidazole) ซึ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นและราคาก็แพงขึ้น

⇒ สรรพคุณ
1. ใช้รักษาโรคติดเชื้อจากพยาธิต่อไปนี้
– อะมีบา ไกอาร์เดีย ทริโคโมแนส

2. ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน
ในที่นี้จะขอแนะนำการใช้ยานี้เพื่อรักษาโรคที่พบบ่อย 2 ชนิดตามตาราง ส่วนโรคอื่นจะไม่ขอกล่าวถึงเพราะบางโรคพบน้อย บางโรคมีปัญหาในการวินิจฉัยและรักษา ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์จะดีกว่า

⇒ ผลเสีย
ยาเมโทรไนดาโซล นับว่าเป็นยาที่ปลอดภัยมากตัวหนึ่ง ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยานี้ ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร รู้สึกรสปร่าๆ ในปาก อาจเพลีย ปวดศีรษะบ้าง แต่อาการมักไม่รุนแรง และเมื่อหยุดกินอาการก็หายได้เอง


⇒ ข้อควรระวัง

– ไม่ควรดื่มเหล้า หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยานี้ เพราะจะทำให้แพ้สุราอย่างรุนแรงได้
– ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์เสียก่อน
– ถ้าจะใช้ในเด็กควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสียก่อน

⇒ ราคา
ชนิดเม็ดขนาด 200 หรือ 250 ม.ก. ราคาประมาณ เม็ดละ 1-3.50 บาท ถ้าขนาด 400 ม.ก. ราคาประมาณ เม็ดละ 2-5 บาท (ขึ้นกับชื่อการค้า)

⇒ ชื่อการค้า
ไคลออน (klion) ฟลาจิล (Flagyl) เมโทรซิล (Metrosil) เซอร์วิซอล (Servizol) แวกนา (vagna)

 

เชื้อต้นเหตุ

ลักษณะอาการสำคัญ

การรักษาด้วยยา*

เมโทรไนดาโซล

อะมีบา (Amoebid dysentery)

 

 

 

 

 

 

ทริโคโมแนส (Trichomonas vaginalis)

โรคบิดมีตัว

– อุจจาระเป็นมูกเลือด กลิ่นเหม็นคล้ายกุ้งเน่า ปวดเบ่งขณะที่ถ่าย มักไม่เกินวันละ 10 ครั้ง แม้ป่วยแต่ก็พอมีแรงทำงาน

ติดเชื้อที่ช่องคลอด

– ระคายเคืองและปวดในช่องคลอด

– ปวดท้องน้อย

– ปวดขณะร่วมเพศ

– ตกขาวเป็นน้ำสีเหลือง กลิ่นเหม็น ถ้าเป็นมากตกขาวเป็นฟอง สีออกเขียวจำนวนมากจนไหลออกมาจากปากช่องคลอด ทำให้คัน ชื้นและแสบรอบปากช่องคลอด

 

กินยาครั้งละ 2-4 เม็ด (เม็ดละ 200 ม.ก.) วันละ 3 เวลาติดต่อกัน 5 วัน

 

 

 

กินยาครั้งเดียว* 10 เม็ด (เม็ดละ 200 ม.ก.) หรือกินขนาดเม็ดละ 250 ม.ก. วันละ 3 เม็ดก่อนหรือหลังอาหารติดต่อกัน 7 วัน

หรือกินขนาดเม็ดละ 200 ม.ก.ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) ติดต่อกัน 5 วัน

*คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษานี้ใช้เฉพาะผู้ใหญ่หรือเด็กที่อายุเกิน 14 ปี
*กรณีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรใช้วิธีกินครั้งเดียวแล้วงดให้นมบุตรนาน 24 ชั่วโมงหลังกินยา

 

ที่มาข้อมูล