in

สงสัยว่าเป็นโรครูมาตอยด์ หรือเปล่า


ศรีพร/นครศรีธรรมราช : ผู้ถาม

ตอนนี้ฉันอายุ 24 ปี (ยังไม่แต่งงาน) ฉันมีปัญหากับโรคข้อเข่าเสื่อม ฉันปวดข้อมาประมาณ 4 ปีแล้ว ฉันมีอาการปวดข้อทุกข้อ ข้อตามร่างกาย ไม่ว่าจะเล็ก-ใหญ่ เวลาปวดก็จะปวดบวมตามไปด้วย โดยเฉพาะที่ข้อมือ
เมื่อฉันปวด ฉันกินยาที่แพทย์ให้ทุกวัน วันละครั้ง วันที่กินยา อาการปกติค่ะ แต่ในวันที่ฉันตัดสินใจหยุดกินยา อาการปวดเริ่มเกิดขึ้นที่ข้อนิ้ว เป็นแบบนี้มาตลอด
ยาที่ใช้ในโรงพยาบาล ได้แก่ แอสไพริน ไดโคลฟีแนค ไอบูโพรเฟน และไพร็อกซิแคม
กรุณาถามแพทย์ของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้
1. เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือไม่? สาเหตุคืออะไร? มีวิธีรักษาไหม? (หมอที่พี่รักษาบอกว่าจะหาย แต่ต้องเป็นช่วงที่ประจำเดือนขาด หรือถ้าแต่งงานแล้วโรคอาจจะหายได้ ไม่รู้เกี่ยวกันยังไง)
2. นอกจากการทานยาแล้ว ฉันไม่รู้ว่าชีวิตประจำวันของฉันเปลี่ยนไปหรือเปล่า หรือพฤติกรรมการกิน จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้หรือไม่?
3. ยาที่ฉันกินจะมีผลข้างเคียงกับกระดูกหรือไม่? (กลัวกระดูกเสื่อม)

นพ. สุรชัย ปัญญาพฤกษ์พงศ์ : ผู้ถูกร้อง

1.ตามอาการที่คุณบรรยาย ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นโรครูมาตอยด์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แพทย์ที่เข้าร่วมอาจซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือดเพื่อช่วยวินิจฉัยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โรคข้อรูมาตอยด์ที่วินิจฉัยได้ชัดเจน ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวมที่ข้อ ทั้งแขนและขา และมักมีอาการเป็นเดือนๆ อาการจะมากหรือน้อยเมื่อเวลาผ่านไป มีบางกรณีที่อาการอาจหายไปเป็นเวลาหนึ่งปี แต่ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่ารักษาหายหรือไม่ การไม่มีประจำเดือนหรือการแต่งงานไม่มีผลต่อการรักษา
การรักษาที่แพทย์สามารถให้ยาเพื่อควบคุมอาการปวดและบวม ลดลงทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในกิจกรรมประจำวันและการประกอบอาชีพ
2. การบริโภคอาหารไม่น่าจะส่งผลต่อโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แต่คุณอาจต้องระมัดระวังในการควบคุมอาหารเนื่องจากยาที่คุณใช้สำหรับอาการปวดและบวม ส่วนใหญ่มีผลระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และยาบางชนิดอาจทำให้บวมมากขึ้น คำแนะนำคือให้ลดอาหารรสเผ็ดและเค็ม
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันอาจช่วยลดความเจ็บปวดได้ เช่น โดยการลดการใช้ข้อต่อที่เจ็บปวดในการทำงานหนัก วิธีง่ายๆ ในการทำเช่นนี้คือการสังเกตว่าพฤติกรรมนั้นทำให้ความเจ็บปวดแย่ลงได้อย่างไร ควรละเว้นจากกิจกรรมนั้น หรือทำกิจกรรมที่มีความระมัดระวังมากขึ้น
3. ยาแก้อักเสบที่รับประทาน หากรับประทานเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อกระดูก ทำให้ข้อเสื่อมมากขึ้น เพราะมีผลต่อการซ่อมแซมกระดูกอ่อนที่บุข้อต่อ

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th