in

ส่อวุ่น หลัง สสจ.นครปฐม เตรียมรื้อคดี “จับพยาบาลเจาะเลือด” สบส.เชิญ 2 สภาหารือ 29 เม.ย.นี้


กรรมการสภาการพยาบาล เผยพยาบาลทั่วประเทศพร้อมเลิกเจาะเลือดผู้ป่วย หาก “สภาเทคนิคการแพทย์” ยัน พยาบาลเจาะเลือดไม่ได้ หลังออก กม.กั๊กพยาบาลห้ามรับจ๊อบเจาะเลือดเอกชน ส่วนเจาะเลือดใน รพ. ต้องทำภายใต้กำกับนักเทคนิคการแพทย์ ระบุไม่เคยมีมาก่อน พร้อมแจงเหตุสภาการพยาบาลต้องออก “ข้อบังคับรับรองพยาบาลเก็บตัวอย่างเจาะเลือด” เพราะพยาบาลไม่มั่นใจกลัวถูกจับซ้ำรอย ย้ำแค่เจาะเลือดส่งตรวจ ไม่ได้วิเคราะห์ผล พร้อมจัดทำแบบสำรวจความเห็น “พยาบาลเจาะเลือดถูกกฎหมายหรือไม่” เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุน ขณะที่ สบส.เตรียมเชิญทั้ง 2 สภาวิชาชีพ ร่วมหาข้อสรุป 29 เม.ย. นี้

จากกรณีที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม (สสจ.นครปฐม) ได้ทำหนังสือถึงอัยการจังหวัดศาลแขวงนครปฐมเพื่อหารือการรื้อฟ้องคดีพยาบาลเจาะเลือดตรวจสุขภาพหลังจากที่ศาลแขวงนครปฐมมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วนั้น

นางกรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์ กรรมการสภาการพยาบาล กล่าวว่า การเจาะเลือดโดยพยาบาลมีมานานแล้วและเป็นที่ทราบกัน ซึ่งพยาบาลมี พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์รองรับการทำงานตั้งแต่ปี 2528 แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้บ้าง ขณะที่ พ.ร.บ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ออกมาภายหลัง กำหนดลักษณะงานของนักเทคนิคการแพทย์ที่ชัดเจน เช่น การเจาะเลือด การตรวจแลป เป็นต้น ที่ผ่านมาพยาบาลก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน ซึ่งการเจาะเลือดนอกจากในโรงพยาบาลรัฐแล้ว โรงพยาบาลเอกชนพยาบาลก็ทำหน้าที่เจาะเลือดให้คนไข้เช่นกัน แต่เมื่อมีกรณีพยาบาลจังหวัดนครปฐมถูกจับดำเนินคดีเนื่องจากทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจสุขภาพ ทำให้เกิดประเด็นขึ้นมา เพราะไม่เข้าใจว่าการเจาะเลือดโดยพยาบาล ในโรงพยาบาล พยาบาลทำได้ แต่นอกโรงพยาบาลที่เป็นการหารายได้ พยาบาลกลับทำไม่ได้ ต้องเป็นนักเทคนิคการแพทย์เท่านั้น

ด้วยผลการตัดสินที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ศาลจึงให้มีการไกล่เกลี่ย แม้แต่ผู้พิพากษาเองก็งงเหมือนกันว่าทำไมพยาบาลจึงเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่พยาบาลก็ทำหน้าที่เจาะเลือดมาตลอด และจากที่สภาการพยาบาลและสภาเทคนิคการแพทย์ที่ได้หารือร่วมกันจึงสรุปว่าทั้ง 2 วิชาชีพต่างเจาะเลือดได้ แต่ด้วยที่น้องพยาบาลที่ทำงานต่างไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าจะมีใครนำกรณีนี้เป็นตัวอย่างและแจ้งจับพยาบาลอีกหรือไม่ สภาการพยาบาลจึงได้ออก “ข้อบังคับว่าด้วยการเก็บตัวอย่างเจาะเลือด” เพื่อรับรองว่าพยาบาลเจาะเลือดได้จริง โดยได้ผ่านเป็นมติสภาการพยาบาลและเสนอต่อ รมว.สาธารณสุขในฐานะนายกสภาการพยาบาลพิเศษแล้ว ในระหว่างนั้นสภาเทคนิคการแพทย์ได้มีการเลือกตั้งและเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ซึ่งต่อมาได้ออกประกาศว่าการเจาะเลือดพยาบาลทำไม่ได้ ต้องเป็นการทำภายใต้การดูแลของนักเทคนิคการแพทย์ที่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยกรณีการทำภายใต้กำกับวิชาชีพ ที่ผ่านมาเคยมีการออกประกาศเพียงฉบับเดียวในปี 2539 ที่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นสามารถกระทำแทนหมอได้ ในการดูแลรักษาเบื้องต้น เนื่องจากที่ รพ.สต.มีเพียงพยาบาลและนักวิชาการสาธารณสุข ไม่มีหมอประจำ จึงต้องให้ทำหน้าที่แทน เป็นคนละกรณีกับการเจาะเลือด

ในการปฏิบัติงานภายใต้วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ มีผู้ช่วยนักเทคนิคการแพทย์แล้ว แต่ไม่ใช่การกำกับพยาบาลในหอผู้ป่วยหรือพยาบาลที่เจาะเลือด การเขียนแบบนี้เรายอมรับไม่ได้ ทั้งยังมีการยื่นขอรื้อคดีโดย สสจ.อีก แต่ทางอัยการยังไม่ตอบว่าจะรื้อคดีหรือไม่ เชื่อว่าการยื่นขอรื้อคดีเป็นผลมาจากการออกข้อบังคับเจาะเลือดของสภาการพยาบาล นอกจากนี้กองนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ยังมีการตีความการทำหน้าที่เจาะเลือดของพยาบาลตามที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ส่งเรื่องไปว่า การเจาะเลือดเป็นหน้าที่ของนักเทคนิคการแพทย์ ส่วนพยาบาลทำได้ในฐานะผู้ช่วยแพทย์ แต่ก็ไม่ฟันธงว่าพยาบาลเจาะเลือดได้หรือไม่ บอกแค่ว่าการทำในโรงพยาบาลทำได้ภายใต้กำกับของแพทย์

“พยาบาลทำหน้าที่เจาะเลือดให้กับผู้ป่วยที่เป็นประเด็นขณะนี้ หากสภาเทคนิคการแพทย์บอกว่าพยาบาลทำไม่ได้ คุณก็รับงานกลับไป ซึ่งน้องๆ พยาบาลก็มองว่าดี หากอยากเจาะเลือดผู้ป่วยเองก็รับไปเลย ไม่ใช่มาระบุว่ากรณีเป็นการเจาะในโรงพยาบาลให้พยาบาลทำ นักเทคนิคการแพทย์ไม่ทำ และพยาบาลต้องทำภายใต้กำกับของนักเทคนิคการแพทย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่กรณีที่ออกไปเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลแล้วมีรายได้ กลับมาบอกว่าคนอื่นทำไม่ได้ต้องเป็นนักเทคนิคการแพทย์ ซึ่งประกาศปี 2539 ก็ไม่ครอบคลุมโรงพยาบาลเอกชน แต่ปัจจุบันในโรงพยาบาลเอกชนคนเจาะเลือดก็เป็นพยาบาล” กรรมการสภาการพยาบาล กล่าวและว่า ดังนั้นเรื่องนี้เราต้องทำให้ชัดเจน หากจะให้พยาบาลเจาะเลือดผู้ป่วยจะให้สภาการพยาบาลออกประกาศรับรอง ซึ่งเราเพียงแต่เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจ ไม่ได้วิเคราะห์ผล

นางกรรณิกา กล่าวว่า วันนี้ที่อยากเห็นคืออยากให้ฟันธงไปเลยว่าพยาบาลเจาะเลือดผู้ป่วยได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้สภาเทคนิคการแพทย์ต้องตอบคำถามว่าจะรับงานเจาะเลือดนี้คืนไปหรือไม่ ถ้ารับคืนต้องคืนไปทั้งหมด พยาบาลเองก็ยินดีคืน ไม่ใช่มาบอกว่าพยาบาลเจาะเลือดในโรงพยาบาลรัฐได้ แต่เจาะเลือดกรณีที่เป็นการทำในเอกชนไม่ได้ ปัญหานี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้น อยากให้มีการทำงานร่วมกันเหมือนเดิม ซึ่งน้องนักเทคนิคการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลก็อยากให้พยาบาลทำหน้าที่เจาะเลือด เพราะรู้ว่าด้วยนักเทคนิคการแพทย์ที่มีจำนวนน้อยคงไม่พอที่จะดูแลผู้ป่วยได้ทั้งหมด ซึ่งในโรงพยาบาลชุมชนบางแห่งมีนักเทคนิคการแพทย์คนเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่การเจาะเลือดเท่านั้น แต่รวมถึงการเก็บสิ่งส่งตรวจทั้งหมด ทั้งอึ ฉี่ และเสมหะผู้ป่วย แต่หากให้พยาบาลเจาะเลือดได้ก็อย่ามากั๊กให้ทำแค่ในโรงพยาบาล ควรทำใจกว้าง

“ที่ผ่านมาพยาบาลกับนักเทคนิคการแพทย์ทำงานร่วมกันไม่เคยมีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากบริษัทแลปเอกชนที่เปิดเยอะขึ้น ซึ่งคดีที่นครปฐมคนที่ไปแจ้ง สสจ.ให้จับพยาบาลก็เป็นบริษัทที่เคยประมูลตรวจสุขภาพให้กับพนักงานในบริษัทดังกล่าว แต่พอปีนี้ไม่ได้ก็มาชี้เป้า และส่วนหนึ่งวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ก็อยากมีที่ยืน แต่ต้องไม่ใช่มากีดกันคนอื่น หากให้พยาบาลต้องทำงานภายใต้กำกับนักเทคนิคการแพทย์เราไม่เอาด้วยแน่ เพราะต่างก็มีเอกสิทธิ์ในวิชาชีพตนเอง” กรรมการสภาการพยาบาล กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามจากประเด็นที่บานปลายขณะนี้ ทาง สบส.ได้นัดนายกสภาการพยาบาลและสภาเทคนิคการแพทย์ และตัวแทน 2 วิชาชีพมาพูดคุยกันในวันที่ 29 เมษายน นี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุป

ส่วนที่ สสจ.นครปฐมยื่นเรื่องอัยการเพื่อรื้อคดีนั้น นางสาวกรรณิกา กล่าวว่า เขามีความตั้งใจแต่แรกแล้ว มีจุดยืนไม่ไกล่เกลี่ย คงกลัวเสียเครดิตเพราะออกไปแจ้งจับแล้ว มุมมองส่วนตัวก็อยากให้รื้อคดีและให้ศาลตัดสินเลย หากผลออกมาพยาบาลเจาะเลือดไม่ได้ เรื่องจะได้จบไป แต่สงสารน้องพยาบาลที่ถูกจับ วันนี้ทุกวิชาชีพมีสิทธิในการออกประกาศว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ แต่ต้องมองประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง คำนึงถึงคนไข้ ไม่ใช่คิดแต่ทำมาหากิน ขณะที่จำนวนพยาบาลออกไปรับงานเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลเพื่อหารายได้เสริมก็มีไม่มาก เชื่อว่าไม่ถึง 0.05% ด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่ทำงานในโรงพยาบาล แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้น้องพยาบาลก็อยากมีอะไรรองรับเพื่อให้มั่นใจ

นางสาวกรรณิกา กล่าวต่อว่า ด้วยประเด็นการเจาะเลือดของพยาบาลว่าถูกกฎหมายหรือไม่ ในฐานะกรรมการสภาการพยาบาลจึงได้จัดทำแบบสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการเจาะเลือดของพยาบาล เพื่อรวบรวมความเห็นของพยาบาลและนำเสนอต่อกรรมการสภาการพยาบาลเพื่อประกอบการพิจารณาและแก้ปัญหาต่อไป แบบสำรวจ ดูที่นี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาเทคนิคการแพทย์ ยื่นรื้อฟ้องคดี พยาบาลนครปฐมเจาะเลือด หลังศาลสั่งไม่ฟ้อง

สภาเทคนิคการแพทย์แจง ไม่เกี่ยวรื้อคดี ‘พยาบาลเจาะเลือด’ เป็นเรื่อง สสจ.นครปฐม หารืออัยการ



ขอบคุณบทความจาก : hfocus.org