in

เมื่อใดที่ไม่ควรออกกำลังกาย

เมื่อใดที่ไม่ควรออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะทำให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะประทับใจกับข้อเท็จจริงนี้ บางคนบอกว่าการออกกำลังกายก็เหมือนยา เพราะถ้าฝึกจนเป็นกิจวัตรหรือเป็นนิสัย ถ้าไม่ออกกำลังกายสักวันก็ไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร ซึ่งเป็นความจริง (เพราะร่างกายไม่หลั่งความสุข ‘Enderfins’ ออกมา)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกกำลังกายจะส่งผลดีมากมายต่อสุขภาพร่างกาย แต่มีบางกรณีที่เราควรระมัดระวัง หรืองดออกกำลังกายชั่วคราว ในเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
1. ความเจ็บป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีไข้หรืออักเสบในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
2. หลังจากไข้ขึ้นใหม่จนร่างกายหมดแรง หากออกกำลังกายในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายเมื่อยล้าและฟื้นตัวช้า
3.หลังรับประทานอาหารใหม่ครบมื้อ เพราะเลือดในระบบไหลเวียนเลือดจะถูกแบ่งเพื่อใช้ในการย่อยอาหาร ดังนั้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อในการออกกำลังกายจึงลดลง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นตะคริวง่าย
4. อากาศร้อนอบอ้าวมาก เพราะร่างกายจะสูญเสียเหงื่อและน้ำมากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายอ่อนแรง เหนื่อย หรือถึงกับเป็นลมได้ (สำหรับผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนนักกีฬา)

อาการที่บ่งบอกว่าควรหยุดออกกำลังกาย
ในบางกรณีที่ร่างกายอาจอ่อนแอลงชั่วคราว เช่น หลังจากท้องเสียและอดนอน การออกกำลังกายที่ปกติทำอาจหนักเกินไป ดังนั้นหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ แม้เพียงอาการเดียวหรือหลายอาการ การออกกำลังกายก็ควรหยุดทันที กล่าวคือ
1. รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ
2. หัวใจเต้นผิดจังหวะ
3. หายใจถี่หรือหายใจถี่
4. เวียนหัว
5. คลื่นไส้
6. เป็นลม
7. ชีพจรเร็วกว่า 140 ครั้งต่อนาที (ในผู้สูงอายุ) หรือ 160 ครั้งต่อนาที (ในคนหนุ่มสาว)

พึงระลึกไว้ว่า หากมีอาการเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ให้หยุดออกกำลังกายทันที และนั่งพักหรือนอนราบจนกว่าความเหนื่อยล้าจะหายไป และไม่ควรออกกำลังกายต่อไปจนกว่าจะพบแพทย์หรือจนกว่าร่างกายจะแข็งแรงตามปกติ

.
ที่มาข้อมูล