in

อุบัติเหตุ

อุบัติเหตุ

เมื่อเดือนที่แล้วฉันไปโคราช วันแรกที่จะมาถึงในช่วงเช้าตรู่ พักในโรงแรมระหว่างเดินลงบันไดไปที่โรงอาหาร ครุ่นคิดคุยกับแขกไม่สังเกตขั้นตอนลง ลื่นเพราะพื้นเป็นหินแกรนิตและบันไดไม่มีแผ่นกันลื่นเหมือนที่อื่นจึงกระโดดลงไป 4_5 ก้าวและ หยุดอยู่ที่ขั้นบันไดกว้าง ซึ่งเป็นแท่นที่ฉันรู้สึกปวดที่ข้อเท้าขวาทันที แม้เดินกะเผลกชั่วขณะหนึ่ง พอได้พักกินข้าวก็เริ่มโล่งใจ แต่พอเดินลงน้ำหนักก็ยังเจ็บ ฉันคิดว่าข้อเท้าของฉันอาจจะแพลง ได้แต่ภาวนาขอให้ขาของเขาไม่หัก เพราะต้องยืนบรรยายในที่ประชุมวันรุ่งขึ้นทั้งวัน

พอกลับมาถึงห้อง ผมก็รีบโทรไปโรงแรมให้เตรียมน้ำแข็งให้ จากนั้นใส่น้ำแข็งก้อนลงในถุงพลาสติกประคบ ปวดข้อเท้านานถึงครึ่งชั่วโมง เวลาจะนอนให้ใช้หมอนรองเท้าที่เจ็บพยุงขึ้น (เหนือระดับหัวใจ) ทั้งหมดนี้เป็นการปฐมพยาบาลตนเองเพื่อลดอาการปวด บวม และอักเสบ
วันรุ่งขึ้นความเจ็บปวดลดลงอย่างมาก และบวมน้อยมาก แต่พอเดินลงน้ำหนักก็ยังรู้สึกเจ็บ ยิ่งเวลาขึ้นลงบันไดยิ่งเจ็บ
ฉันยังคงใส่น้ำแข็งที่ข้อเท้านั้น ทั้งเช้าและเย็น (โดยหลักการแล้วต้องประคบเย็นหลังได้รับบาดเจ็บ 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นหากยังมีอาการอักเสบอยู่ให้ใช้น้ำร้อนประคบแทน)

วันนั้นฉันเดินอย่างขยันขันแข็ง คือการใส่ใจทุกขั้นตอนที่ทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขึ้นบันได พวกเขาจะดูที่บันไดแต่ละขั้นและยึดราวบันไดไว้เผื่อกรณีที่ล้ม
วันนั้น (และอีกสองวันต่อมา) ฉันสามารถยืนบรรยายได้ทั้งวัน แต่เวลาพักจะพยายามยกเท้าสูงนั้น ในเวลากลางคืนเขาวางเท้าโดยใช้หมอน และเดินให้น้อยที่สุดจนถึงเวลานอน

จุดสำคัญอีกประการหนึ่งคือฉันงดการออกกำลังกาย (ที่เคยติดเป็นนิสัยทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด) ให้เท้าได้พักผ่อนเต็มที่ แน่นอนว่ามันต้องสนุกแน่ๆ
วันที่สาม เดินลงน้ำหนักได้ไม่ปวดเมื่อยอีกต่อไป
ถือเป็นอาการแพลงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะฉันสวมรองเท้าหนังส้นสูงในวันนั้น จึงช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ และเมื่อปฐมพยาบาลถูกต้อง อาการจะหายเร็วเกินคาด
สิ่งนี้ได้เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ได้บทเรียนมาเตือนใจ “อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด แต่รากของมันเกิดจากการหมดสติ หรือประมาทเลินเล่ออยู่เสมอ”??

นี่ทำให้ฉันนึกถึงเมื่อไม่กี่วันก่อนฉันไปเยี่ยมเพื่อน กระดูกข้อศอกหักเพราะตกบันไดสะพานลอยฝั่งตรงข้ามถนนในกรุงเทพฯ เพื่อนคนนี้เป็นตัวอย่างของคนง่ายๆ ประหยัด ชอบขึ้นรถเมล์ทั้งๆ ที่มีรถส่วนตัว ในวันที่เกิดเหตุ เขาข้ามสะพานลอยเพื่อเชื่อมต่อกับรถบัส แต่พระองค์รีบวิ่งลงสะพานลอย สะดุดล้มลงบันไดมากกว่าสิบขั้น ศอกหักไปหนึ่งข้างเพราะโดนขอบปูน จนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลและต้องหยุดงานไปนาน
เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ผมเคยประสบอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง แล้วไปร่วมสัมมนาที่ปากช่อง ในตอนเย็นมีแผนกต้อนรับ พอเห็นแขกต่างชาติรับเชิญเป็นวิทยากรไม่มีน้ำดื่มก็เลยวิ่งเข้าไปในครัวหาน้ำกินสักแก้วโดยไม่สังเกตเลยสะดุดสะดุดขอบปูนและ ล้ม. หน้าแข้งกระทบกับขอบปูน บาดแผลถูกเจาะทั้งสองข้างจนต้องไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการรักษาบาดแผล
ที่นี่ถ้าคุณพลาด “กฎแห่งกรรม” ต้องถ่อมตัวว่า “ทำไม! ทำดีและชั่ว”
สิ่งที่ฉันทำได้ดีคือเรียบง่ายและประหยัดเหมือนเพื่อนฉัน ตัวอย่างเช่น ฉันมีน้ำใจต่อแขกต่างชาติ
แต่ผลที่ตามมาคืออาการบาดเจ็บทางร่างกาย (แย่)

เมื่อเราไตร่ตรองอีกชั้นหนึ่ง เราจะพบว่าเราจับกฎแห่งกรรมผิด
อันที่จริง อุบัติเหตุทั้งสองนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ (เพราะความเร่งรีบทำให้ตาลีตาลันขาดความระมัดระวัง)
เงินออมของเพื่อนและน้ำใจของฉัน ก็ดีในตัวเอง ความภาคภูมิใจในตนเองและความสุข

การไม่ใส่ใจและประมาทเลินเล่อเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุจะทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งทางร่างกายและทรัพย์สิน ในกรณีที่รุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้ (เช่น เมาแล้วขับ)

ปีใหม่นี้ขอให้มีสติ และไม่ประมาทในชีวิตทุกที่ทุกเวลาจะรอดจากอุบัติเหตุและมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป!

.
ที่มาข้อมูล