in

อ่อนเพลียอย่างนี้ไม่มีโรค

อ่อนเพลียอย่างนี้ไม่มีโรค

ผู้ป่วยจำนวนมากมาหาหมอด้วยความอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรงทำงาน บางคนบอกว่าเหนื่อยง่าย บ้างก็ว่าร่างกายอ่อนเพลียผิดปกติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความกลัวที่จะเป็นโรคร้ายแรง

ส่วนใหญ่เวลาคนป่วย มักจะมีความรู้สึกอ่อนแออยู่เสมอ ดังนั้น หากมีความอ่อนแอก็มักจะนึกถึงโรคต่างๆ แต่สำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อยแต่ไม่มีอาการชัดเจนจะเป็นกังวล เมื่อไปพบแพทย์อาจตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ แพทย์เองไม่สามารถวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง

บางคนบอกว่ามันเกิดจากความเครียด หรือวิตกกังวล และหมอเองก็ไม่รู้จะให้ยาอะไรดี นอกจากยาแก้ซึมเศร้า วิตามิน หรือน้ำเกลือแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาของแต่ละคนด้วย และในกรณีของผู้ป่วยที่ได้รับยากล่อมประสาทก็จะยิ่งทำให้เซื่องซึมและอ่อนเพลียมากขึ้น

ความเหนื่อยล้าเป็นภาวะทางร่างกายและจิตใจโดยทั่วไป
ที่ทั้งเกิดจากโรคและไม่ใช่โรค เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก ร้อนจัด ความวิตกกังวล ความเครียด ภาวะทุพโภชนาการ หรืออาจเกิดจากโรคต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อหรือโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

สำหรับตัวผู้เขียนเอง พวกเขามักจะพยายามบอกผู้ป่วยให้พึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง ใช้วิจารณญาณวิเคราะห์อาการต่างๆ เมื่อรู้สึกไม่สบายว่าจำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่ มีสาเหตุที่แก้ไขได้โดยไม่ต้องใช้ยาหรือไม่?

กรณีอ่อนเพลียไม่มีอาการผิดปกติอื่นใดและสามารถหาสาเหตุได้ เช่น นอนน้อยเกินไป เครียด อาหารจำกัด เพื่อเป็นการแก้ไขสาเหตุ เปลี่ยนพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ พยายามผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำเกลือหรือยาชูกำลังใดๆ เพราะ “อาการบางอย่างไม่ใช่โรค” และ “โรคบางชนิดไม่ต้องการยา”

อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย บางครั้งสัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร เมื่อร่างกายขาดสารอาหารบางชนิดก็ทำให้รู้สึกเหนื่อย เซื่องซึม หรือเหนื่อยง่าย เช่น ขาดพลังงาน ขาดโปรตีน ขาดวิตามินบีหรือธาตุเหล็ก เป็นต้น

ดังนั้นคนที่จำกัดการรับประทานอาหารหรือกำลังพยายามลดน้ำหนัก จะมีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด ที่สำคัญจะต้องกินอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน ร่างกายจะได้มีความสมดุล กล้ามเนื้อแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดีขึ้น ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมด้วย ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปงดแอลกอฮอล์ ลดอาหารไขมันแปรรูป ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวันเพื่อหลีกเลี่ยงการคายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความอ่อนล้าเช่นกัน

นอกจากอาหารแล้ว คุณควรพักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจให้สบาย และหลีกเลี่ยงความเครียด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้กล้ามเนื้อและการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น

ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการอ่อนแรง อ่อนแรง พลังงานต่ำ แพทย์จะต้องซักประวัติและทำการตรวจร่างกาย ส่วนใหญ่ถ้าเป็นโรคก็จะมีอาการอื่นๆ ตามมาด้วย และจะสังเกตได้ไม่ยาก แต่ที่หมอมักถามคือ เป็นไข้ น้ำหนักลด หรือ ผอมลง? ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ หรือไม่ เป็นต้น เพื่อแยกความแตกต่างว่าโรคนี้เกิดจากการเจ็บป่วยหรือเกิดจากสาเหตุอื่น

สำหรับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ชนิดที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ พักผ่อนหรือปรับปรุงวิถีชีวิตและยังไม่ฟื้นตัว จัดเป็นประเภทการเจ็บป่วยที่วินิจฉัยยากทีเดียว ตามตำราอาการนี้เรียกว่า อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง-CFS) ซึ่งมักจะเหนื่อยล้าเป็นเวลานาน โดยส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 6 เดือน และมีอาการอื่นๆ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดข้อ เจ็บคอ มีไข้ นอนไม่หลับ ซึมเศร้า ฯลฯ
โรคนี้หายาก สาเหตุยังไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นผลจากโรคติดเชื้อเรื้อรัง ภาวะทุพโภชนาการ การขาดฮอร์โมนบางชนิด หรือเกิดจากความเครียดเรื้อรัง เป็นต้น การรักษาต้องใช้ยา โภชนาการ และการปรับวิถีชีวิตให้สมดุล

แต่สำหรับการอ่อนเพลียบ่อยๆ มักไม่ได้เกิดจากโรคหรือความเจ็บป่วย ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ผิดๆ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก ทานอาหารไม่เพียงพอ เครียด เป็นต้น ดังนั้น วิธีแก้ไขคือ การแก้ไขที่ต้นเหตุแทนที่จะพึ่งยาหรือน้ำเกลือบำรุง

.
ที่มาข้อมูล