in

เบญจมาศ : ความงดงาม สำหรับ ดวงตาและหัวใจ

เบญจมาศ : ความงดงาม สำหรับ ดวงตาและหัวใจ

กุมภาพันธ์สำหรับคนไทยในยุคนี้ ถือว่าเป็นเดือนแห่งความรัก เพราะเป็นวันวาเลนไทน์ หรือวันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) ซึ่งถือเป็นวันแห่งความรักในเดือนนี้ ดูเหมือนคนไทยจะฉลองวันวาเลนไทน์กันจริงๆ และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี นับตั้งแต่วันเริ่มต้น ขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะยอมรับวัฒนธรรมต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย และอยู่มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มติดต่อกับชาวต่างชาติมาเป็นเวลานาน เมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว แต่ในสมัยก่อนคนไทยมักกรองและประยุกต์ใช้ เหมาะกับสภาพที่เป็นอยู่โดยไม่ทิ้งของเก่าที่มีดีอยู่แล้ว เช่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายและความสมบูรณ์ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ศิลปะ ดนตรี ฟอนต์ อาหาร หรือภาษา เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากคนไทยสามารถรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ได้ตลอด วัฒนธรรมวันวาเลนไทน์ควรปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของไทย . หากคนไทยยังไม่ลืมฐานวัฒนธรรมไทยที่มีอยู่

การฉลองวันวาเลนไทน์ของคนไทยนอกจากการจัดงานรื่นเริง ส่งข้อความทักทาย เยี่ยมชม หรือให้ของขวัญ (เช่น ช็อคโกแลต) เป็นต้น และสิ่งหนึ่งที่นิยมมากที่สุดคือการให้
ดอกไม้ให้กันและกัน ดอกไม้ที่นิยมมากที่สุดคือดอกกุหลาบ โดยเฉพาะกุหลาบแดงที่มีความหมายแทนความรัก ว่ากันว่าทุกๆ ปี ชาวสวนเตรียมปลูกกุหลาบเพื่อตัดดอกโดยเฉพาะในวันวาเลนไทน์ เพราะจะขายได้เยอะและได้ราคาดีที่สุดในรอบปี นี่เป็นหนึ่งในข้อดีของวันวาเลนไทน์

ความจริงของดอกไม้ที่มอบให้กันเพื่อแสดงความรักความปรารถนาดีไม่ควรผูกขาดด้วยดอกไม้เพียงอย่างเดียว เฉพาะดอกกุหลาบหรือสีแดง ดอกไม้ชนิดอื่นหรือสีอื่นๆ เท่านั้นที่น่าจะทำงานได้ดี ดีเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับผู้รับและผู้ให้ เช่น คนเอเชียที่มีรากวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและยาวนานมีความเกี่ยวข้องกับดอกไม้ท้องถิ่นมากมาย ควรปรับดอกไม้ ความผูกพันที่ยืนยาวกับคนในท้องถิ่นแสดงถึงความรักและความปรารถนาดีในวันวาเลนไทน์ หากให้ดอกไม้ในวันวาเลนไทน์แก่ผู้เป็นที่รัก ก็จะเริ่มจากการปลูกดอกไม้ดังกล่าวด้วยความรัก ด้วยความเอาใจใส่ ชื่นชมยินดีเมื่อเห็นต้นไม้ค่อยๆ เติบโต แตกหน่อ และผลิบานในที่สุด ดอกไม้ที่มอบให้คนที่รักจึงไม่ใช่เพียงความงามของดอกไม้เท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยความรัก ความห่วงใย ความผูกพัน ฯลฯ ตลอดทาง เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี แต่เนื้อหาของดอกไม้ควรจะเหมือนเดิม หรือเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ผู้เขียนขอส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้กับผู้อ่านที่รักทุกท่าน กับดอกเบญจมาศ

ดอกเบญจมาศ: ความงามของจิตวิญญาณตะวันออก
ดอกเบญจมาศมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysanthemum morifolium Ramat จัดอยู่ในวงศ์ Compositae รวมทั้งทานตะวัน บานชื่น ดาวเรือง ดาวกระจาย เป็นต้น เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร แตกแขนงไม่มาก กิ่งและลำต้นมีขนดก ใบยาว รูปไข่ ขอบใบ สีเขียวอ่อน มีขนมีขนดก ดอกเบญจมาศทั้งกิ่งและใบมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว ดอกที่ปลายกิ่ง อาจจะเป็นช่อหรือเป็นดอกเดี่ยวก็ได้แล้วแต่ชนิด รูปดอก ทรงกลมเหมือนทานตะวันหรือบานชื่น มีกลีบยาวเรียวเรียงซ้อนกันหลายชั้น กลีบดอกไม้บางชนิดยาวและบิดเป็นเกลียว เรียกว่าดอกแมงมุมเท่านั้น (แมงมุม) เบญจมาศมีหลายขนาด จากขนาดใหญ่มาก เส้นผ่านศูนย์กลางดอกมากกว่า 20 เซนติเมตร เป็นดอกขนาดเล็กประมาณ 1 เซนติเมตร มีหลากหลายสี เช่น เหลือง ขาว ชมพู ม่วง แดง เป็นต้น

ต้นกำเนิดของเบญจมาศเดิมเชื่อกันว่าอยู่ในประเทศจีน คนจีนเรียกเก๊กฮวยเก๊กฮวย (เก๊กฮวย) และยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก แต่คนไทยจะรู้จักชื่อเก๊กฮวยมากกว่า

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นิยมดอกเบญจมาศมากกว่าชาวจีน ตราจักรพรรดิญี่ปุ่นเป็นดอกเบญจมาศ 16 กลีบ ว่ากันว่าดอกเบญจมาศเข้าประเทศญี่ปุ่นประมาณปี พ.ศ. 2383 ซึ่งเมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน โดยเชื่อว่าดอกเบญจมาศมีคุณสมบัติเป็นยาอายุวัฒนะซึ่งเป็นวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 9 ดอกเบญจมาศใส่ในถ้วยสาเกและดื่มสาเกที่จะทำให้คุณอ่อนเยาว์ตลอดไป ความเชื่อนี้คงมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เพราะจีนถือว่าเบญจมาศเป็นดอกไม้ประจำเดือนที่ 9 (ต.ค.) และฤดูใบไม้ร่วง ชาวญี่ปุ่นเรียกเบญจมาศ Kikunohana ซึ่งแปลว่าดอกไม้ของ Kiku มีตำนานเล่าว่าคิคุเป็นหญิงสาวที่กำลังจะแต่งงาน ได้ทำการสังเวยเพื่อถามเทพว่าจะแต่งงานกับสามีได้นานแค่ไหน เทวดาบอกว่าจะอยู่กับสามีตราบเท่าจำนวนกลีบที่เอามาบูชา Kiku รักสามีมากและอยากอยู่กับเขาให้นานที่สุด จึงพยายามหาดอกไม้ที่มีกลีบดอกมากที่สุด แต่กลับพบเพียง 17 กลีบเท่านั้น Kiku ใช้มีดตัดกลีบดอกไม้ให้เป็นฝอยเล็กๆ นับไม่ถ้วน จึงสามารถครองคู่สามีได้ยาวนาน ตำนานดอกเบญจมาศ (Kiku) แห่งประเทศญี่ปุ่น คือ ตำนานรักแท้คือรักที่ยืนยาว เหมาะที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของชาวตะวันออก

เพราะเบญจมาศไทยปลูกโดยชาวจีนมานานแล้วตามที่ปรากฏในวรรณคดีอิเหนา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระราชนิพนธ์ แสดงให้เห็นว่าคนไทยในสมัยนั้นคุ้นเคยกันดี กับดอกเบญจมาศ ในปี พ.ศ. 2416 หนังสือพระสรภตาของ ดร.ปราดลา ได้กล่าวถึงดอกเบญจมาศว่า “เบญจมาศ มันคือชื่อไม้ดอกเล็กๆ” แสดงให้เห็นว่าคนไทยในสมัยนั้นรู้จักดอกเบญจมาศอย่างกว้างขวาง

เป็นที่น่าสังเกตว่าหนังสืออัครพิธานสารในปี พ.ศ. 2416 เขียนว่า “เบญมาศ” ซึ่งสอดคล้องกับชื่อถนนในกรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมเป็นถนนเบญจมาศนอกหรือถนนเบญจมาศนอกซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนราชดำเนินนอกนั่นเอง ในหนังสือพรรณพฤกษ์ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารย์ยางกูร) เขียนเมื่อ พ.ศ. 2427 หลังจาก 11 ปีของหนังสือ อัครภัทร แล ของ ดร.แพร ว่าดอกเบญจมาศเหมือนกัน

ในภาษาไทยมีคำว่า เบญพัฒน์ (ต้นไม้ชนิดหนึ่ง) เบญจนี (ต้นไม้และสมุนไพร) และเบญจพรรณ (เสาตะลุงที่มีไม้ข้าม) ทำให้แปลกใจว่าแต่เดิมคนไทยอาจเรียกกันว่าเบญจมาศเพราะว่า ดอกไม้. สีเหลืองแต่ต่อมากลายเป็นดอกเบญจมาศในสมัยรัชกาลที่ 5

ทุกวันนี้เบญจมาศเติบโตไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตอบอุ่นที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกัน กับประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเบญจมาศในอเมริกาเหนือและยุโรป เบญจมาศสายพันธุ์ได้รับการปลูกฝังและพัฒนาอย่างกว้างขวาง ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของดอกไม้ยอดนิยมเลยทีเดียว ภาษาอังกฤษเรียกว่าเบญจมาศ ดอกเบญจมาศในสหรัฐอเมริกาเรียกสั้น ๆ ว่าแม่

ในอังกฤษ เบญจมาศถือเป็นดอกไม้ประจำเดือนพฤศจิกายน

ประโยชน์ของดอกเบญจมาศ
ดอกเบญจมาศมีคุณสมบัติเป็นยาที่รู้จักกันมานาน โดยเฉพาะดอกเบญจมาศบางพันธุ์ พันธุ์เล็ก มีกลิ่นหอม ดอกสีขาว นำมาตากแห้งและต้มในน้ำร้อนดื่มที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อน้ำเก๊กฮวย มีคุณสมบัติแก้ร้อนในกระหาย บรรเทาความเหนื่อยล้า เสริมสร้างและบำรุงหัวใจ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สีขาวของจีน ดอกเบญจมาศสีเหลืองขนาดเล็ก เรียกว่า Chrysanthemum indicum Linn. ที่ปลูกในเมืองไทยดี หอม แห้งและต้มในน้ำร้อนเป็นน้ำเก๊กฮวยได้เช่นกัน คุณสมบัติเหมือนกันที่คนไทยควรมองหาเบญจมาศ มาปลูกกันดูความน่ารักของดอกเล็กๆ ที่เป็นช่อดอก มีประโยชน์ทางยา รวมไปถึงดอกเบญจมาศสีขาวจากประเทศจีน

ประโยชน์หลักของเบญจมาศในปัจจุบันอยู่ที่การเพาะปลูก เป็นไม้ประดับทั้งปลูกและตัดดอกจำหน่ายซึ่งนิยมปลูกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่หลากหลายสี เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ มียอดขายทั่วโลกหลายพันล้านบาทต่อปี ยังเป็นดอกไม้ในกระถาง ไม้ดอกริมถนน สวนสาธารณะ หรือสวนหลังบ้าน เป็นต้น

ดอกเบญจมาศชอบแสงแดดและดินที่ระบายน้ำได้ดี เป็นพืชที่ปลูกง่ายและทนทาน ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการแยกหน่อหรือตอน บางครั้งก็ใช้เพาะเมล็ดในบางชนิด

ผู้อ่านคงเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้เขียนจึงเลือกเบญจมาศเป็นของขวัญในเดือนแห่งความรักนี้ในปี พ.ศ. 2546 มีคำกล่าวว่าความรัก ความเข้าใจและความเข้าใจนั้นแยกจากกันไม่ได้ หากเราจะรักสิ่งใดอย่างแท้จริง เราต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ลึกซึ้งพอ เมื่อผู้อ่านเข้าใจดอกเบญจมาศมากพอก็จะรักเบญจมาศอย่างที่ผู้เขียนรักในปัจจุบันและอนาคต

.
ที่มาข้อมูล