in

เตรียมตัวไปพบแพทย์

เตรียมตัวไปพบแพทย์

เวลาไปพบแพทย์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

เวลาพบหมอ : นาทีทองของผู้ป่วย
การไปพบแพทย์แต่ละครั้งถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ป่วยในชนบทที่อยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลซึ่งมักจะต้องให้รถเดินทาง ชักชวนให้ญาติมิตรเป็นเพื่อน อาหารต้องเตรียมระหว่างการเดินทางและการรักษา จนพร้อมแล้วออกเดินทางไปพบแพทย์ แม้แต่คนในเมืองเมื่อไปหาหมอก็ต้องเตรียมตัว วางแผน และลาจากการทำงานซึ่งล้วนทำให้เสียเวลาในอาชีพการงาน ค่าเดินทางและค่ารักษาพยาบาล

เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมาก เวลาที่ผู้ป่วยจะพบแพทย์จึงเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งรวมถึงการไปพบแพทย์ การวินิจฉัย และการรักษา ดังนั้นจึงคาดว่าผู้ป่วยแต่ละรายมีเวลาเพียง 5 ถึง 10 นาทีในการไปพบแพทย์

ดังนั้นช่วงนี้ก็เหมือน “นาทีทองของผู้ป่วย” ที่จะต้องคุ้มค่าที่จะใช้เวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะได้รับการรักษาที่ดี เจ็บป่วย เจ็บป่วย เจ็บป่วย หายดี ปลอดภัยและประหยัด

ไปพบแพทย์ เตรียมตัวอย่างไร และปฏิบัติอย่างไร? เพื่อรับการรักษาที่ดีที่สุดเป็นส่วนหนึ่งของงานเภสัชชุมชน หรือเภสัชกรที่ร้านขายยาเมื่อถามและพูดคุยกับผู้ป่วย มีความเห็นว่าควรไปพบแพทย์ เภสัชกรจะให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพแก่ผู้ป่วยด้วย

การเตรียมตัวพบแพทย์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1. การเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์
2. ขณะไปพบแพทย์
3. ฝึกฝนตนเองหลังพบแพทย์

การเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์
ขั้นตอนแรกนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เริ่มต้นจากการสังเกตสิ่งที่เราผิดปกติ ที่ไม่มีใครรู้จักเราเท่าตัวเราเอง คุณควรจดบันทึกสิ่งที่ผิดพลาด และควรเลือกไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ และหากมีโอกาสควรจำรายละเอียดให้ถูกต้อง และหากมีรายละเอียดมากก็อาจจะจดวันและเวลาไว้ ระยะเวลาของการเจ็บป่วย ความรุนแรง การแพร่กระจาย ตำแหน่งอวัยวะของความรู้สึก เป็นต้น เพราะจะดำเนินการดังนี้

1. สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติ
เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา ก็ควรสังเกต ติดตาม และติดตามด้วยความสนใจ ตั้งใจ และความต่อเนื่องของอาการและความรุนแรงของความผิดปกตินั้น เคยเป็นแบบนี้มั้ย? รวมทั้งระยะเวลาที่มีอาการเจ็บป่วย ความรุนแรง การแพร่กระจาย บริเวณประสาทสัมผัส เป็นต้น

หากมีโอกาสควรจำรายละเอียดให้ถูกต้อง อาจจะบันทึกข้อมูลได้ครบถ้วน เมื่อไปพบแพทย์จะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและครบถ้วนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง

2. ไม่มีใครรู้จักสุขภาพร่างกายของคุณเช่นเดียวกับตัวคุณเอง
ไม่ว่าจิตใจ ร่างกาย หรือจิตใจจะเป็นอย่างไร คนที่รู้ดีที่สุดคือตัวคุณเอง คนที่เป็นเจ้าของร่างกายนี้ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายอะไรจะเกิดขึ้น

ดังนั้นคุณควรสังเกตสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่ไหน นานแค่ไหนแล้ว?

3. จดข้อมูลด้านสุขภาพ
รายละเอียดของความผิดปกติเหล่านี้จะมีค่ามากขึ้น และช่วยให้ได้ข้อมูลการเจ็บป่วยที่สมบูรณ์ จึงควรบันทึกการเจ็บป่วยไว้ อาการเป็นอย่างไร? มันอยู่ที่ไหนมานานแล้ว จดไว้จะดีกว่า มิฉะนั้นอาจมีคนเก็บบันทึกไว้ในวารสารสุขภาพ และจะมีค่ามากเมื่อไปพบแพทย์ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

4. การรู้แต่เนิ่นๆ ยังคงไม่ง่ายที่จะรักษา
การสังเกตและไม่สงบกับสิ่งผิดๆ เหล่านี้ก็ดี เพราะถ้ารู้แต่เนิ่นๆ โดยที่ยังมีอาการน้อยและความรุนแรงของโรคไม่มากนัก โดยทั่วไปแล้วจะรักษาได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาและค่าใช้จ่าย -มีประสิทธิภาพ.

ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยให้เยอะก็ไปพบแพทย์ ในขณะที่อาการรุนแรงและโรคกำลังลุกลาม การรักษาจะยุ่งยาก สับสน ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง หลายคนต้องขายที่ถนน ขายไร่ ขายนา เพื่อนำเงินไปรักษาจนเกิดคำ “ล้มละลายเพราะค่ารักษาพยาบาล”??

5. เตรียมคำถามที่คุณอยากรู้
นอกจากนี้ อาจมีการเตรียมการซักถามเกี่ยวกับความเจ็บป่วยที่ต้องการคำตอบจากแพทย์ เช่น โรคที่เป็นความรุนแรงของโรค เป้าหมายของการรักษา ยาและยา เป็นต้น เพราะคุณจะสามารถถามแพทย์ได้ในช่วงชั่วโมงทองของคุณ

ขณะไปพบแพทย์
ขั้นตอนแรกเป็นเหมือนการวางแผนรวบรวมข้อมูลว่ามีอะไรผิดปกติและเตรียมพบแพทย์ และเมื่อถึงขั้นตอนที่ 2 ผู้ป่วยจะไปพบแพทย์จริงๆ ควรไปแต่เช้าหรือตรงเวลาตามนัดหมอ ถ้าดีควรหาเพื่อนด้วย กรอกข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน รับฟังการวินิจฉัย ความคิดเห็น และคำแนะนำของแพทย์อย่างรอบคอบ และทราบเป้าหมายการรักษาอย่างชัดเจนดังนี้

1. ไปก่อนหรือตรงเวลานัดพบแพทย์
เวลาไปพบแพทย์ควรไปแต่เช้าตรู่ หรือหากแพทย์นัดพบ ทางที่ดีควรไปให้ตรงเวลาหรือไปก่อนเวลาเล็กน้อย ควรมีบันทึกปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อช่วยจำ ข้อมูลครบถ้วนสำหรับคุณหมอ

“คนไข้จำนวนมากขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมารักษาจนหมดคำ “ล้มละลายเพราะค่ารักษาพยาบาล””????

2. เป็นเพื่อนกับคุณจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ถ้าเป็นไปได้ ให้หาคู่ครอง ญาติสนิท หรือเพื่อนสนิทด้วยเมื่อไปพบแพทย์ เพื่อจะได้ช่วยกันเล่าถึงอาการป่วยและการฟัง ให้ระลึกถึงคำแนะนำและวิธีดูแลตัวเองในการรักษาของแพทย์

มีรายงานทางการแพทย์ว่า ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งจะลืมคำแนะนำของแพทย์ เมื่อเดินออกจากห้องตรวจทำให้ผู้ป่วยกลับมาดูแลและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ได้ไม่ครบถ้วน ส่งผลให้การรักษาไม่ครบถ้วน จึงควรชวน “เพื่อนสุขภาพดี” ไปพบแพทย์ด้วยเช่นกัน

3. ฟังอย่างระมัดระวังกับแพทย์ หากมีข้อสงสัยควรถาม
ขณะอยู่ในห้องตรวจ ตรงหน้าหมอ เป็นช่วงเวลาทองอย่างแท้จริง ควรตั้งใจฟังให้ดีทั้งเรื่องการวินิจฉัยโรคอะไร ระดับความรุนแรงคืออะไร? ดูแลตัวเองอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไร และใช้ยาอย่างไร? หากมีรายละเอียดมากก็อาจจะบันทึก

หากมีข้อสงสัย ไม่ต้องเกรงใจหมอ โปรดขอให้แพทย์ชี้แจง โดยเฉพาะคำถามที่อยากทราบ เช่น การฝึกฝนตนเอง เป้าหมายของการรักษา รวมถึงเรื่องเงิน ทอง ค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล ค่ายาที่ต้องจ่ายเอง ถ้าเตรียมไม่พอหรือปริมาณเกินก็ปรึกษาได้ครับ ไม่ต้องกลัว

4. รู้เป้าหมายการรักษาอย่างชัดเจน
อีกสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ป่วย คือเป้าหมายในการรักษาโรค ซึ่งแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค เช่น

ความดันโลหิตสูงจะมีเป้าหมายของความดันโลหิตซิสโตลิก (เมื่อหัวใจหดตัว) อยู่ที่ 130 มม. ปรอท และเป้าหมายของความดันโลหิต diastolic (เมื่อหัวใจผ่อนคลาย) คือ 80 มม. ปรอท

ในขณะที่โรคโรคเบาหวานเป้าหมายของการอดอาหารระดับน้ำตาลในเลือดตอนเช้าคือ 126 มก./เดซิลิตร

เป้าหมายเหล่านี้เป็นจุดหรือช่วงวิกฤตของผู้ป่วย เพราะหากบรรลุตามเป้าหมายจะปลอดภัย สามารถควบคุมอันตรายของโรคได้ในระยะที่ปลอดภัยเป็นที่พึงปรารถนาและเป็นที่ต้องการของทั้งแพทย์ผู้รักษาและผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากปัญหาสุขภาพดังกล่าว

ในทางกลับกัน หากผู้ป่วยรักษาตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ก็แสดงถึงความสามารถในการดูแลผู้ป่วยอย่างดีจนบรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ

นอกจากนี้ เป้าหมายการรักษา ยังช่วยให้ผู้ป่วยรับรู้ รับรู้ และยอมรับความเจ็บป่วยได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการรักษา และมีบทบาทสำคัญในการรักษาและควบคุมโรค

การดูแลตัวเองหลังพบแพทย์
พบแพทย์แล้ว ผู้ป่วยควรให้ความร่วมมือตามคำสั่งแพทย์ ทั้งในด้านการดูแลตนเอง การใช้ยา และควรสังเกตสิ่งผิดปกติใดๆ แม้กระทั่งก่อนไปพบแพทย์ว่าโรคหาย จางลง หรือหายดีแค่ไหนแล้ว ก็ควรสังเกตสิ่งผิดปกติใหม่ๆ (ถ้ามี) เช่น การแพ้ยา ผลข้างเคียงของยา เป็นต้น และติดตามผลการรักษา ไปพบแพทย์ตามนัด

ควรมีข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญ พกติดตัวเสมอ เช่น โรคเรื้อรัง ยาที่ใช้เป็นประจำ แพ้ยา เมื่อไปพบแพทย์จะสามารถให้ข้อมูลได้ทันที

.
ที่มาข้อมูล