in

“วาซาบิ” ประโยชน์-ข้อควรระวังที่ควรทราบก่อนกิน

“วาซาบิ” ประโยชน์-ข้อควรระวังที่ควรทราบก่อนกิน

"วาซาบิ" ประโยชน์-ข้อควรระวัง ที่ควรรู้ก่อนรับประทาน

วาซาบิไม่ได้เป็นเพียงรสเผ็ดและรสชาที่ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจำนวนมากชอบที่คนไทยชอบ แต่ยังมาพร้อมกับคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

วาซาบิคืออะไร?

วาซาบิเป็นพืชชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผักตระกูลกะหล่ำ พวกเขาเติบโตตามธรรมชาติในลำธารหุบเขาและแม่น้ำภูเขาในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเติบโตในส่วนของจีน เกาหลี นิวซีแลนด์ และอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะบริเวณที่ร่มรื่นและชื้น

อาหารจากวาซาบิ

วาซาบิมีชื่อเสียงในด้านการใช้เป็นส่วนผสมในอาหารญี่ปุ่นหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นซูชิหรือก๋วยเตี๋ยว ส่วนใหญ่เราจะเห็นวาซาบิขูดหรือผงวาซาบิ อันที่จริงแล้ว รสฉุนฉุนที่เราได้รับจากวาซาบินั้นมาจากราก ที่อุดมไปด้วยใยอาหาร (Fiber) และมีวิตามินและแร่ธาตุมากมายเช่น

  • แคลเซียม
  • ฟอสฟอรัส
  • โพแทสเซียม
  • สังกะสี
  • เหล็ก
  • แมกนีเซียม
  • โซเดียม
  • วิตามินบี
  • วิตามินเอ
  • วิตามินซี
  • โฟเลต

ประโยชน์ของวาซาบิ

  1. ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง

วาซาบิประกอบด้วยสารประกอบที่เป็นประโยชน์บางอย่าง เช่น ไอโซไทโอไซยาเนต (ITCs) ซึ่งเป็นสารประกอบต้านมะเร็งที่มักพบในพืชตระกูลกะหล่ำ

งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ITC ที่สกัดจากรากวาซาบิ มีส่วนช่วยในการยับยั้งการก่อตัวของอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีระหว่างโปรตีนและน้ำตาลที่เกิดจากความร้อน อะคริลาไมด์เป็นสารเคมีที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอาหารบางชนิด โดยเฉพาะเฟรนช์ฟรายส์ เฟรนช์ฟรายส์และกาแฟที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทำอาหารที่มีอุณหภูมิสูง เช่น การทอดและการย่าง

จากการศึกษาพบว่าการบริโภคอะคริลาไมด์ในอาหาร มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งไต มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งรังไข่ ITCs และสารประกอบที่มีอยู่ในวาซาบิมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ ช่องปาก ตับอ่อน และมะเร็งเต้านมของมนุษย์

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเชิงสังเกต พบว่าการบริโภคผักตระกูลกะหล่ำอย่างวาซาบิสูงขึ้น อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้หลายชนิด ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

  1. ลดการอักเสบ

วาซาบิเป็นพืชที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ การอักเสบคือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ การบาดเจ็บและสารพิษต่างๆ เมื่อร่างกายมีการอักเสบและควบคุมไม่ได้จนกลายเป็นอาการเรื้อรัง อาจนำไปสู่การพัฒนาของโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง

การศึกษาเกี่ยวกับเซลล์สัตว์ระบุว่า ITC ที่ประกอบด้วยวาซาบิยับยั้งเซลล์และเอ็นไซม์ที่กระตุ้นการอักเสบ ซึ่งรวมถึงสารเมตาบอไลต์ Cyclooxygenase-2 (COX-2) และ cytokines (Cytokine) ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ แต่การศึกษาวาซาบิเพื่อลดการอักเสบนั้นมีจำกัด และไม่ชัดเจนว่าวาซาบิมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในมนุษย์หรือไม่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

  1. ป้องกันอาหารเป็นพิษ

วาซาบิมีประสิทธิภาพในการต่อต้าน E. coli O157:H7 แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารรุนแรง และ Staphylococcus aureus ซึ่งเมื่อปนเปื้อนอาหาร จะผลิตสารพิษที่เรียกว่า enterotoxin และส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร แบคทีเรียทั้งสองชนิดนี้เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของอาหารเป็นพิษ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณสมบัติของวาซาบินี้ จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันเพิ่มเติม

  1. ป้องกันฟันผุ

พญ. นฤมล ทวีเศรษฐ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า วาซาบิมีสารไอโซไธโอไซยาเนตที่อาจมีผลต่อแบคทีเรียในช่องปากบางชนิดที่ทำให้เกิดฟันผุ เช่น สเตรปโทคอคคัส มิวแทนส์

อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงสาธารณสุขของไทยเปิดเผยว่าวาซาบิมีสรรพคุณทางยาที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในยาสีฟันเพื่อป้องกันฟันผุในอนาคต แต่ปัจจุบันมีการศึกษาเพียงเล็กน้อยที่ศึกษาประโยชน์ของวาซาบิในการป้องกันฟันผุ ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าวาซาบิมีคุณสมบัติดังกล่าวจริงๆ และควรศึกษาเพิ่มเติมเพื่อประยุกต์ใช้ผลที่ได้รับในการดูแลสุขภาพช่องปาก

  1. ลดน้ำหนัก

หลายคนเชื่อว่าอาหารรสจัดสามารถช่วยลดความอ้วนได้ เพราะมันจะเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้เพิ่มขึ้นนั่นเอง ซึ่งได้รับการทดสอบกับหนูแล้วพบว่าสารสกัดจากใบวาซาบิที่หนูกินเข้าไปพร้อมกับอาหารที่มีไขมันสูง อาจช่วยป้องกันโรคอ้วนจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

อย่างไรก็ตาม การวิจัยข้างต้นเป็นเพียงการทดลองกับสัตว์เท่านั้น ไม่ได้ทดสอบกับมนุษย์โดยตรง ดังนั้นจึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าวาซาบิสามารถช่วยลดความอ้วนในมนุษย์ได้จริงหรือไม่และปลอดภัยเพียงใด ดังนั้นควรให้การศึกษาและทดลองวาซาบิเพิ่มเติมแก่มนุษย์ เพื่อยืนยันสมมติฐานนี้อย่างชัดเจนและนำไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อไป

ข้อควรระวังในการรับประทานวาซาบิ

แม้ว่าการกินวาซาบิเพื่อการบริโภคทั่วไปจะปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ แต่การกินวาซาบิเพื่อรักษาโรคเฉพาะ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการบริโภควาซาบิในการรักษาโรคหรือป้องกันโรคได้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากวาซาบิโดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร รวมทั้งผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เพราะวาซาบิอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า และอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติจะฟกช้ำหรือมีเลือดออกได้ง่าย และคนที่จะไปทำศัลยกรรม เนื่องจากวาซาบิอาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติระหว่างการผ่าตัดได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงวาซาบิอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

.
ที่มาข้อมูล