in

เตือนภัย! “แผลเรื้อรัง” อย่าวางใจ อาจเป็นสัญญาณอันตรายโรคร้าย

เตือนภัย! “แผลเรื้อรัง” อย่าวางใจ อาจเป็นสัญญาณอันตรายโรคร้าย

คำเตือน!  “แผลเรื้อรัง” อย่าวางใจ อาจเป็นสัญญาณของโรคอันตรายได้

แผลเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคที่คุณเป็นได้ หรือคุณอาจจะไม่รู้ตัว

อาจารย์ ดร.พสุ พรหมนิยม แพทย์ประจำภาควิชาศัลยกรรมตกแต่งและศัลยกรรมกระดูก แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า บาดแผลเรื้อรังเป็นแผลที่มีอาการอักเสบไม่หายภายในระยะเวลาปกติ ส่วนใหญ่มักใช้เวลา 6 สัปดาห์

สาเหตุของแผลเรื้อรัง

  • โรคเบาหวาน
  • แผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง
  • อุบัติเหตุที่ไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาอย่างถูกต้อง
  • โรคบางชนิดที่ทำให้หลอดเลือดแดงตีบ
  • มะเร็งผิวหนัง
  • ความผิดปกติของหลอดเลือดดำ

อันตรายจากบาดแผลเรื้อรัง

  • ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บและทรมานจากบาดแผล
  • การติดเชื้อซ้ำ
  • การตายของเนื้อเยื่อ อาจร้ายแรงถึงขนาดต้องตัดแขนขาทิ้ง
  • แผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

วิธีรักษาแผลเรื้อรัง

ข้อมูลจากคลินิกศัลยกรรมอาคาร 2 โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 ระบุวิธีดูแลแผลเรื้อรังดังนี้

  1. รักษาแผลให้สะอาดปราศจากเชื้อโรคด้วยการล้างแผลด้วยสบู่ น้ำอุ่นหรือน้ำเกลือ ทำความสะอาดแผลวันละ 2-4 ครั้ง หลังจากนั้นต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้ง และควรอ่อนโยนในการทำความสะอาดแต่ละครั้งให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลได้รับผลกระทบ
  2. ห้ามใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาด เพราะแอลกอฮอล์มีผลทำลายโปรตีนในเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบาดแผลได้
  3. หลังจากทำความสะอาดแผลแล้ว ควรเช็ดให้แห้งสนิทและทาน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อทำลายเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ซึ่งทำให้แผลหายช้า เช็ดให้แห้งด้วยผ้าพันแผลที่ปลอดเชื้อเท่านั้น
  4. ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ
  5. สังเกตความผิดปกติของบาดแผลอยู่เสมอ หากมีอาการปวด บวม แดง หรือน้ำเหลือง ไม่ควรรอไปพบแพทย์ทันที กรณีติดเชื้อจะรีบรักษา
  6. อย่าให้แผลกดทับเกิน 2 ชั่วโมง และหากมีแผลกดทับตรงบริเวณใด ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และควรเช็ดแผลกดทับด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำเกลือ น้ำเกลือปกติและทำให้แผลแห้งสนิทด้วยผ้าพันแผลที่ปลอดเชื้อเท่านั้น ห้ามใช้พลาสเตอร์ปิดแผลโดยตรง
  7. ระวังทำความสะอาดแผลที่มีหนองให้ดี เพราะแผลที่มีหนองแบบนี้จะมีโอกาสติดเชื้อสูง ถ้าแผลมีหนอง ให้ใช้ผ้าก๊อซปิดแผลให้ซึมจนหมด เพื่อป้องกันไม่ให้แผลลุกลามไปอีก หรือแนะนำให้ไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานดีที่สุด

.
ที่มาข้อมูล