in

วิธีป้องกันไข้เลือดออก โรคจากยุงร้ายเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีป้องกันไข้เลือดออก โรคจากยุงร้ายเป็นอันตรายถึงชีวิต

ไข้เลือดออกหรือไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อที่ติดต่อโดยยุงลาย ไวรัสเด็งกี่เข้าสู่ร่างกายโดยการกัดของยุงลาย ยุงลายแพร่พันธุ์ได้ดีในสภาพอากาศชื้น ประเทศไทยมีข่าวการระบาดของโรคไข้เลือดออกทุกปี โดยเฉพาะในฤดูฝน

โรคไข้เลือดออกอาจทำให้เกิดไข้ ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดตา ปวดตามร่างกายและข้อ มีผื่น คลื่นไส้อาเจียน มีเลือดออกตามร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกตามไรฟัน และฟกช้ำ อาการเหล่านี้บางอย่างอาจทำให้ผู้คนสับสนหรือเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดและละเลยการรักษา

แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยก็ตาม แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีความเสี่ยงต่ออาการและภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามถึงชีวิต การป้องกันโรคไข้เลือดออกจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและป้องกันการเสียชีวิตจากโรค

วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคที่มียุงเป็นพาหะอันตรายถึงชีวิต

6 วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก

การป้องกันโรคไข้เลือดออกสามารถทำได้หลายวิธี:

1. กำจัดยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์

มีหลายวิธีในการลดจำนวนยุงในบ้าน แบ่งเป็นการกำจัดยุงลายและจำกัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

การกำจัดยุงสามารถทำได้โดยใช้สเปรย์หรือสารเคมีกำจัดแมลง เลี้ยงปลาตัวเล็กในบ่อหรือแอ่งน้ำเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลายหรือตัวอ่อน ผสมทรายสมาน ผงซักฟอก เกลือแกง หรือน้ำส้มสายชูลงในแจกันใส่น้ำ ชามสำหรับวางขาตู้กับข้าว และจานรองพืชสามารถช่วยฆ่าและลดจำนวนตัวอ่อนได้

การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายสามารถทำได้โดยการกำจัดแหล่งน้ำ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน เช่น แอ่งน้ำและขยะที่ชะงักงัน เทน้ำและพลิกภาชนะที่ไม่ได้ใช้เพื่อป้องกันน้ำขัง ปิดฝาภาชนะใส่น้ำในขณะที่ยุงขยายพันธุ์โดยการวางไข่ในน้ำ หากมีแอ่งน้ำหรือแหล่งน้ำมากอาจทำให้ยุงลายวางไข่และเพิ่มจำนวนได้ ความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้เลือดออกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ด้วยเหตุผลนี้ การกำจัดยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนอาจป้องกันยุงกัดและโรคไข้เลือดออกได้

2. กางมุ้งทุกครั้งก่อนเข้านอน

มุ้งเป็นอุปกรณ์ที่ป้องกันยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความถี่ของตาข่ายจะช่วยป้องกันยุงกัดได้ โดยธรรมชาติแล้ว ยุงลายมักจะตื่นตัวในระหว่างวัน หากบ้านมีเด็กทารก เด็กเล็ก และคนชราอยู่ในบ้านทั้งวัน ควรมีมุ้งกันยุงในบ้าน

เพราะการนอนกลางวันอาจเสี่ยงเป็นยุงกัดได้ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ป่าไม้และแหล่งน้ำ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกยุงกัดและติดเชื้อไข้เลือดออกได้ตลอดทั้งปี

3. ใช้วิธีการป้องกันยุงแบบอื่น

นอกจากวิธีการข้างต้นแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก เช่น

  • ปิดประตูและหน้าต่างให้แน่น
  • เปิดพัดลมในระหว่างวันเพื่อป้องกันยุงเป็นฝูง
  • เปิดเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องปรับอากาศในที่พักอาศัย
  • สวมชุดป้องกันเพื่อป้องกันยุงกัด
  • ทาโลชั่นหรือครีมกันยุง. แต่ควรระมัดระวังในเด็กเล็กเพราะผิวบอบบาง และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยากันยุงกับเด็กเสมอ
  • ติดตั้งมุ้งลวดที่ประตูและหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงเข้าบ้าน

4. รับวัคซีนไข้เลือดออก

ฉีดวัคซีนไข้เลือดออกเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การได้รับวัคซีนช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคไข้เลือดออก หากติดเชื้อจะลดความรุนแรงและอันตรายของโรคได้

วัคซีนไข้เลือดออกสามารถให้ได้ตั้งแต่อายุ 9 ถึง 45 ปี โดยฉีด 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 6 เดือน การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกอาจเป็นวิธีการที่จำเป็นในการลดความรุนแรงของโรคและโอกาสในการเสียชีวิต โดยก่อนฉีดวัคซีน แจ้งให้แพทย์ทราบเสมอเกี่ยวกับอายุ โรคเรื้อรัง และยาที่คุณกำลังใช้

5. หลีกเลี่ยงการใช้แอสไพริน

แอสไพริน แอสไพรินเป็นยาบรรเทาอาการปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาเหล่านี้ขยายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น การใช้แอสไพรินและยาในกลุ่มเดียวกัน ยาเช่นไอบูโพรเฟนและนาโพรเซนอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายและภาวะแทรกซ้อนในผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออก เพราะเดิมโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยเลือดออกง่ายมาก่อน

เนื่องจากปวดตามร่างกายและมีไข้ หลายคนอาจเข้าใจว่าป่วยเป็นหวัด จึงไม่ระมัดระวังในการเลือกใช้ยา หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออก ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้และอาจใช้ยาพาราเซตามอลได้ (พาราเซตามอล) บรรเทาอาการปวดและลดไข้แทน หากใช้แล้วอาการไม่ดีขึ้น หากอาการแย่ลง ควรไปพบแพทย์

6. เพิ่มภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงให้กับร่างกาย

ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจะช่วยให้ร่างกายของคุณรับมือกับโรคไข้เลือดออกและการติดเชื้อได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังอาจลดความรุนแรงของโรคและความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมอาจช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและความแข็งแรง

คุณดูแลตัวเองได้ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงความเครียด แต่ถึงกระนั้น การดูแลตัวเองเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถป้องกันโรคได้ ดังนั้นคุณควรป้องกันตัวเองด้วยวิธีอื่นด้วย

วิธีการเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ไม่มากก็น้อย ควรใช้มาตรการทั้งหมดเพื่อลดความเสี่ยงของการถูกยุงกัดและการติดเชื้อให้มากที่สุด หากคุณพบอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้ เหนื่อยล้า และปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการควรได้รับการติดตามตลอดเวลา ร่วมกับการดูแลตนเอง พาราเซตามอล อาจใช้ยาลดไข้และบรรเทาอาการปวดตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร

หากอาการไม่ดีขึ้นและพบว่าสัญญาณอันตรายอาการของโรคไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูงเป็นเวลาหลายวัน หนาวสั่น ปวดท้อง ปวดท้อง ปวดท้อง อาเจียนมากกว่า 3 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง อาเจียนเป็นเลือด เลือดออกตามไรฟัน อุจจาระเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที

.
ที่มาข้อมูล