in

หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันหมายถึงการอักเสบของเยื่อบุผิวภายในหลอดลม ทำให้ต่อมเมือกของหลอดลมเติบโตและขับเสมหะ (เสมหะ) ออกมามากกว่าปกติ ไอมีเสมหะ บางครั้งอาจทำให้หลอดลมตีบแคบได้ อาจทำให้หายใจไม่ออก

โรคหลอดลมอักเสบแบ่งออกเป็นเฉียบพลัน (ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ) และเรื้อรัง (ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการสูบบุหรี่ มักมีอาการไอมีเสมหะทุกวันเกิน 3 เดือนใน 1 ปี และติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี)

ที่นี่เราจะพูดถึงเฉพาะโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเท่านั้น
♦ ชื่อไทย โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน
♦ ชื่อภาษาอังกฤษ โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน
♦ สาเหตุ
ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ เหล่านี้มักเป็นไวรัสชนิดเดียวกันที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ มักพบหลังจากเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ บางครั้งอาจมีอาการแทรกซ้อนของการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เสมหะเปลี่ยนเป็นสีขาว (จากการติดเชื้อไวรัส) เป็นสีเหลืองหรือเขียว

บางชนิดอาจเกิดจากสารระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ท่อไอเสียรถยนต์ ฝุ่นละออง สารเคมี เป็นต้น นอกจากนี้ในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน อาจมีน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์กรดไหลย้อนลงมาทำให้หลอดลมระคายเคืองได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ต่อมเมือกของหลอดลมโตขึ้น และมีเสมหะมากขึ้น

♦อาการ
ที่สำคัญคือไอบ่อยๆ ระยะแรกอาจจะไอแห้งๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วันต่อมา ไอมีเสมหะเล็กน้อย ต่อมาเสมหะจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เสมหะอาจจะใสหรือขาว (หากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือการระคายเคือง) หรือเมือกหนาสีเหลืองหรือเขียว (หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย)

ส่วนใหญ่มักไม่มีไข้ บางคนอาจมีไข้ต่ำๆ 3-5 วัน
ผู้ป่วยมักมีอาการไข้หวัดใหญ่ เจ็บคอก่อนไอ บางคนอาจไม่เคยมีอาการเหล่านี้มาก่อน

โดยปกติ อาการไอจะคงอยู่เป็นเวลา 1 ถึง 3 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีอาจนานกว่านี้ อาจไอมากตอนกลางคืน (จนนอนไม่หลับ) หรือหลังตื่นนอนตอนเช้า

บางคนอาจมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอ หรือเจ็บหน้าอกเวลาไอ ในเด็กเล็กอาจมีอาการไอและอาเจียน และบางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอก หรือรู้สึกหมดแรงร่วมกัน

♦ การแยกโรค
ไอมีเสมหะ อาจเกิดจากสาเหตุอื่นเช่น

– โรคปอดบวม ผู้ป่วยมักมีไข้สูง ไอ มีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว อาจมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงเมื่อหายใจเข้าลึกๆ หากรุนแรง มักมีอาการหายใจลำบากร่วมด้วย

– วัณโรคปอด ผู้ป่วยมักมีไข้ต่ำ อาการไอเรื้อรังนานเป็นสัปดาห์ถึง 1 เดือน เสมหะสีเหลืองหรือสีเขียว ต่อมาจะมีอาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร น้ำหนักลด บางรายอาจไอเป็นเลือด

– โรคมะเร็งปอด ผู้ป่วยมักมีอาการไอเรื้อรังนานหลายสัปดาห์ นานถึงหนึ่งเดือน อาจมีอาการเจ็บหน้าอกเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาจะมีอาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หายใจลำบาก ผู้ป่วยมักมีประวัติการสูบบุหรี่มาอย่างยาวนาน แต่บางคนอาจไม่เคยมีประวัติการสูบบุหรี่มาก่อน

– ภูมิแพ้ ผู้ป่วยมักมีอาการคัดจมูก คันคอ มีเสมหะ น้ำมูกใส ไอ และจาม เมื่อสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ เช่น อากาศเย็น ฝุ่น ขน เป็นต้น มักมีอาการเป็นๆ หายๆ และสุขภาพโดยทั่วไปก็ดี

– หอบหืด ผู้ป่วยมักมีอาการไอเรื้อรัง และมีอาการหายใจลำบากเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่ไม่มีไข้ มักมีประวัติเป็นญาติสนิทกับโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้อื่นๆ

♦ การวินิจฉัย
แพทย์ของคุณจะวินิจฉัยโรคหลอดลมอักเสบจากอาการต่างๆ เช่น ไอมีเสมหะ โดยเฉพาะหลังเป็นหวัดหรือเป็นไข้หวัด ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้ดี น้ำหนักไม่ลด สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ

ในความไม่แน่นอน อาจต้องทำการทดสอบเพิ่มเติม เช่น การเอ็กซ์เรย์ปอด การตรวจเสมหะ และการตรวจหลอดลม (หลอดลม)

♦ การดูแลตัวเอง
1. เมื่อไอมีเสมหะ กรุณาประพฤติตนดังนี้
– พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ
– ดื่มน้ำอุ่นปริมาณมาก ช่วยระบายเสมหะ
– งดการสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น น้ำเย็น น้ำเย็น น้ำแข็ง อาหารทอด ของทอด น้ำมัน ฝุ่น ควัน อากาศเสีย ลมจากพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ

2. ให้ยาบรรเทาอาการ ตัวอย่างเช่น ยาลดไข้ (ถ้าคุณมีไข้) ถ้าคอของคุณระคายเคืองมาก ให้อมยาอม จิบน้ำผึ้งและมะนาวหรือน้ำมะนาวกับเกลือและน้ำตาล หลีกเลี่ยงการใช้ยาระงับอาการไอ และยาแก้แพ้ (เช่น คลอเฟนิรามีน) สามารถทำให้เสมหะขับออกได้ยาก

3. ควรไปพบแพทย์ หากมีลักษณะดังต่อไปนี้
– ลดน้ำหนัก
– หายใจถี่
– มีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว
– มีไข้เกิน 7 วัน
– ไอเป็นเลือด
– เจ็บหน้าอกเฉียบพลันเมื่อหายใจเข้าลึกๆ
– อาการไอไม่บรรเทาใน 2 สัปดาห์ หรือมีความวิตกกังวลหรือไม่มั่นใจในดูแลตัวเอง

♦ การรักษา
แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ และสาเหตุที่พบดังนี้
1. แนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองดังกล่าว
2. ให้ยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาขยายหลอดลม (ถ้าหายใจมีเสียงหวีดหรือหลอดลมหดเกร็ง)
ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน (อะม็อกซีซิลลิน), อีรีโทรมัยซิน หรือโคทริมอกซาโซล (cotrimoxazole) สำหรับผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเท่านั้น (เช่น โรคหอบหืด หลอดลมหดเกร็ง) หรือไอมีเสมหะสีเหลืองหรือสีเขียวนานกว่า 7 วัน
4. ในกรณีที่พบว่าเกิดจากกรดไหลย้อน แพทย์ของคุณอาจสั่งยาลดกรด เช่น โอเมพราโซล

♦ ภาวะแทรกซ้อน
ที่อาจร้ายแรง แต่ปอดบวม ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะพบได้น้อยกว่า 5% ส่วนใหญ่ในทารก ผู้สูงอายุ คนที่สูบบุหรี่ หรือเป็นโรคปอดเรื้อรัง (เช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง)

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจกลายเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมโป่งพองได้โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่

♦ ความก้าวหน้าของโรค
ส่วนใหญ่มักจะสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรักษาตามอาการ ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพียงเล็กน้อย
อาการไอมักกินเวลา 1 ถึง 3 สัปดาห์ บางคนไอเป็นเวลา 7-8 สัปดาห์ หรือ 3 เดือนโดยมีอาการไอแห้ง หรือมีเสมหะขาว เนื่องจากเยื่อบุหลอดลมถูกทำลายโดยการอักเสบ ทำให้หลอดไวต่อสิ่งเร้า (เช่น ควันบุหรี่ ควัน ฝุ่น ลม ความเย็น) ผู้ป่วยมักจะไม่มีไข้ ไม่มีการลดน้ำหนัก คุณสามารถกินและทำกิจกรรมได้ตามปกติ แพทย์ของคุณจะแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการระคายเคือง ให้ยาแก้ไอและรอให้หลอดลมค่อยๆ ช้าลง กลับเป็นปกติ

♦ การป้องกัน
ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และหาวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่หรือไข้หวัดใหญ่ (เช่น อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยไอจามใส่หน้า ล้างมือบ่อยๆ)

♦ ความชุก
โรคนี้พบได้บ่อยในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่สูบบุหรี่ รวมทั้งผู้ที่เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

.
ที่มาข้อมูล