in

วิธีป้องกัน “มะเร็งปากมดลูก” มะเร็งในไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้จริง

วิธีป้องกัน “มะเร็งปากมดลูก” มะเร็งในไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้จริง

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งบางชนิดที่ป้องกันได้จริง

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสองในผู้หญิง และทำให้เสียชีวิตได้ถึง 14 รายต่อวัน สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือมะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ สามารถตรวจพบเพื่อหาวิธีป้องกันการดูแลที่เหมาะสมและลดความรุนแรงของโรคได้ นอกจากนี้เรายังสามารถฉีดวัคซีนป้องกัน เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคได้อีกด้วย

บทความนี้จึงขอเชิญชวน นพ.ชลิดา ราวรุ่งโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา – เนื้องอกวิทยาทางนรีเวช รพ.นวเวช มารู้จักมะเร็งปากมดลูกกันเถอะ รวมถึงวิธีการคัดกรองและป้องกันสำหรับสาวๆให้ห่างไกลจากโรคร้ายนี้

อาการมะเร็งปากมดลูก

อาการเริ่มต้นของมะเร็งปากมดลูกมักไม่ปรากฏชัด แต่สามารถตรวจพบได้โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เมื่อมีอาการรุนแรง เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติอาจเกิดขึ้นได้ มีเลือดออกระหว่างมีเพศสัมพันธ์หรือมีอาการตกขาวผิดปกติ อาการในมะเร็งระยะลุกลาม ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ขาบวม ต่อมน้ำเหลืองโต ไตวาย ปัสสาวะเป็นเลือดหรืออุจจาระ

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง สายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดคือสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งมีเพศสัมพันธ์

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก

นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ดังนั้น ผู้หญิงทุกคนจึงควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 30 ปี ปัจจุบันมี 3 วิธี คือ

  1. การตรวจแปปสเมียร์ (แป๊ป สเมียร์)

คือการละเลงเซลล์จากปากมดลูกบนแผ่นกระจกเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ

  1. เซลล์วิทยาจากของเหลว

คือการละเลงเซลล์จากปากมดลูกให้เป็นของเหลวเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

  1. การทดสอบ HPV

เป็นการตรวจหาไวรัสมะเร็งสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ผลการทดสอบที่ละเอียดยิ่งขึ้น

รู้เรื่องวัคซีนมะเร็งปากมดลูก.

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกเป็นวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อ HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ในประเทศไทยมี 3 ประเภท คือ

  1. วัคซีนไบวาเลนต์

หรือที่เรียกว่า Cervarix ช่วยป้องกัน HPV 16 และ 18

  1. วัคซีนสี่เท่า

Gardasil หรือที่รู้จักในชื่อ Gardasil สามารถป้องกันไวรัส HPV 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก และป้องกันเชื้อ HPV ชนิดที่ 6 และ 11 ซึ่งทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ

  1. วัคซีนที่ไม่ใช้ยา

ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม Gardasil 9 ซึ่งเป็นวัคซีนล่าสุด ป้องกัน HPV อีก 5 สายพันธุ์จากวัคซีน Gardasil ได้แก่ 31, 33, 45, 52, 58

วัคซีน HPV ฉีดอย่างไร?

สำหรับวัคซีนชนิดนี้จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular Injection หรือ IM) ที่ต้นแขนหรือสะโพก 3 โด๊ส เข็มแรกสามารถเลือกวันที่สะดวก เข็มที่สองจะถูกฉีด 1-2 เดือนหลังจากเข็มแรกและเข็มที่สามคือ 6 เดือนหลังจากเข็มแรก

ควรฉีดวัคซีนตอนอายุเท่าไหร่?

การฉีดวัคซีนในเด็กช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงกว่าผู้ใหญ่ โดยมี 2 วัคซีนที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ เท่ากับ 3 วัคซีนในผู้ใหญ่ ดังนั้นในเด็กอายุ 9-15 ปี จะฉีดเพียง 2 เข็ม ซึ่งให้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบทั้งหญิงและชาย แต่ถ้าเป็นช่วงวัยเด็ก ประสิทธิภาพของวัคซีนจะดีที่สุดในผู้ที่ไม่เคยสัมผัสเชื้อ HPV หรือผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

วัคซีนมีผลข้างเคียงหรือไม่?

โดยส่วนใหญ่อาการจะเล็กน้อยและหายไปเอง และเป็นผลข้างเคียงที่บริเวณที่ฉีด เช่น ปวด บวม แดง และคัน บางคนอาจมีไข้ ปวดศีรษะ มีผื่นขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง

โชคดีที่มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกควรทำปีละครั้งโดย Pap smear และ Liquid base cytology และแนะนำให้ทำทุกๆ 3 ปีหากใช้การทดสอบ HPV นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตรวจสอบทุกปีตามปกติ หลายคนกลัวและไม่กล้าตรวจมะเร็งปากมดลูก แต่ความจริงแล้ว การตรวจคัดกรองไม่น่ากลัวเท่าอาการของมะเร็งปากมดลูก และความทุกข์ทรมานจากการรักษา การคัดกรองจึงเป็นการป้องกันและรักษาที่ดีที่สุดทุกขณะ

การฉีดวัคซีนป้องกันสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกได้ สิ่งนี้นำไปสู่ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการรักษา ค่าใช้จ่ายด้านเวลา และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ทำให้คุ้มค่ากับการลงทุน อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้วัคซีนที่ฉีดได้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

.
ที่มาข้อมูล