in

เบาหวาน น้ำตาลเป็นพิษ (2)

เบาหวาน น้ำตาลเป็นพิษ (2)

แม้แต่แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักโภชนาการ และเจ้าหน้าที่คลินิกเบาหวาน ได้ให้บริการเฉพาะและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติในการดูแลตัวเอง ผู้ป่วยบางรายยังสับสนในการปฏิบัติ ทำให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด

บทความต่อไปนี้ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ฉีดยาคุมเบาหวาน
โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ชนิดที่ 1 เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้ ผู้ป่วยต้องได้รับการฉีดอินซูลิน ประเภทที่ 2 เกิดจากเนื้อเยื่อของร่างกายที่ดื้อต่อการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน สามารถให้ยาลดน้ำตาลในช่องปากได้ แต่ด้วยโรคเบาหวานเป็นเวลาหลายปีตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยลง บางคนเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องให้การฉีดอินซูลินเช่นเดียวกับเบาหวานชนิดที่ 1

ผู้ป่วยควรฉีดอินซูลินก่อนรับประทานอาหาร 30-50 นาที
เพื่อให้การกระทำของยาตรงกับระดับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นจากอาหาร ผู้ป่วยควรฉีดและรับประทานอาหารในเวลาเดียวกันทุกวัน ห้ามฉีดยาและเดินทาง บางคนฉีดยาแล้วขับรถไปทำงาน พวกเขาติดอยู่ในการจราจรและไม่กิน อาจทำให้ภาวะน้ำตาลในเลือดลดลงได้ ผู้ป่วยที่ต้องฉีดมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ควรเตรียมอาหารเสริมระหว่างมื้ออาหารและก่อนนอน โดยแบ่งปริมาณอาหารจากอาหารหลัก 3 มื้อ เพราะไม่อย่างนั้นในแต่ละวันอาจได้รับอาหารมากเกินไป

ยารับประทานสำหรับโรคเบาหวานมีหลายประเภท กลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน แพทย์จะสั่งจ่ายยาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย บางคนอาจได้รับยาประเภทเดียวเท่านั้น บางคนอาจต้องใช้ยาหลายชนิด

กรณีลืมกินยาและปรับขนาดยา
ยาเบาหวาน เป็นยาที่ผู้ป่วยต้องทานต่อเนื่องทุกวัน บางครั้งฉันลืมกินยา ลืมนำยามาด้วยเวลาเดินทาง
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องคือ หากคุณลืมกินยาก่อนอาหารเช้า ให้ทานยาทันทีที่จำได้ในเช้าวันนั้น

ถ้ากินยาวันละครั้งแล้วลืมกิน 1 วัน อย่ากินยาสองครั้งในวันถัดไป
ถ้ากินยาวันละ 2 ครั้ง แล้วลืมกินตอนเช้า อย่าเพิ่มยาเม็ดเช้าลงในยาเม็ดเย็น

กรณีกินมากกว่าปกติ เช่น ไปงานเลี้ยงหรือกินน้อยกว่าปกติ เช่น อดอาหาร ป่วย กินไม่ได้ หากสามารถเจาะเลือดตรวจน้ำตาลได้เอง จะช่วยเป็นแนวทางในการลดหรือเพิ่ม ยา. ซึ่งผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ป้องกันตนเองอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ผู้ป่วยจำนวนมากต้องการปรับขนาดยาด้วยตนเอง ซึ่งบางครั้งไม่ถูกต้องโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือไม่ได้แจ้งแพทย์

บางครั้งมีปัญหาที่คุณนึกไม่ถึง คนไข้รายหนึ่ง หมอให้ยาเขาวันละครึ่งเม็ด คนไข้รู้สึกว่าแบ่งยาก ครึ่งเม็ดเลยกินหมดเม็ดแต่กินวันเว้นวัน

ผู้ป่วยบางรายที่ดื่มแอลกอฮอล์จะงดเว้นจากการใช้ยาเพราะเชื่อว่ายาและสุราจะมีปฏิสัมพันธ์กัน แต่บางคนไม่ได้ตั้งใจที่จะหยุดรับประทานยา แต่ไม่ได้กินยาเพราะเมาแล้วนอนไม่หลับ

ในทางที่ดี ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ไม่ควรดื่มขณะท้องว่างเพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำและอาจถึง 8-12 ชั่วโมง ผู้ป่วยที่ต้องการฉีดอินซูลินหรือใช้ยารักษาโรคเบาหวานบางชนิด เช่น ซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylureas) ดังนั้น อาจมีอันตรายจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อดื่มแอลกอฮอล์

ผู้ป่วยบางรายพบว่าทุกครั้งที่มาโรงพยาบาลและผลเลือดไม่ปกติ อาจถูกแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำหนิและต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อขอคำแนะนำ ผู้ป่วยเหล่านี้จึงรู้วิธีเพิ่มยาหรือลดอาหารในวันก่อนไปพบแพทย์ ซึ่งในวันอื่นๆ อย่างไรก็ตาม แพทย์สามารถตรวจเลือดและทราบว่าการรับประทานอาหารของผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หรือลดอาหารเป็นครั้งคราว

ยาสมุนไพร
ผู้ป่วยเบาหวานเมื่อได้รับคำแนะนำจากคนใกล้ชิด หรือพนักงานขายตรงบรรยายสมุนไพร ยาจีน อาหารเสริม หลายคนอดไม่ได้ที่จะลอง บางคนใช้ประจำเพราะเชื่อว่าดีซึ่งบางครั้งวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ไม่อาจยืนยันได้

อย่างไรก็ตาม หากทำการวิจัยอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าสมุนไพรไทยบางชนิดอาจใช้รักษาโรคเบาหวานได้ ผสมผสานความรู้ระหว่างสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบัน ควรสร้างคุณประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน

อาหารเบาหวาน
อาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แบ่งได้ 6 ประเภท ดังนี้
1.หมวดแป้ง (ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง อาหารประเภทแป้ง ถั่วแห้ง)
2.หมวดเนื้อสัตว์
3.หมวดไขมัน ซึ่งแบ่งเป็นไขมันอิ่มตัว (ไขมันสัตว์ เนย กะทิ ครีม) ไขมันไม่อิ่มตัว (น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด)
4.หมวดนม
5.หมวดผัก
6.หมวดผลไม้

หลักในสัดส่วนของอาหารในแต่ละวัน ได้แก่ แป้ง 6-11 ส่วนต่อวัน (1 ส่วนเท่ากับข้าว 1 ทัพพีหรือขนมปัง 1 แผ่นหรือข้าวโพด 1 ฝัก) เนื้อไม่ติดมัน 4-5 ช้อนต่อมื้อ พยายามหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว เลือกกินไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณปานกลาง นมหรือโยเกิร์ต 1-2 ถ้วยต่อวัน ผัก 3-5 ส่วนต่อวัน (ผักดิบ 1 ส่วน ประมาณ 1 ถ้วย ผักปรุงสุก 1 ส่วน ประมาณ 1/2 ถ้วยตวง) และ 2 ผลไม้ต่อมื้อ -3 ส่วนควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานและมีไฟเบอร์เยอะ เช่น ชมพู่ ฝรั่ง ส้ม มะละกอสุก

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่อ้วนมากควรลดน้ำหนัก เพราะโรคอ้วนส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงและไขมัน และยังส่งผลให้ความดันโลหิตสูง ต้องลดความอ้วนด้วยการลดปริมาณอาหารโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ร่วมกับการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าการควบคุมอาหารจะมีความสำคัญ แต่บางครั้งก็ทำได้ยาก เพราะคนไข้ที่ทานอาหารกับครอบครัว บางครั้งมันก็ยากที่จะได้สัดส่วนอาหารที่เหมาะสม ผู้ป่วยที่ทำงานและรับประทานอาหารนอกบ้าน ผู้ป่วยที่เข้าสังคมบ่อย กุญแจสำคัญคือการควบคุมตัวเองในการเลือกอาหารที่ไม่ตามใจปากจนเกินไป

แม้จะเป็นโรคเรื้อรังที่ดูเหมือนจะรักษาไม่หาย แต่จากการพัฒนาบริการของแพทย์และกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ให้บริการในเครือข่ายที่ครอบคลุม ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ยาของผู้ป่วยรวมถึงการปรับเปลี่ยนอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกาย เช่น ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานไม่มีโรคแทรกซ้อนที่ตามมาเป็นลูกโซ่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนทั่วไป

.
ที่มาข้อมูล