in

เข้าใจใหม่! “เบาหวาน” ไม่ได้มีสาเหตุจากพันธุกรรม-กินหวานเท่านั้น

เข้าใจใหม่! “เบาหวาน” ไม่ได้มีสาเหตุจากพันธุกรรม-กินหวานเท่านั้น

ความเข้าใจใหม่!  “เบาหวาน” ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ – กินแต่ของหวานเท่านั้น

แม้ว่าโรคเบาหวานจะไม่ใช่โรคใหม่ แต่จากสถิติของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ณ ปี 2020 เรามีผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน ซึ่ง 95% ของผู้ป่วยเบาหวานในปัจจุบันมีโรคเบาหวานประเภท 2 ซึ่งเกิดจากพฤติกรรม แม้ว่าเราทุกคนรู้ดีว่าการกินน้ำตาลมาก ๆ นั้นไม่ดี แต่เป็นไปได้ไหมที่การรับรู้ของสังคมเกี่ยวกับโรคนี้อาจทำให้เข้าใจผิดและจำเป็นต้องแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุของโรคเบาหวาน

  • ไม่ใช่แค่พันธุกรรม แต่เป็นพฤติกรรม

นพ. ธนพร พุทธานุภาพ จากศูนย์เบาหวาน โรงพยาบาลวิมุท ได้ให้ความรู้กรณีโรคเบาหวานที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมว่า นอกจากพันธุกรรมแล้วจะเพิ่มความเสี่ยง พฤติกรรมก็สำคัญไม่แพ้กัน

“ถ้าคนในครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 พวกเขาควรระมัดระวังตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีคนจำนวนมากในครอบครัวที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากมีโรคเบาหวานบางชนิดที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ สำหรับโรคเบาหวานประเภท 2 ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด มีปัจจัยทางพันธุกรรมอยู่บ้าง แต่มักเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การกินมากเกินไป ไม่ค่อยออกกำลังกายหรือน้ำหนักเกิน ซึ่งถ้าในครอบครัวมีพฤติกรรมเดียวกัน ก็เป็นเบาหวานไปทั้งบ้าน

  • ไม่ใช่แค่ขนมที่ทำให้คุณเป็นเบาหวาน

“ถึงไม่ชอบของหวานแต่ชอบกินข้าว แป้ง ขนมปัง เมื่อถูกย่อยผ่านระบบย่อยอาหารก็จะกลายเป็นน้ำตาลและทำให้น้ำตาลสูงหลังกินเข้าไปเยอะ จึงเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเบาหวานได้ อาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้น้ำหนักเกินและมีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะในช่องท้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ซอส ซอส น้ำสลัด อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอกบางชนิด พวกเขายังช่วยให้เราได้รับพลังงานจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว และอาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้เช่นกัน”

  • ไม่ใช่แค่อาหาร แต่พฤติกรรมการกินมีผล

“หนึ่งคือการที่เรากินอาหารจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว การไม่ทานอาหารตรงเวลา การอดอาหาร อาจทำให้เราหิวมากขึ้นและต้องเปลี่ยนอาหารให้พลังงานสูงเพราะเราไม่กินตรงเวลาและขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนลดอินซูลินซึ่งทำงานได้ดีในตอนเช้า ส่วนหนึ่งของการกินบุฟเฟ่ต์ สิ่งเหล่านี้สามารถให้พลังงานมากกว่าที่เราต้องการ

“สำหรับ IF หากคุณควบคุมแคลอรีและเลือกประเภทอาหารที่เหมาะสมควบคู่ไปกับมัน จะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้จริง แต่ในกรณีของโรคเบาหวาน ถ้าจะทำ IF ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และข้อควรระวังในการลดน้ำหนักทุกวิถีทางคือช่วงเวลาในการลดน้ำหนัก ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายจะลดลง ฮอร์โมนความอิ่มก็ลดลงด้วย ดังนั้นถ้าคุณอยากจะทำ คุณต้องเข้มแข็งและทำต่อไป”

  • กิจวัตรประจำวันที่ไม่ควรเงียบ

“กิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทำงานที่บ้าน ทำงานที่โต๊ะทั้งวัน หรือนอนดูซีรีส์ทั้งวันไม่ออกกำลังกาย แถมยังทำให้ร่างกายใช้พลังงานและน้ำตาลน้อยลง การนอนไม่ใช่การงานกะเวลา ไม่มีเวลานอนที่ชัดเจนหรือนอนน้อย อีกทั้งยังมีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคอ้วนได้ในบางพื้นที่ สาเหตุทั่วไป โดยเฉพาะฮอร์โมนในร่างกายที่ทำหน้าที่สัมพันธ์กับเวลาอาจผันผวน และสามารถส่งผลต่อการเผาผลาญต่างๆ”

ปรับสักนิดให้ชีวิตมีความสุขห่างไกลโรค

“พยายามหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเป็นประจำ อาหารให้พลังงานสูง เน้นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ส่วนใครที่ติดหวานก็ค่อยๆปรับรสชาติอาหาร รวมถึงต้องพยายามเคลื่อนไหวในแต่ละวัน สามารถตั้งนาฬิกาให้เดินได้ทุก 1-2 ชั่วโมง ถ้าบ้านมีหลายชั้นให้เดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ ลดการซื้ออาหาร ขนม ของหวาน ตุน. ลองออกไปซื้ออาหารหรือทำกินเอง และอย่าลืมนอนหลับให้เพียงพอและดื่มน้ำให้มาก ๆ”

.
ที่มาข้อมูล