in

อาการ “ปวดหัว”

อาการ “ปวดหัว”

ตอนนี้ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เรามักจะได้ยินคนบ่นว่า “ปวดหัว” บ่อยๆ ในประเทศเรามีแต่เรื่องเครียดๆ จนปวดหัว

เริ่มจากความเครียดในบ้านของครอบครัว ความเครียดเกี่ยวกับชาวบ้าน เครียดกับปัญหาของประเทศจนเกิดความเครียดจากวิกฤตการณ์โลก ความเครียดจากสภาพแวดล้อมเหล่านี้ยังทำให้ปวดหัวได้อีกด้วย แต่บางคนอาจเป็นไมเกรนนอกจากจะเครียดแล้ว บางคนปวดหัวจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น ความร้อนสูงเกินไป หรือบางคนทำงานหนักจนปวดต้นคอร้าวไปถึงศีรษะ

อาการปวดเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง คุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ บางคนแค่พักผ่อน หากคุณทำกิจกรรมคลายเครียด นวดเพื่อคลายความตึงเครียด หรือถ้าปวดมาก คุณสามารถใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำได้ แต่บางคนปวดมากจนต้องไปหาหมอเพราะกลัวจะเป็นโรคร้ายแรง บางคนคิดมากเกินไปและกลัวว่าสมองจะผิดปกติ คิดแบบนี้ก็เครียดและเจ็บปวด แต่อย่างน้อยการไปพบแพทย์ก็จะมีคนช่วยพูด ความเจ็บปวดจากสาเหตุใด ๆ ร้ายแรงเพียงใดและต้องปฏิบัติอย่างไร ถือว่าสบายใจ และรับยาแก้ปวด

อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่อาการปวดหัวเกิดจากการเจ็บป่วยที่รุนแรง มักมีอาการแปลกๆ เช่น ปวดหัวเฉียบพลัน อาเจียน ปวดศีรษะร่วมกับแขนขาอ่อนแรง เฉื่อยชา สับสน ฯลฯ ซึ่งต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาที่สาเหตุของโรคโดยด่วน

คนส่วนใหญ่ที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังเป็นเดือนๆ หรือหลายปีมาแล้ว เกือบทั้งหมดไม่มีโรคร้ายแรง ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด กลุ่มนี้จะมีอาการปวดบริเวณศีรษะหรือคอและไหล่ บางครั้งฉันรู้สึกเหมือนกำลังคาดเข็มขัด มักเกิดจากความเครียด อ่อนเพลีย อดนอน หรือนั่ง ยืน นอนผิดท่า

นอกจากอาการปวดศีรษะตึงเครียดแล้ว ยังอาจเกิดจากไมเกรน ซึ่งเป็นอาการทั่วไปที่มักเป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียวแบบสั่น บางครั้งก่อนเจ็บปวดจะมีตาให้เห็นแสงสว่าง มักพบในคนที่อายุไม่มากนัก ให้รักษาด้วยการฝึกฝนและใช้ยาร่วมกัน

แนวปฏิบัติทั่วไปคือทำให้ร่างกายแข็งแรง โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด รักษาจิตใจให้ปลอดโปร่ง ซึ่งสิ่งที่คนเหล่านี้มักรู้จักกันดีแต่ไม่ค่อยได้ทำหรือไม่ได้ตั้งใจ (หากคุณเป็นไมเกรน ให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ชา กาแฟ เนย กล้วย ช็อคโกแลต ผงชูรส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และต้องควบคุมความเครียด หัดผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น ความร้อนจัด แสงจ้า เสียงดัง)

สำหรับการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้ที่เป็นไมเกรนอาจลองซื้อยาดูฟลูนาริซีน 5 มิลลิกรัมและnortriptylene 10 มก. รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ก่อนนอน ให้ทานต่อเนื่องจนหายหรือบรรเทาแล้วหยุดยา แต่ไม่ควรเกิน 3 เดือน เพราะถ้าหายไปก็จะหายไปเลย ถ้าไม่หายก็ไม่หาย

สำหรับยาที่บรรเทาอาการปวดศีรษะรุนแรง ให้ใช้ยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ปวดอื่นๆ ค่อนข้างปลอดภัย โดยกินเฉพาะบางครั้งเมื่อปวดมาก

บางคนอาจสงสัยว่า “ปวดหัวแบบไหนถึงไปพบแพทย์”
อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นพร้อมกับอาการดังต่อไปนี้ ต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
1. คัดจมูก เมือกหนาสีเหลืองหรือสีเขียว ไอ เจ็บคอ มีเสมหะในลำคอ บ่งชี้ว่าไซนัสอักเสบ
2. ปวดตา ตาพร่ามัวเร็ว อาจเป็นต้อหินหรือเส้นประสาทตาอักเสบได้
3. หูอื้อ เจ็บหู บางคนมีหูอื้อ อาจเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบ
4.ปวดศีรษะเฉียบพลัน ปวดรุนแรง อาเจียนเป็นประวัติการณ์
5. อาการปวดศีรษะและความผิดปกติอื่นๆ เช่น สับสน เฉื่อยชา ร่างกายชา กระตุก และแขนขาอ่อนแรง บ่งบอกถึงความผิดปกติของสมอง

พยายามเรียนรู้ว่ามีอาการปวดหัวแบบไหน และต้องไปพบแพทย์หรือไม่?

.
ที่มาข้อมูล