in

อัศจรรย์แห่งโพชฌงค์ ๗

อัศจรรย์แห่งโพชฌงค์ ๗

ปาฏิหาริย์ของ Bojjhang 7


เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประชวร พระจันทาทรงตรัสรู้แล้วทรงรักษาให้หาย

สำหรับคนทั่วไป เมื่อป่วยแล้ว บอจจอง 7 สามารถช่วยอาการให้บรรเทาหรือหายได้หรือไม่?
ผู้เขียนเป็นทั้งแพทย์และอาจารย์แพทย์ ได้ให้การดูแลผู้ป่วยมาอย่างยาวนานและเห็นความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ ทั้งในภาวะปกติและการเจ็บป่วย ตลอดจนเห็นถึงความสำคัญของการดูแลหัวใจของผู้ป่วยเสมอมา (โดยไม่ต้องเป็นจิตแพทย์) พร้อมทั้งได้แนะนำให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญของการฝึกสติและการทำสมาธิ เพื่อที่จะรักษาใจเมื่อป่วยไปอีกทางหนึ่ง ส่วน Bojjong 7 นั้น เคยได้ยินมาแต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

ป่วยทางกาย มักป่วยทางจิต
เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อร่างกายป่วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะป่วยทางจิต บางครั้งความเจ็บป่วยทางจิตรุนแรงกว่าทางร่างกาย หรือบางคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแต่พอใจกับความเจ็บป่วยเท่านั้น อาการทางกายก็แย่ลง จนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคร้ายแรง

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่ของผู้เขียน อายุ 90 ปี สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากกระดูกหักจากการหกล้มแล้วและเป็นเบาหวานเล็กน้อยตอนอายุ 70 ​​ซึ่งไม่ต้องกินยา แค่ควบคุมอาหาร น้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม่ไม่เคยป่วยกับใคร แม้แต่อาการปวดเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อมในวัยชรา คุณแม่ก็ไม่เคยรู้เลย เมื่ออายุได้ 70 ปี มารดาได้ไปเที่ยวภูหลวงกับเพื่อนๆ เธอสามารถเดินได้ไกลถึง 14 กิโลเมตร เธอออกกำลังกายและฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน

เช้าตรู่วันหนึ่ง ใกล้วันเกิดฉันอายุครบ 90 ปี แม่ของฉันตื่นขึ้นพร้อมกับเป็นตะคริว แต่ก็ยังพยายามจะลุกขึ้นเดินเอง ทรุดตัวก้นกระแทกพื้น ส่งผลให้กระดูกสันหลังข้อหนึ่งทรุดตัวลง ปวดหลังและสะโพกทั้งสองข้างอย่างรุนแรง แม่เครียดมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ใจสั่น ปากแห้ง ความดันขึ้นจากปกติ น้ำตาลในเลือดสูงจนต้องกินยาลดน้ำตาลขนาดสูง ร่างกายบางมาก เหลือแต่ผิวหนังและกระดูก มันเจ็บมากเมื่อนั่งบนเก้าอี้ หลังจากหกล้มได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แม่ตื่นประมาณตี 4 และบอกให้พาไปโรงพยาบาลโดยด่วน เพราะรู้สึกเหนื่อยมาก อยู่ไม่ได้แล้ว เราตกใจมาก การวัดความดันโลหิตเป็นเรื่องปกติ เรากลัวว่าน้ำตาลในเลือดจะผิดปกติ ต่ำหรือสูงเกินไป แต่ผลการตรวจร่างกายก็ปกติ ระหว่างนอนโรงพยาบาลในเช้าวันนั้นแม่บอกว่าช่วยฉันตาย ไม่อยากมีชีวิตต่อไป รู้สึกเศร้า ใจของแม่ เศร้ามาก แม่หดหู่ ไม่ว่าลูกจะอยู่ใกล้แค่ไหน คอยให้กำลังใจก็ไม่ดีขึ้น ไม่สามารถรับประทานยาแก้ซึมเศร้าได้อีกต่อไป มีผลข้างเคียงมากมายจากยา จึงต้องงดยา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจร่างกายอย่างละเอียด ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

วันนั้นหลังจากตรวจและให้น้ำเกลือประมาณ 30 ซีซี แม่บอกว่าจะกลับบ้านจึงงดให้น้ำเกลือก่อน แต่เก็บเข็มไว้เพื่อไปต่อที่บ้าน ตกลงจะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่ดูเหมือนเข็มจะอุดตัน ดังนั้นน้ำเกลือจึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ผู้เขียนไตร่ตรองว่าจะทำอย่างไรกับแม่ ของแม่น่าจะเกิดจากความเครียดจากการปวดเมื่อยจากการหกล้มและช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะปกติแม่จะแอคทีฟมาก อาการคือ ใจสั่น ปากแห้ง ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนต้องกินยาหลายชนิด อาจเป็นเพราะระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ ทำให้ฮอร์โมนและการหลั่งสารผิดปกติไม่สมดุล ทั้งหมดนี้เกิดจากภาวะซึมเศร้าทางจิตใจและความเครียด

อธิษฐานให้โล่งใจ
ลูกๆหลานๆของเราดูแลกันอย่างใกล้ชิดทุกคนดูแลและให้กำลังใจหลังการจากไปของแม่ แต่ไม่ได้ผล คืนนั้นผู้เขียนชวนแม่ไปสวดมนต์ โดยนำหนังสือสวดมนต์มาอ่านให้แม่สวดมนต์ตามนั้น แม่ก็สวดมนต์ตาม (มารู้ทีหลังว่าแม่จำได้หมด คนเขียนเองจำไม่ได้) หลังจากสวดมนต์เสร็จ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที เธอจึงชวนแม่ของเธออ่านหนังสือบ็อกจองด้วยกัน เพราะผมได้หนังสือ “พุทธวิธีเพิ่มสุขภาพ” ของเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.ป.ป.) ที่ได้มอบให้แก่พระมารดา แต่ไม่เคยอ่านด้วยกัน เจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ได้เขียนบรรยายธรรมต่างๆ ทำให้เข้าใจได้ง่าย โดยเริ่มจาก สติ ธัมวิชยา วิริยะ ปิติ ปัสสาธี สมาธิ อุเบกขา เราอ่านและพูดคุยกัน แม่ปฏิบัติธรรมมากว่า 20 ปี แต่เมื่อป่วย ยังมีปัญหาสุขภาพจากการล้มเวลาอ่านเรื่องสติ จึงบอกแม่ว่าเป็นสิ่งที่แม่รู้อยู่แล้วว่าต้องใช้ เมื่อไปถึงธรรมวิชยาแล้ว ท่านเจ้าคุณเขียนไว้ว่าควรมองดูพระธรรม หยิบธรรมะหรือเห็นธรรม พูดถึงธรรมะ รวมถึงการสร้างความปีติและปัสสถีโดยให้มารดามองดูสิ่งรอบข้างและวางใจในสิ่งต่างๆ พวกเขาถูกต้องจริงๆ ย่อมดับทุกข์ได้ พระมารดาตรัสว่า ได้ปฏิบัติธรรมมายี่สิบปีก็จริง แล้วนางก็บอกนางว่าแสวงหาพระธรรมตามที่พระองค์ได้ทรงเขียนไว้ ผู้เขียนยังคงอ่านและพูดคุยกับเธอต่อไป หน้าแม่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ พออ่านจบ หน้าใสขึ้นเลยหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้เขียนรีบตื่นมาพบแม่ กลายเป็นปาฏิหาริย์ที่คุณแม่ลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ และออกกำลังกาย ดูสดใส มีชีวิตชีวา แตกต่างไปจากวันก่อน เมื่อญาติมาเยี่ยม คนที่มาวันก่อนก็แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมกลายเป็นคนละคนกันในชั่วข้ามคืน รักษายังไง หายจากน้ำเกลือหรือได้ยาวิเศษอะไรมา?
ผู้เขียนบอกให้ถามแม่ของคุณว่าเกิดอะไรขึ้น แม่บอกว่าโภชนา. ยาวิเศษของแม่ฉันคือโพจง 7 วันต่อมา แม่ของฉันพูดอย่างสดชื่น กำลังวางแผนงานวันเกิดครบรอบ 90 ปีที่กำลังจะมาถึงใช่ไหม คุณแม่ชวนลูกๆ ของเธอมาทั้งๆ ที่เธอเคยปฏิเสธทุกอย่างมาก่อน เป็นปาฏิหาริย์และอัศจรรย์แห่งการตรัสรู้อย่างแท้จริง

ผู้เขียนไม่เคยคิดว่าการฟัง Bojjong จะมีประสิทธิภาพเหมือนปาฏิหาริย์ เกือบ 2 ปีแล้วที่แม่ไม่เคยรู้สึกหดหู่ใจขนาดนี้ อาจมีความวิตกกังวลและความขุ่นเคืองเป็นครั้งคราว แต่ไม่เคย “อกหัก” เช่นนี้ ความดันโลหิตปกติโดยไม่ใช้ยา ไม่ใจสั่น น้ำตาลในเลือดจะควบคุมได้ง่ายมาก แค่เม็ดเดียวก็พอ เมื่อคุณอยู่ภายใต้ความเครียด คุณต้องทาน 2 เม็ดด้วยกัน 7 เม็ดต่อวัน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ แม่สบายดี เล่นเกมคอมพิวเตอร์ได้ มีกิจกรรมนอกบ้าน

การเจ็บป่วยส่งผลต่อร่างกาย
เมื่อวิเคราะห์ย้อนหลังเห็นได้ชัดเจนว่าอาการอื่นๆ ของมารดา นอกจากอาการปวดหลังและสะโพกทั้งหมดเกิดจาก “ความเจ็บป่วยทางจิต” จิตใจที่เจ็บป่วยสามารถทำให้เกิดโรคและอาการต่างๆ ในมารดาได้ ดังต่อไปนี้

  • เบาหวานจะรุนแรงขึ้น น้ำตาลในเลือดสูงมากจนต้องใช้ยาลดน้ำตาลในปริมาณมาก
  • ความดันเลือดสูงราวกับเป็นโรคความดันสูงจนต้องให้ยาลดความดันโลหิตอยู่พักหนึ่ง เมื่อหัวใจป่วยก็หยุดกินยาได้ ความดันโลหิตยังคงปกติ
  • หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนทำให้ใจสั่น นี้สามารถเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหัวใจ
  • กินไม่ได้ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการที่อันตรายมากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุเพราะจะมีโรคอื่นๆตามมาอีกมากมาย
  • ต่อมน้ำลายไม่ทำงาน แม้ว่าจะไม่เสื่อมไปตามอายุ แต่คุณสามารถรู้ได้หลังจากคุณป่วย น้ำลายปกติ ปากไม่แห้ง ถ้าต่อมน้ำลายเสื่อมตามอายุ อาการจะไม่หายไป

กรณีของแม่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าอาการป่วยทางกาย (เจ็บป่วย) และโรคทางใจ (ทางจิตใจ) ก็สามารถเหมือนกันได้ จนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นโรคทางกายทั้งสิ้น ซึ่งหากวินิจฉัยผิด รักษาอาการที่เกิดจากโรคหัวใจโดยเข้าใจความผิดในการรักษาโรคทางกายก็จะไม่ได้ผล ในทางกลับกันก็เหมือนกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแยกแยะว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของอาการ หากเกิดจากโรคทางกายก็ต้องรักษาทางกาย

จึงควรประเมินให้ถูกต้องและแม่นยำว่าอาการใดเกิดจาก “ร่างกายป่วย และอาการใดเกิดจากจิตใจป่วย” การรักษาโรคทางกายเป็นหน้าที่ของแพทย์ เฉพาะผู้ป่วยและญาติเท่านั้นที่ต้องให้ความร่วมมือ ส่วนการรักษาโรคหัวใจ แน่นอนว่าผู้รักษาไม่ใช่หมอ หรือพยาบาลและญาติต้องเอาใจใส่ดูแล แต่บทบาทสำคัญอยู่ที่ตัวผู้ป่วย เรื่องราวของคุณแม่นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพกายและใจแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการไว้วางใจให้ถูกต้อง ให้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วย ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของมนุษย์แม่ก็รู้สึกดีขึ้น หายตัวไปโดยไม่ใช้ยาเมื่อแม่เข้าใจและเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แม้ว่าอาการที่เกิดจากการหกล้มจะยังเหมือนเดิม การรักษาก็เหมือนเดิม แต่หลังจากนั้นไม่นานยาก็ลดลง

สำคัญต่อหัวใจ
ทุกข์ไม่ได้เกิดจากสิ่งภายนอก แต่เกิดจากการวางใจในสิ่งต่างๆ เอง รวมทั้งการเกิดโรคด้วย ด้วยความเชื่อใจที่ถูกต้อง อาการของหัวใจวายสามารถหายไปได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดการใช้ยา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้มาก เมื่อความไว้วางใจที่ถูกต้องมีประโยชน์มากมายมหาศาล เราต้องการวางใจอย่างถูกต้องเพื่อความสุขของทุกคน แต่ถึงเวลาทำหรือยัง? สมองที่ฉลาดอาจสั่งว่าทำได้ และบังคับตัวเองให้ทำจนได้ แต่ต้องตรวจสอบตัวเองด้วยว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่ เชื่อหรือบังคับตัวเองให้ทำ หากคุณกำลัง “กดดัน” ตัวเอง ภายนอกอาจดูเงียบเหงาในสายตาคนทั่วไป หรือแม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่รู้เพราะพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตามให้ทันซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกดดันอยู่ สิ่งนี้สร้างแรงกดดันและความเครียดที่พร้อมจะระเบิดในภายหลัง และอาจส่งผลเสียทั้งต่อตนเองและผู้อื่น การกดต้องใช้พลังงานมาก เป็นการเปลืองพลังงานโดยไม่รู้ตัว และในแต่ละวันมนุษย์ก็หมดแรงด้วยการเผาผลาญพลังงานดังกล่าว ถ้าเป็นเช่นนั้นจะวางใจอย่างถูกต้องได้อย่างไร? หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “รู้ทุกสิ่งตามความเป็นจริงและไว้วางใจให้ถูกต้อง”

บางท่านอาจทำได้เกือบโดยอัตโนมัติ กล่าวคือ รู้จักโลกและชีวิต แต่คนส่วนใหญ่ไม่เป็นเช่นนั้น ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องสิ้นหวัง และควรดีใจที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะฝึกฝนจิตใจได้ พัฒนาจิตใจของคุณไปสู่ระดับสูงสุด โดยเฉพาะผู้ที่เรียกตนเองว่า “พุทธศาสนิกชน” ควรจะสามารถตรวจสอบได้ว่าตนเป็นชาวพุทธที่แท้จริงหรือไม่ ได้ทำในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนถึงขั้นปฏิบัติได้จริง คือ การฝึกวิปัสสนาจนเกิดปัญญา” ที่จะ “รู้ทุกสิ่งตามความเป็นจริง และไว้วางใจให้ถูกต้อง”?

มาร่วมกันฝึกจิตให้ฉลาดรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริง และไว้วางใจอย่างถูกต้อง ปาฏิหาริย์ทั้งเจ็ดเช่นนี้

.
ที่มาข้อมูล