in

สุขภาวะเกิดได้ด้วยกาย-ใจสมดุล

สุขภาวะเกิดได้ด้วยกาย-ใจสมดุล

ปีใหม่นี้ขอส่งความปรารถนาดีถึงผู้อ่านทุกท่านและขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็งและมีความสุขทุกวันคืน

เหนือสิ่งอื่นใด อาจมีปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการดำเนินการเพื่อให้บรรลุสุขภาพและความสุข

ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอหารือเกี่ยวกับความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ เพื่อแลกเปลี่ยนต่อไป
จากความรู้และประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน ฉันคิดว่าก่อนอื่น จำเป็นต้องมีความชัดเจนระหว่างร่างกาย (วัตถุ) และจิตใจ (จิตใจ)

เมื่อพูดถึงคำว่า “ความสุข” เรามักจะสับสนว่ามันหมายถึงอะไร เพราะมีการใช้อย่างมากมายถึงขนาดเคยโฆษณาสินค้าว่า “ความสุขที่คุณดื่มได้”

โดยเฉพาะในยุควัตถุนิยมและบริโภคนิยมในปัจจุบัน ผู้คนโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวต่างหลงใหลในความสุขเป็นสิ่งดีที่เงินสามารถซื้อได้ จึงพยายามหาเงินและสิ่งของมาปรนเปรอตัวเอง เช่น บ้านหรู รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ สินค้าแบรนด์ดัง (แบรนด์เนม) อาหารอร่อย ความบันเทิง เพศสัมพันธ์ (การมีเพศสัมพันธ์) เป็นต้น

ค่านิยมเช่นนี้ ทำให้เกิดปัญหาสังคมมากมาย เช่น การค้าประเวณี ขายสุรา อาชญากรรม ปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ เป็นต้น
เมื่อลดความสับสน ผมมักจะบอกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนว่าความสุขทางกาย (วัตถุ) จะต้องแยกออกจากความสุขทางใจ

ความสุขทางกายคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยึดถือตามกระแสที่กล่าวมาข้างต้น หมายถึง ความสะดวกสบาย ความสนุกสนาน ความเอร็ดอร่อย ความเพลิดเพลิน ซึ่งต้องใช้เนื้อหาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และมักทำให้เกิดความทุกข์ รวมถึงความเครียด ความขัดแย้ง และความเจ็บป่วย

ความสุขทางใจ คือ ความเบิกบาน ความเบิกบานใจ ความสงบที่มีอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการฝึกจิต (สติ, สมาธิ, ปัญญาที่สมบูรณ์, การลดตน, กิเลส, ความเห็นแก่ตัว) เช่น การทำสมาธิ, ความเจริญ. การเจริญสติ การทำสมาธิ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การออกกำลังกาย การบริการ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยเงิน เกิดขึ้นกะทันหันจากกิจกรรมต่างๆ ส่งผลต่อการหลั่งสารต่างๆภายในร่างกาย รวมทั้งสารเอ็นดอร์ฟิน (สารสุขภาพ) และเพิ่มภูมิคุ้มกันซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพกายและใจและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

เมื่อพูดถึงความสุข เรามักจะหมายถึงความสุขทางใจ ซึ่งถือว่าเป็นความสุขที่แท้จริงมากกว่าความสุขทางกาย

อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเราต้องมีส่วนประกอบทั้งทางร่างกายและจิตใจ ด้วยความสมดุลที่กลมกลืนกันไม่สุดขั้วทั้ง 2 ขั้ว ซึ่งจะเป็นตัวอย่างการดำรงชีวิตและการดูแลสุขภาพ

ชีวิตของคนเรา หากขาดสิ่งของเช่นปัจจัยพื้นฐาน ก็ยากที่จะมีความสุขทั้งกายและใจ แต่ถ้ามัวแต่มองหาวัตถุ เงิน และสะสมมากเกินไป ก็จะมีแต่ความเครียด ขาดคุณภาพชีวิต ขาดความสงบ แม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตมากมาย

ดังนั้นการมีความมั่งคั่งทางวัตถุมากขึ้นไม่ได้นำไปสู่ความสุขที่แท้จริงเสมอไป ต้องหาจุดที่เหมาะสม มีวัตถุอยู่พอสมควร มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขควบคู่ไปกับจิตใจ คือ การใช้ชีวิตแบบพอเพียงหรือพอเพียง

ในการดูแลสุขภาพของคนเราได้เป็นอย่างดี จะต้องเป็นการผสมผสานระหว่างร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน อย่าคิดว่าเมื่อจิตใจดีแล้วจะไม่ป่วย เช่น บางครั้งจะได้ยินเสียงกรีด เป็นคนดี มีธรรมะ ทำไมถึงเป็นมะเร็ง? ทั้งนี้เพราะการเจ็บป่วยเกิดจากปัจจัยทั้งทางกายภาพและทางวัตถุ (เช่น พันธุกรรม อาหาร สารพิษ เชื้อโรค เป็นต้น) และจิตใจ (เช่น ความเครียด ความไม่รู้ ความประมาท เป็นต้น) เราจึงต้องดูแลทั้งสองอย่าง ปัจจัยในเวลาเดียวกัน

เวลาป่วย อย่าพึ่งกายภาพบำบัด (เช่น ยา การผ่าตัด การออกกำลังกาย เป็นต้น) การบริโภคอาหาร สุขภาพ ฯลฯ ) เพียงด้านเดียวควรได้รับการดูแลเสริมสร้างจิตใจร่วมกัน สามารถช่วยบรรเทาโรคหรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

ดร.วิโรจน์ รังสีเจียมเนื้อเจียมตัว คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากการทบทวนงานวิจัยพบว่า การทำสมาธิ โยคะ ชี่กง และมวยจีน ซึ่งเป็นการออกกำลังกายทางจิต แสดงให้เห็นว่าช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจลดอัตราการตายและอัตราการกำเริบของโรค ผู้ป่วยสามารถควบคุมอาหาร น้ำหนักตัว ไขมัน และเลิกบุหรี่ได้ดีขึ้น

ส่วนผลการรักษามะเร็งนั้นยังไม่มีความชัดเจนในการยืดอายุผู้ป่วย แต่ยังทำให้อารมณ์และคุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วย ผู้ป่วยสามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น และลดความเจ็บปวดและอาการของโรค พร้อมทั้งลดผลข้างเคียง (คลื่นไส้ อาเจียน) จากการทำเคมีบำบัด

ไม่ว่าจะในเวลาปกติหรือในยามเจ็บป่วย ให้เราหันมาดูแลจิตใจด้วยการจัดการจิตใจในรูปแบบต่างๆ ควบคู่ไปกับการดูแลร่างกาย

.
ที่มาข้อมูล