in

เข้าใจผู้ป่วย ‘โรคไบโพล่าร์’ (Bipolar Disorder) ไม่ใช่คนอันตราย อยู่ร่วมกันได้

เข้าใจผู้ป่วย ‘โรคไบโพล่าร์’ (Bipolar Disorder) ไม่ใช่คนอันตราย อยู่ร่วมกันได้

เข้าใจผู้ป่วย ‘โรคไบโพลาร์’
ไม่อันตรายอยู่ร่วมกันได้เพียงแค่ต้องรักษาให้หายเร็ว

ในช่วงเวลานี้ขอให้ทุกคนร่วมมือกันกักตัว ระยะห่างจากสังคม เป็นเรื่องปกติที่บุคคลจะประสบกับความรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือสภาวะจิตใจที่ควบคุมไม่ได้

…เลวร้ายยิ่งกว่าจากอีกมุมหนึ่ง สภาพสังคมที่เลวร้ายนี้ยังส่งผลต่อ ‘คนที่ไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์’ ได้เช่นกัน หากสถานการณ์ไม่มีแนวโน้มดีขึ้น เราอาจได้เห็นการสูญเสียที่ไม่คาดคิด เกิดมาเพื่อคนไข้ ‘โรคสองขั้ว’ ขึ้นอีกแล้ว เป็นไปได้

เรื่องราวความสูญเสียที่เรารู้จักในหนังสือพิมพ์หรือในจอโทรทัศน์ของผู้เป็นโรคไบโพลาร์ เหตุการณ์ส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามเจตจำนงของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่เกิดจากอารมณ์แปรปรวนที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งนำไปสู่อันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น ในช่วงอาการกำเริบ

นพ.หญิง พรทิพย์ ศรีโสภิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช โรงพยาบาลพระราม 9 ให้ข้อมูลว่าอาการของโรคไบโพลาร์นั้นยากที่คนรอบข้างจะเข้าใจ หลายครั้งมีโอกาสทำให้เกิดความขัดแย้ง และตามมาด้วยความรุนแรง ซึ่งคาดเดาได้ยากคือเราไม่รู้ว่าจะใช้ความรุนแรงในรูปแบบใด “ผู้ป่วยคือผู้กระทำ หรือผู้ป่วยกำลังถูกกระทำ” จึงจำเป็นที่คนรอบข้าง จะต้องเข้าใจธรรมชาติของโรคนี้เป็นอย่างดี

หลายครั้งที่ผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคไบโพลาร์และโรคซึมเศร้า เป็นโรคเดียวกัน แต่ความเข้าใจนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด โรคไบโพลาร์หรือ ‘โรคไบโพลาร์’ จัดเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ เช่นเดียวกับภาวะซึมเศร้า แต่ในขณะที่ภาวะซึมเศร้า จะมีอาการซึมเศร้าหรือซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัดเพียงอย่างเดียว…

“โรคไบโพลาร์จะแตกต่างกัน สามารถแสดงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในสองขั้ว” ขั้วแรกคือขั้วของระยะ ‘อารมณ์ขึ้น’ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แปรปรวนหรือหงุดหงิดมากเกินไป และอีกขั้วหนึ่งคือช่วง ‘ซึมเศร้า’ หรืออารมณ์ซึมเศร้าแบบเดียวกับภาวะซึมเศร้า

พูดง่ายๆ ก็คือ คนที่เป็นโรคไบโพลาร์จะพบกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างกะทันหัน ร่าเริงและขี้เล่นในทันใด กลายเป็นความเศร้าโดยไม่มีเหตุผลแล้วก็กลายเป็นความหงุดหงิด โกรธสิ่งรอบข้าง กลไกการเกิดโรคที่ซับซ้อนนี้จึงส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์ในการทำงานกับคนรอบตัวเพื่อดูแลตัวเอง และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือบทสรุปของความรุนแรงที่ไม่มีใครต้องการ มี.

แต่ก่อนที่เนื้อเรื่องจะนำไปสู่การสูญเสีย เราควรรู้ว่าโรคไบโพลาร์นั้นเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะด้วยการรักษาจากแพทย์หรือการใช้ยาเป็นประจำเพื่อลดอาการกำเริบ สิ่งสำคัญคือคนรอบข้างคุณ ต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เล็กน้อยหรืออาการในผู้ป่วยและผู้ป่วยต้องเข้าใจธรรมชาติของโรค ไม่มีทัศนคติเชิงลบต่อภาวะสุขภาพจิตที่เขาไม่กล้ารับการรักษา

“การรักษาที่เหมาะสมจะทำให้ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์เข้าใจตนเองได้ดีขึ้น ควบคุมและสังเกตอาการได้ดีขึ้นจนทำให้สภาวะอารมณ์มีเสถียรภาพมากขึ้น สามารถเข้าใจสภาพและคนรอบข้างจนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติในที่สุด แพทย์หญิง พรทิพย์ ทำการสรุป

ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ อาจทำให้ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วหรือรวมทั้งคนทั่วไปสามารถควบคุมอารมณ์ได้ยากขึ้นกว่าเดิม แต่อย่างน้อยเราเชื่อว่าวันหนึ่งชีวิตจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ อารมณ์แปรปรวนของทุกคนสามารถฟื้นฟูได้เช่นกัน

หรือหากต้องการปรึกษาทางเลือกการรักษาอารมณ์เพิ่มเติมสามารถพูดคุยกับโรงพยาบาลพระราม 9 ได้ที่เว็บไซต์: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital โรงพยาบาลพระราม 9 HEALTHCARE YOU can trust เรื่องสุขภาพ…ไว้วางใจเรา #โรงพยาบาลพระราม9 #COVIDSAFEHOSPITAL #CovidSafeHospital

.
ที่มาข้อมูล