in

อัมพฤกษ์ อัมพาตกับการรักษาแบบแพทย์แผนจีน

อัมพฤกษ์ อัมพาตกับการรักษาแบบแพทย์แผนจีน

อัมพาต อัมพาต ด้วยการรักษาแบบแพทย์แผนจีน

เมื่อเป็นอัมพาต อัมพาต ผู้ป่วยบางรายจะถูกส่งไปยังโรงพยาบาล มีการตรวจร่างกาย เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ตรวจหาความผิดปกติ หาสาเหตุ หาตำแหน่งของโรค ถ้าไม่มากก็จะหาหมอนวด หมอแผนจีน หรือหมอบ้านมานวด หรือกินยาหม้อ ฝังเข็ม โดยไม่ยอมไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ต่อมาบางคนหายจากอาการหมดสติ เป็นอัมพาต อัมพาต ซีกโลกอ่อนหรือตึง ปากคด พูดไม่ชัด นอกจากจะไปกายภาพบำบัดแล้ว ยังไปพบหมอฝังเข็ม หมอนวด แพทย์แผนจีน และหมอพื้นบ้านด้วยกัน

ตำราแพทย์แผนจีนโบราณ หมายถึง โรคที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการต่างๆ อาการชัก หมดสติ เกิดจากลม ผู้ป่วยหลังตื่นนอนพบว่าปากเอียง ตาไม่สนิท ใบหน้าเอียง หรือยกแขนขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ หรือบางคนระหว่างการประชุมที่เครียดก็หมดสติไปทันที เป็นอาการที่เกิดขึ้นกะทันหัน เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงเรียกว่าการกระทบของลม (ซึ่งอาจเกิดจากลมภายในหรือลมภายนอก) ยาจีนเรียกว่า Zhong Feng

ลมกระทบหรือ Zhongfeng หมายถึงอะไร?
ในการแพทย์แผนปัจจุบัน หมายถึง โรคหลอดเลือดสมองตีบ. หลอดเลือดตีบหรืออุดตันหรือจากสาเหตุของเนื้องอก การอักเสบของหลอดเลือดในสมองแล้วทำให้หมดสติ หมดสติ อัมพาต อัมพาตครึ่งซีก พูดไม่ชัด ถ้ารู้สึกไม่ปกติมากขึ้น เขามีอาการเพียงอัมพาตครึ่งซีก หรือแค่หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท และมุมปากหลบตา?

สาเหตุของ Zhongfeng Syndrome คืออะไร?
1. ความไม่สมดุลพื้นฐานของความมีชีวิตชีวาของร่างกายและการสูญเสียเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนปกป้องผิว รูขุมขนปิดไม่สนิท เมื่อโดนลมจากภายนอก เส้นเมอริเดียนที่เลี้ยงผิวหนังและกล้ามเนื้อจะอุดตัน ยิ่งถ้าเป็นคนพื้นๆ ก็มีเสมหะตกค้างสะสมอยู่ ลมจะทำให้น้ำมูกอุดตันมากขึ้น หากปิดกั้นเส้นเมอริเดียนทำให้เกิดโรคในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยยังคงสติ มีอาการ ปาก ตา หรือหน้าบิดเบี้ยว หรืออัมพาตครึ่งซีก
2. หยินหยางพื้นฐานของร่างกายไม่สมดุล มักเกิดจากสภาวะหยินที่แข็งแกร่ง การสูญเสียหยิน ทำให้พลังงานหยางลอยสูงขึ้น ความเครียดทางอารมณ์โดยเฉพาะความโกรธ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอ และการดื่มเป็นเวลานาน ความร้อนในร่างกายรวมถึงสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย จะทำให้เลือดและพลังงานเคลื่อนขึ้นไปด้านบน เรียกว่าลมภายในการเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรง
3. การดื่ม การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลทำให้ม้ามทำงานได้ไม่ดี การย่อยอาหาร การดูดซึม ภาวะทุพโภชนาการ การตกค้างของความชื้นและเสมหะของเสียตกค้างเป็นเวลานานทำให้เกิดไฟ (ความร้อน) ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเมอริเดียน หรืออุดตันทวารหนักได้ง่ายๆ
4. อารมณ์ : ความแปรปรวนของจิตใจ อารมณ์ และอารมณ์ ติดอยู่เป็นเวลานาน ทำให้กลไกอำนาจติดอยู่ เลือดและอำนาจไม่ไหล หรือไฟภายในร่างกาย ไฟทำให้ลมภายในผันผวน และขึ้นไปข้างบน

สรุป พื้นฐานของความไม่สมดุลของร่างกายอันเนื่องมาจากการสูญเสียพลังงาน ม้ามพร่อง ความบกพร่องทางการได้ยิน หรือพลังงานอุดกั้น เสมหะของเสียตกค้าง ลิ่มเลือด ไม่หมุนเวียนไฟในร่างกาย เปลี่ยนลมภายใน หรืออาจมีผลกระทบจากลมภายนอกด้วย ทำให้สภาพของ Zhongfeng

ผลกระทบของลมทำให้เกิดอัมพาต อัมพาตได้อย่างไร ความรุนแรงของโรคจำแนกได้อย่างไร?
ลมธรรมดาจริงๆในสภาพของอากาศรอบตัวเราในฤดูกาลต่างๆ อาจทำให้คนเป็นหวัดได้บ่อยๆ เช่น โดนลมร้อน ลมหนาว ลมจะทำให้รูพรุนเปิดออก ความร้อนและความเย็นจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายในส่วนต่างๆ ของเส้นเมอริเดียนทั่วร่างกายมากขึ้นจะรุกเข้าสู่ระดับกล้ามเนื้อ หากร่างกายอ่อนแออาจบุกไปถึงระดับเลือด
แต่ลมกระทบกระเทือนแบบนี้เรียกว่าลมภายนอกหรือลมจริง ความเข้มไม่แรงมาก
1. หากมีอาการชาของผิวหนังและกล้ามเนื้อปาก ลิ้นเบี้ยว ใบหน้าเป็นอัมพาตเท่านั้น ถือว่าลมเข้าระดับช่องลมหรือเส้นเมอริเดียน
2. หากมีอาการชาในครึ่ง แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว หน้าคด พูดไม่ชัด แสดงว่าลมเข้าระดับจิง หรือเส้นลมปราณหลักซึ่งมักเกิดจากลมภายใน หรือได้รับผลกระทบจากลมภายนอกด้วย
3. หากอาการคล้ายข้อ 2 แต่รุนแรงกว่า คือ ผู้ป่วยมีความรู้สึกตัวน้อยลง เช่น เบลอ เพ้อ หรือหมดสติ แสดงว่าลมกระทบอวัยวะภายใน

หลักการรักษาของแพทย์แผนจีนมีอะไรบ้าง? ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
1. ระดับลมส่งผลต่ออวัยวะภายในของจวงฝู
ผู้ป่วยจะมีสติสัมปชัญญะลดลง จนหมดสติต้องทำเปิดทวารหนัก เพื่อให้ฟื้นคืนสติซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละบุคคล อาจใช้การฝังเข็ม รมยา หรือยาสมุนไพรจีน
2. ระดับจิงหลัว (เมริเดียนสาขา – เมริเดียนสาขา)
(ผู้ป่วยที่กระทบต่ออวัยวะภายในเมื่อมีสติสัมปชัญญะจะเข้าสู่ระยะนี้ โรคจากภายในกลับสู่ภายนอก) มักมีปัญหาดังนี้
o พื้นฐานของร่างกาย : บางคนจะมีภาวะขาดเลือด บางคนจะมีเรื่องราวของหยางที่แข็งแกร่ง, หยินที่อ่อนแอ.
o อัมพาต อัมพาตครึ่งซีก อ่อนแรง ตึง
o ปัญหาการพูด
o ปากคด หน้าคด
o อารมณ์แปรปรวน
การรักษารวมถึงการรักษาภาวะต้นเหตุพร้อมกับการปรับสมดุลของสาเหตุต้นเหตุในกรณีฉุกเฉิน เช่น ส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายใน ต้องเน้นแก้อาการให้ฟื้นคืนสติ แล้วปรับพื้นฐานร่างกายควบคู่ไปกับการรักษาตามอาการ

การฝังเข็มและสมุนไพรจีนร่วมกับการนวดกดจุดที่เหมาะสมจะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วและกลับสู่สภาวะที่ใกล้เคียงปกติมากกว่าการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันหรือการใช้ยาเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างของตำรับยาสมุนไพรสำหรับรักษาอาการจงเฟิง ได้แก่
1. อันกงนิววังว่าน
ใช้เพื่อเปิดทวารหนักและขับเสมหะร้อนที่อุดตันเยื่อหุ้มหัวใจ (บริเวณสมอง) ใช้ในผู้ป่วยหมดสติรู้สึกน้อยเพราะลมภายในกระทบจวงฝูและเสมหะร้อนไปอุดทวารหนัก
2. ปู่หยางฮวนหวู่ถัง
ยาที่เพิ่มพลังและเลือดเพื่อเสริมสร้างร่างกาย และทำลายสิ่งกีดขวางในเส้นเมอริเดียน
3. Zhen Gan Zi Feng Tang
ช่วยระงับพลังหยางที่ลอยขึ้นสู่ยอด นอกจากนี้ยังมีการบำรุงรักษาการได้ยิน ใช้แก้ไขรากฐานหยางที่แข็งแรง ร่างกายบกพร่องทางการได้ยิน ในทางปฏิบัติมักต้องปรับขนาดยาและขนาดยา เพื่อให้สอดคล้องกับผู้ป่วยและสภาวะของโรคในแต่ละระยะ

คนเป็นอัมพาต เป็นอัมพาต และฟื้นตัวมีโอกาส อีกครั้งได้ไหม วิธีป้องกัน
คนที่เคยหายดีแล้ว (มักมีอาการไม่รุนแรงส่งผลต่อระดับเมริเดียน) มีโอกาสเป็นอีกและครั้งต่อๆ ไปมักจะรุนแรงขึ้น บางคนเคยเป็นซีกขวามาก่อน หากควบคุมปัจจัยเสี่ยงไม่ได้ มีโอกาสที่ซีกซ้ายยังคงอยู่ แม้จะหายาก

ป้องกัน
1. แผนปัจจุบันที่แนะนำ ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน ความเครียด เป็นต้น จีนตัวเต็มก็คล้ายคลึงกัน ควบคุมพลังหยาง (เทียบกับความดันโลหิตสูง) ควบคุมความชื้นเสมหะตกค้าง (เทียบกับหลอดเลือด) และการควบคุมอารมณ์
2. ที่สำคัญ ผู้ที่มีเลือดและพลังที่หมดไป ยังต้องเสริมสร้างพลังพื้นฐานของร่างกาย เช่น คนที่เหนื่อยง่าย เหงื่อออกง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคลื่อนไหวได้ง่ายและเหนื่อย คนที่เป็นหวัดจะเป็นหวัดได้ง่ายเมื่อเกิดความหนาวเย็น
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศเย็นและลมจากภายนอก เช่น การเป่าพัดลม การเป่าลมขณะนอนหลับ ทำให้ใบหน้าหรือร่างกายได้รับผลกระทบจากลมเป็นเวลานานหรือมากเกินไป
4. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารทอด งดบุหรี่ และแอลกอฮอล์ กินอาหารที่สดเช่นผลไม้สดและผักที่ไม่มันเยิ้ม
o ควบคุมอารมณ์โดยเฉพาะความโกรธ การฝึกจิต การทำสมาธิ
o ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้เลือดและพลังไหลเวียนดี
o หากพลังเลือดไม่ดี อาจต้องใช้สมุนไพรเพื่อความสมดุลเช่นกัน

อะไรคือสัญญาณเตือนในคนปกติว่าพวกเขาอาจเป็นอัมพาต?
แผนปัจจุบันส่วนใหญ่ควบคุมความเสี่ยง จะมีสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นอัมพาต อัมพาตได้เมื่อปัจจัยเสี่ยงไม่ได้รับการควบคุมอย่างดี หรือแขนขาข้างหนึ่งอ่อนแรง พูดไม่ชัด ลิ้นห้อย น้ำลายไหลขณะหลับ ตาปิดไม่สนิท ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง

ในภาษาจีนแบบดั้งเดิม มีสัญญาณการเกิดของ Zhongfeng มากมายนอกเหนือจากแผนปัจจุบัน (ซึ่งมักจะมีอาการชัดเจน) เช่น เวียนศีรษะ ปวดศีรษะเป็นพักๆ มีเสียงแผ่วเบาในหูเป็นช่วงๆ ความจำเสื่อมเฉียบพลันในคนที่มีความจำดีก่อนมือจะสั่นเป็นเวลานาน ชาที่มือ ตากระตุก กล้ามเนื้อกระตุก ทั้งหมดข้างต้นมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเป็นระยะ

สรุปได้ว่า หากมีความไม่สมดุลถึงขั้นมีการแสดงออกของสองซีก (ซ้ายและขวา) การทรงตัวสองส่วน (บนและล่าง) ของร่างกาย เช่น แขน ขา และหัวข้างหนึ่งมี ปัญหา. หัวร้อนแต่เท้าเย็น ต้องแก้ไขโดยเร็วเพราะอาจเป็นสัญญาณของอนาคตที่อาจนั่งกินได้ซึ่งทุกคนไม่ต้องการ

.
ที่มาข้อมูล