in

หยางแท้-ยินเทียม ร้อนแท้-เย็นเทียม

หยางแท้-ยินเทียม ร้อนแท้-เย็นเทียม

“ฉันเป็นคนเย็นชา แขนขาของฉันเย็น แต่ร่างกายฉันร้อน ท้องผูก เป็นแผลบ่อย ฉันเป็นโรคอะไร”
“คนใกล้ตัวมักพูดว่าฉันมีกลิ่นปาก ฉันไปหาหมอฟันแต่หาสาเหตุไม่พบ หมอจีนบอกว่าข้างในร้อน เพราะเขากระหายน้ำ ดื่มมาก หงุดหงิด ลิ้นและชีพจรของเขาบ่งบอก แล้วให้ยากินดูดีขึ้นมาก”??

หลายอาการที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์แผนจีน มักรวบรวมเป็นกลุ่มอาการ ประสานงานกับภาพ (ดู) ถาม ดมกลิ่นและวินิจฉัยด้วยการสัมผัสชีพจร สรุปคือการวินิจฉัยแยกโรค เพื่อวางแผนการรักษา

อาการของผู้ป่วยทั้งสองรายข้างต้นอาจมีรายละเอียดบางอย่างเหมือนกัน บางอย่างแตกต่างกันแต่บางครั้งก็สรุปว่า มีพื้นฐานความไม่สมดุลคล้ายกัน การวางแนวการรักษาจะเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดที่ต้องปรับเปลี่ยน หรือการใช้ยาเฉพาะที่ต่างกันเรียกว่าลดสูตรยา

1. ร้อนจริง-เย็นจริง อาการทางคลินิกที่สำคัญมีอะไรบ้าง?

– อาการ ที่ผู้ป่วยมักพบ ได้แก่
แขนขาเย็น ร่างกายร้อน (หน้าอกและท้อง)
– โรคประจำตัวอื่นๆ ซึ่งรวมถึงไข้สูง กลัวความหนาวเย็น และใบหน้าขาดความกระฉับกระเฉง (บางคนหมดสติ) ดำคล้ำ
ในผู้ป่วยที่ไม่มีไข้สูง มักมีกลิ่นเหม็น ปากเหม็น กระหายน้ำ ดื่มน้ำมากๆ ท้องผูก แห้ง อุจจาระเป็นก้อน ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม
– การตรวจลิ้นและชีพจร พบว่า ลิ้นเป็นสีแดง ลิ้นมีสีเหลืองเคลือบที่ลิ้น ชีพจรนั้นลึก เร็ว และแรง

2. ทำไมปรากฏการณ์ร้อนเย็นเกิดขึ้นจริง? สาเหตุคืออะไร?
พื้นฐานโดยรวมของร่างกายคือหยางฉีมาก มีสาเหตุมาจากหยางหรือผลกระทบจากความร้อนภายนอกและเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดความร้อนสะสม ซึ่งเป็นผลมาจากการต่อสู้ของเซียวฉีและเจิ้งฉี (เชื้อโรคและพลังงานพื้นฐานของร่างกาย) พลังงานความร้อนที่ปิดกั้นอยู่ภายใน ไม่สามารถลุกลามไปถึงแขนขาได้ ทำให้แขนขาเย็นลง
ยังมีโรคอีกมากมายที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภายนอก แต่เนื่องจากความร้อนสะสมภายในที่เกิดจากของเสีย เช่น เสมหะตกค้าง ลิ่มเลือด อารมณ์อุดกั้น พลังงานอุดตัน

3.กลไกการเกิดร้อน-เย็นที่แท้จริงคืออะไร?
หยางและความร้อนที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย พลังงานหยางถูกระงับ สิ่งกีดขวางภายในไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายภายนอกไม่สามารถอุ่นกล้ามเนื้อและผิวหนังของแขนขาได้

ความร้อนภายในมีจริง (ความร้อนจริง) ทำให้ร่างกายภายในร้อนขึ้น (หน้าอก, ท้อง), กระหายน้ำ, ดื่มน้ำมาก ๆ, ปากเหม็น, อุจจาระแข็ง, ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม, ลิ้นสีแดง, เคลือบลิ้นเหลือง

ความหนาวเย็นของแขนขาเป็นเงื่อนไขเทียม (เป็นหวัดเทียม) ทำให้เกิดอาการหนาวในแขนขา หรือกลัวความหนาวเย็น ใบหน้าของเขาไม่มีชีวิตชีวา สีม่วงเข้ม ชีพจรของเขาลึกและค่อนข้างเร็ว เนื่องจากพลังงานหยางถูกระงับ (สถานะเทียม) ชีพจรที่แรงบ่งบอกถึงสถานะที่แข็งแกร่ง (สถานะจริง)

4. ความเย็นจริงกับความเย็นเทียมต่างกันอย่างไร?

5. หลักการรักษาและสูตรยาพื้นฐานที่ใช้ในการรักษามีอะไรบ้าง?
หลักการรักษาเป็น
1. รักษาโรคหวัดด้วยยาเย็น
2. ระบายความร้อนภายใน

สูตรพื้นฐานที่ใช้

1. สูตร Bai-Hu-Tang
มีส่วนผสมทางยาที่สำคัญ ได้แก่ Shi Kao, Zhi Mu, Jing Mi, Kancao
ซื่อเก้า เป็นยาหลัก ขับความร้อน เสริมจิน (ของเหลวในร่างกายใส) แก้กระหาย ขับความร้อนที่ระดับ Qi
จือมู่ เป็นยารองขับความร้อนของปอดและกระเพาะอาหาร เหมือนยาหลักดับกระหาย
จิงมี เป็นอาหารเสริมบำรุงกระเพาะ ป้องกันทั้งสูตรไม่ให้เย็นเกินไป ป้องกันผลกระทบกระเพาะอาหาร
ป้องกัน มันเป็นการทำงานร่วมกันเช่นเดียวกับ Jing Mi นอกจากนี้ยังเป็นตัวปรับสำหรับสูตรทั้งหมดของยาให้เข้ากันได้
(สูตรนี้เหมาะกับการแช่เย็นภายนอก)
2. สูตร Da-Cheng-Chi-Tang
มียาสำคัญ ได้แก่ Da Huang, Mang Xiao, Zi Shi, Hou-Father
ต้าหวาง รสขม สรรพคุณ ขับลมร้อน ขับลิ่มเลือด ขับถ่ายอุจจาระ
หวงเสี่ยว รสเค็ม สรรพคุณเย็น ขับความร้อน นิ่มนวล ชุ่มชื่น ขับถ่าย
Zhi Shi ขมและเผ็ดละลายก่อนจะลงไป
พ่อ-แม่ รสขม สรรพคุณ ลดความแน่น
(สูตรนี้เหมาะกับการปิดกั้นความร้อนในร่างกาย)

6. ร้อนจริง-เย็นเทียม ในการแพทย์แผนปัจจุบันมีโรคอะไรบ้าง?
ขอบเขตของการระบายความร้อนด้วยความร้อนที่แท้จริงค่อนข้างกว้างขวางเช่น
ไข้สูง ไข้จากการติดเชื้อ ทำให้แบคทีเรียเพาะเลี้ยงในร่างกาย พลังงานหยินหยางของร่างกายไม่ประสานกัน จนแยกไม่ออก ช็อก
โรคอักเสบหรือเป็นหนองของท่อน้ำดี
โรคระบาดที่ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคภายในร่างกาย
ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง ท้องอืด ปวดท้อง แผลร้อนใน ลิ้นแห้งเหลือง กลิ่นปาก กลิ่นเหม็น เป็นต้น

สรุป
ความร้อนจริง-ความเย็นเทียม เป็นภาวะทั่วไปที่เกิดจากความร้อน หรือพลังงานหยางมากภายในร่างกายทำให้เกิดไข้ ความร้อนภายใน (อาจเกิดจากพลังงานความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย) ตามมาด้วยอาการต่างๆ เช่น เย็นแขนขา ท้องผูก หงุดหงิด แผลในปาก กลิ่นปาก กลิ่นปาก ในคนไข้ที่มีไข้สูงอาจตามมาด้วยอาการช็อก ชัก หมดสติ ซึ่งต้องใช้ การใช้ยาอย่างเหมาะสมจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นรายๆ ไป แต่มีหลักการสำคัญคือ ขับความเย็นเพื่อให้สามารถกระจายพลังงานไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่สวนทวารลำไส้ การป้องกันอาการท้องผูกเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาร่างกายไม่ให้สะสมความร้อนที่ทำให้เกิดความไม่สมดุล

.
ที่มาข้อมูล