in

เพื่อรับมือกับโรคหัวใจและหลอดเลือด (๒)


เพื่อรับมือกับโรคหลอดเลือดหัวใจ (2)

พฤติกรรมเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ความรู้จากประเทศอุตสาหกรรมยืนยันว่าพฤติกรรมเสี่ยงมีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดส่วนใหญ่พฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญที่สุด 3 ประการ ได้แก่
1. สูบบุหรี่
ผู้ชายไทยเกือบครึ่งทุกวันนี้สูบบุหรี่ ในขณะที่ผู้หญิงเพียง 3% สูบบุหรี่ แนวโน้มพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคนไทย อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประมาทเพราะการสูบบุหรี่ในแต่ละปีมี การเสียชีวิตของคนไทยและเยาวชนมากถึง 42,000 คนกำลังถูกชักนำให้สูบบุหรี่ด้วยกลวิธีทางการตลาดที่หลุดพ้นจากช่องโหว่ของกฎหมายอยู่เสมอ
2. ขาดการออกกำลังกาย สังคมไทยทุกวันนี้ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และส่วนรวม ความบันเทิงที่เข้าถึงบ้านในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ที่ต้องอาศัยการออกแรงกายลดลง ขาดการออกกำลังกายเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 2.4 เท่า ในฟินแลนด์ ผลการศึกษาพบว่าหากอีก 8% ของคนวัยทำงานเลือกที่จะเดินหรือขี่จักรยาน การเพิ่มขึ้นก็จะมากขึ้น การเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง 3-7 เปอร์เซ็นต์
3. โภชนาการที่ไม่เหมาะสม ทุกวันนี้ 35 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปมีปัญหาจากการมีน้ำหนักเกินจนเป็นโรคอ้วน และเกือบครึ่งหนึ่งมีระดับคอเลสเตอรอลสูงเกินไป โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วนและน้ำหนักเกินคือ ดัชนีบ่งชี้ปัญหาการขาดสารอาหารและการขาดสารอาหาร ออกกำลังกายระดับคอเลสเตอรอลสูงเกินไปอีกครั้ง ดัชนีที่บ่งบอกถึงปัญหาทางโภชนาการ ล่าสุดก็มีงานวิจัย เกี่ยวกับการทดลองทางโภชนาการที่คนกลุ่มต่าง ๆ จากภูมิหลังต่างกัน เช่น ผู้ไม่มีความดันโลหิตสูง คนอ้วน คนไม่อ้วน คนที่มีสีผิวต่างกัน คนที่มีระดับการออกกำลังกายต่างกัน สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่างกัน รับประทานอาหารที่อุดม ในผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ อาหารที่มีไขมันรวมและไขมันอิ่มตัวต่ำ ลดการบริโภคเนื้อแดง ของหวานและของหวาน พบว่าภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ความดันโลหิต คอเลสเตอรอลความหนาแน่นต่ำ (LDL) และกรดอะมิโนโฮโมซิสเทอีนเริ่มลดลง
การวิจัยทางระบาดวิทยาในประเทศไทยพบว่าความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มโอกาสในการสูญเสีย ชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ 2.16 เท่า และ 4.29 เท่า ตามลำดับ หากโคเลสเตอรอลในเลือดเกิน 240 มก./ดล. โอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 1.27 เท่า หลักฐานเหล่านี้จะมาจากประชากรเพียงกลุ่มเดียว แต่สอดคล้องกับองค์ความรู้ระหว่างประเทศก่อนหน้านี้ ปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยาเป็นผลมาจากพฤติกรรมเสี่ยงแบบปรับตัว หากสามารถจัดสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมทั้งร่างกายและสังคม

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกฎหมาย การควบคุมพฤติกรรมการสูบบุหรี่ที่ทันสมัยที่สุดในโลก นี่คือสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ส่งเสริมค่านิยมการไม่สูบบุหรี่ ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง

สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคม
คนส่วนใหญ่คิดว่าการให้ความรู้โดยหวังว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น แนะนำให้คนเลิกบุหรี่ แนะนำให้ออกกำลังกาย วิธีการดังกล่าวมีประสิทธิภาพสำหรับคนส่วนน้อย แต่ยังไม่เพียงพอที่จะหยุดการระบาดของพฤติกรรมเสี่ยงอันเป็นผลมาจากปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างชีววิทยา พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายที่ควบคุมผ่าน สมองมีอิทธิพลต่อความสมดุลของพลังงานและการปรับตัวทางสรีรวิทยา พฤติกรรมเป็นผลจากอารมณ์ ความรู้สึก ความรู้ และค่านิยมที่สะสมผ่านกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง

เด็กๆ ในยุคก่อนดูทีวีใช้ชีวิตเล่นนอกบริเวณวัด บนต้นไม้ ในทุ่งนา ริมถนน ในสวนสาธารณะ ซึ่งแตกต่างจากเด็กรุ่นนี้ที่อาศัยอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรทัศน์ พฤติกรรมนี้ถูกกำหนดโดยสิ่งแวดล้อม

วันนี้ปัญหาน้ำหนักเกินแก้ได้ด้วยการให้คำแนะนำหรือการใช้ยาผ่านคลีนิคโรคอ้วนกระจาย หลายๆ อย่างเป็นเห็ด โดยละเลยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมก็ไม่ยั่งยืน ปัญหาโรคอ้วน ดังนั้นจึงต้องปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายที่เพียงพอ เช่น การจัดหาระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย ราคาสมเหตุสมผลและปลอดภัย ส่งเสริมให้คนเดินหรือปั่นจักรยานในระยะทางสั้นๆ (ไม่เกิน 5 กิโลเมตร) โดยออกแบบผังเมืองที่มีทางเท้าร่มรื่นและทางจักรยานที่สะดวกสบายและเชื่อมต่อกันเป็นตาข่ายในชุมชน วางนโยบายด้านการเกษตรและการตลาดที่ส่งเสริม พืชผล ผักและผลไม้ที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ การใช้กลไกภาษีส่งเสริมน้ำมันพืชไม่อิ่มตัวให้มีจำหน่ายในวงกว้างในราคาที่เหมาะสม เป็นต้น

เชื่อกันมานานแล้วว่าอาหารไทยที่อุดมไปด้วยพืช ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ ปลา ปู กุ้ง หอย มีคุณค่าทางโภชนาการและกำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ หากมีการวิจัย คำตอบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือก็จะเป็นประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านนอกเหนือจากการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย ของประเทศไทยและยุโรป กองเรือเฉพาะกิจเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการที่สังเคราะห์ผลการวิจัยเกี่ยวกับคุณค่าของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ความรู้ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมคุณค่าและบริโภคอาหารเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืนของชีวิตเกษตรกรและอุตสาหกรรม/ธุรกิจอาหารยุโรป
(ต่อ)

เก็บไว้
การเลือกครีมกันแดดตามค่า SPF ที่เหมาะสมกับผิวคุณ
SPF (sun protection factor) คือค่าของสารป้องกันแสงแดดที่ระบุในผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เบื้องต้นในการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ ดังนี้
1. ผิวไหม้แดดได้ง่าย (ทำสีแทนได้ยาก) ใช้ SPF 20-30
2. ผิวไหม้แดดได้ง่าย (เปลี่ยนผิวแทนเล็กน้อย) ใช้ SPF 12-20
3. ผิวไหม้แดดปานกลาง (ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแทน) ใช้ SPF 8-12
4. ผิวไหม้แดดน้อยลง (เปลี่ยนเป็นสีแทนเสมอ) ใช้ SPF 4-8
5. ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรง (เปลี่ยนผิวสีแทนยากมาก อาจจะดำเลยก็ได้) ใช้ SPF 2-4
SPF = 2 ดูดซับรังสียูวีได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
SPF = 4 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 75%
SPF = 8 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 87.5 เปอร์เซ็นต์
SPF = 15 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 93.3 เปอร์เซ็นต์
SPF = 20 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์
SPF = 30 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 96.7 เปอร์เซ็นต์
SPF = 45 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 97.8 เปอร์เซ็นต์
SPF = 50 ดูดซับ UV ได้ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์
ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่ามักจะมีปัญหาด้านความงามและมีราคาแพงกว่า ประสิทธิภาพ
ไม่ต่างกันมาก คนที่โดนแสงแดดติดต่อกันเป็นเวลานานสามารถใช้ SPF 15 ขึ้นไปป้องกันได้
ข้อมูล : นพ. ประวิทย์ พิศาลบุตร. แสนแปดพันเก้าถามและตอบปัญหาความงามกับคุณหมอประวิทย์ 2002:58.

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th